Review

รีวิวมือถือ ZTE AXON สมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยม

ZTE AXON สมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยม ที่มาพร้อมซีพียู Snapdragon 810 และชิพกราฟิก Adreno 430 เพิ่มความจุ microSD ได้สูงสุด 128 GB พร้อมกล้องหลัง 13 ล้าน

ZTE AXON สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ชั้นนำชื่อดังจากแผ่นดินใหญ่ที่บุกตลาดเมืองไทยเต็มตัว สำหรับรุ่นนี้นั้นวางขายในประเทศไทยครั้งแรกที่งาน Thailand Mobile Expo 2015 และรุ่นนี้ยังมาพร้อมกับความพรีเมียมอย่างเช่น วัสดุระดับเดียวกันกับเครื่องบินโบอิ้งผสมผสานลงตัวกับหนัง ทำให้เกิดเป็นการดีไซน์ในระดับพรีเมี่ยม  ที่วางขายในประเทศไทยนั้นเป็นสีทองดูหรูหราพรีเมี่ยม มีหน้าจอ OGS ขนาด 5.5 นิ้ว พร้อมความละเอียดในระดับ Full HD (1080p) โดยกระจกกันรอยนั้นเป็น Gorilla Glass 4 แบบ 2.5D โค้งมนทัชกสรีนสะดวก และยังมีความพิเศษอีกอย่างหนึ่งคือกระจก Gorilla Glass นั้นเป็นกระจกแบบป้องกันแบคทีเรียอีกด้วย ทำให้การสัมผัสรุ่นนี้นั้นปลอดภัยไร้กังวลจากภัยคุกคามจากแบคทีเรีย

ชิพภายในนั้นเป็นชิพที่ใครหลายๆ คนรอคอยกันนั่นก็คือ Snapdragon 810 เป็นซีพียูแบบ Octa-Core พร้อมชิปกราฟิกประมวลผล Adreno 430 ที่แรงเร้าอารมณ์ ไม่ว่าจะเล่นเกมหรือดูหนังก็ให้ประสบการณ์ความบันเทิงที่สมบูรณ์แบบ

Physical Overview

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เพิ่งเปิดตัวในประเทศไทยไปหมาดๆต้นเดือนตุลาคมกับ ZTE AXON สมาร์ทโฟนในระดับเรือธงจากแบรนด์ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนชั้นนำของโลก มาพร้อมกับจุดเด่นในเรื่องของความพรีเมียม ตัวเครื่องทำด้วยวัสดุอลูมิเนียมเกรดเดียวกับที่ใช้ทำเครื่องบินโบอิ้ง นอกจากนี้ยังเสริมด้วยหนังบริเวณด้านบนและด้านล่างอีกด้วย

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ด้านซ้ายของตัวเครื่องมีปุ่มปรับลดระดับเสียง พร้อมช่องสำหรับใช้เข็มจิ้มเอาถาดซิมออกมา

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ด้านขวาของตัวเครื่องมีปุ่มเพาเวอร์สำหรับเปิดปิดเครื่อง

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ด้านบนของตัวเครื่อง ไม่มีปุ่มใดๆติดตั้งไว้ในบริเวณนี้เลย

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ด้านล่างของตัวเครื่อง มีรูไมโครโฟนและช่องสำหรับเสียบสาย Micro USB สำหรับชาร์จไฟและเชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ แลยังมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ด้านหลังของตัวเครื่อง มีกล้องขนาด 13 ล้านพิกเซล และกล้องวัดความลึก 2 ล้านพิกเซล และไฟแฟลช LED จำนวน 2 ดวง นอกจากนี้ยังมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้วย

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ตัวเครื่องของ ZTE AXON นั้นทำด้วยวัสดุอลูมิเนียมยูนิบอดี้ และยังมีการใส่หนังเพิ่มเข้ามาให้ดูสวยหรู พร้อมกับลวดลายลำโพงสเตอริโอด้านหน้าดูสวยงาม ปุ่ม Home ของ ZTE นั้นมีเอกลักษณ์เป็นรูปวงกลม ส่วนตัวเครื่องนั้นไม่สามารถถอดฝาหลังออกมาเพื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ครับ

13 Megapixel + 2 Megapixel Camera

กล้องหลังขนาด 13 ล้านพิกเซล (รูรับแสง F/1.8) และยังมีกล้องหลังอีกหนึ่งตัว (Dual Camera) ขนาด 2 ล้านพิกเซล สำหรับวัดระดับความลึกของภาพ ทำให้ ZTE Axon นั้นสามารถถ่ายภาพแบบเลือกจุดโฟกัสได้ ซึ่งทำให้เมื่อถ่ายภาพมาแล้วเราก็สามารถนำมาเลือกจุดโฟกัสของภาพที่ถ่ายในภายหลังได้ครับ และยังสามารถปรับระดับรูรับแสงของภาพในโหมด Bokeh ได้มากถึง F/1.0 เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีโหมดหลายโหมดให้เลือกใช้งานไม่ว่าจะเป็น HDR, พาโนรามา, Slow motion เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถบันทึกวีดีโอความละเอียดสูงสุดถึง 4K เลยทีเดียว นอกจากนี้กล้องหน้ายังมาพร้อมกับความละเอียดขนาด 8 ล้านพิกเซล มีเลนส์มุมกว้าง 84 องศา สามารถบันทึกวิดีโอความละเอียด 1080p บนกล้องหน้าได้ และยังมีบิวตี้โหมด โหมดหน้าเนียนใสใส่มาให้สำหรับขาเซลฟี่อีกด้วย

สามารถเก็บรายละเอียดของภาพได้ดี

Secure

ZTE Axon นั้นอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีการรักษาความปลอดภัยของเครื่องที่ล้ำสมัยทีเดียว เพราะเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกในไทยที่มาพร้อมกับระบบตรวจสอบและยืนยันตัวบุคคลในแบบไบโอเมตริกถึง 3 แบบ ได้แก่ ระบบยืนยันตัวตนด้วยการตรวจสอบลายนิ้วมือ (Fingerprint), ระบบยืนยันตัวตนด้วยเสียง ซึ่งเมื่อได้ยินเสียงที่บันทึกไว้จะทำการปลดล็อคเครื่องทันที นอกจากนี้ไฮไลท์เด็ดนั้นอยู่ระบบปลดล็อคแบบสแกนม่านตา (EyePrint ID) ซึ่งเป็นทีเด็ดที่เหนือกว่าสมาร์ทโฟนรุ่นอื่น เพราะรุ่นอื่นๆนั้นไม่มีความสามารถนี้แน่นอน

Connectivity

รองรับการใช้งานทั้ง 3G และ 4G ทุกคลื่นที่มีในประเทศ เพราะฉะนั้นสามารถใส่ได้ทุกซิมการ์ดที่เรามี นอกจากนี้ ZTE Axon ยังเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงอีกหนึ่งรุ่นที่มาพร้อมกับช่องใส่ซิมการ์ด 2 ช่อง สามารถใส่ได้ 2 ซิมการ์ดและยังสามารถใส่หน่วยความจำเพิ่มเติม microSD ได้สูงสุด 128 GB อีกด้วย

Final Opinion & Conclusion

ZTE AXON นั้นเป็นสมาร์ทโฟนในระดับพรีเมี่ยมตัวแรกของ ZTE ที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอย่างเต็มตัว มาพร้อมกับซีพียูสุดร้อนแรง Snapdragon 810 และยังมีชิพกราฟิก Adreno 430 อีกด้วย จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของ ZTE AXON นอกจากซีพียูและ RAM ที่ให้มามากแล้ว สามารถเพิ่มความจุ microSD ได้สูงสุด 128 GB และยังมาพร้อมกับกล้องหลังขนาด 13 ล้านพิกเซล ผสานกับกล้องหลังอีกหนึ่งตัวสำหรับใช้วัดระยะความลึก 2 ล้านพิกเซล สำหรับถ่ายภาพแบบเลือกจุดโฟกัสในภายหลังได้ นอกจากนี้ยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยถึง 3 ระดับ ถือว่าน่าสนใจทีเดียว กับราคาเปิดตัวที่ไม่แรงจนเกินไป ไม่ถึง 2 หมื่นบาท

Strength

1. ซีพียู Octa-Core 1.5 กิกะเฮิร์ตซ์ Snapdragon 810
2. หน้าจอสัมผัส OGS ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด FHD มีสารยับยั้งแบคทีเรีย
3. กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล + 2 ล้านพิกเซล (วัดความลึก)
4. ระบบปฏิบัติการ Android 5.0 Lollipop
5. เพิ่มหน่วยความจำ microSD ได้ 128 GB
6. มีระบบสแกนลายนิ้วมือ และสแกนม่านตา
7. ใช้งานได้ 2 ซิมการ์ด
8. ระบบเสียง Hi-Fi AKM691

Weakness

1. ถอดแบตเตอรี่ไม่ได้
2. ต้องเลือกว่าจะใส่ SIM 2 หรือ หน่วยความจำ microSD

รูปตัวเครื่อง ZTE AXON

ZTE AXON-01

ZTE AXON-02

ZTE AXON-03

รูปหน้าจอ

001002003004005

006007008009010

 

ข้อมูลทั่วไป

ราคา 17,900 บาท

ขนาด, น้ำหนัก  

154 x 75 x 9.3 มิลลิเมตร, 172 กรัม

ระบบ GSM 850/900/1800/1900

UMTS 850 / 2100

แบตเตอรี่ Li-Ion 3000 mAh
หน่วยความจำภายใน 32 GB, 3GB RAM
หน่วยความจำภายนอก microSD 128 GB
ระยะเวลาสแตนด์บาย ไม่ระบุ
ระยะเวลาสนทนา ไม่ระบุ
จอแสดงผล
ขนาด 1920 x 1080 พิกเซล (ขนาด 5.5 นิ้ว)
ชนิดและจำนวนสี IPS LCD capacitive touchscreen, 16.7 ล้านสี
สมุดโทรศัพท์
หน่วยความจำ ไม่จำกัดจำนวน
ระบบปฏิบัติการ Android OS 5.0 Lollipop
หน่วยประมวลผล Octa-Core 1.5 GHz
ข้อความ
ระบบสะกดคำอัตโนมัติ ไทย, อังกฤษ
MMS รองรับ
E-mail รองรับ
เสียง
ชนิด Wav, MP3, FLC
การใช้คำสั่งเสียง มี
การโทรออกด้วยเสียง มี
แฮนด์ฟรี มี
มัลติมีเดีย
กล้องดิจิตอล มี (ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล + 2 ล้านพิกเซล)
กล้องวิดีโอ มี (4K)
วิทยุ FM มี
เครื่องเล่นเพลง MP3 มี
เครื่องเล่นวิดีโอ มี
จาวา (JAVA) รองรับ
การเชื่อมต่อและรับส่งข้อมูล
การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอก บลูทูธ 4.0 A2DP, USB (micro USB 2.0), Wi-Fi, DLNA,
3G มี
4G LTE รองรับ
อื่นๆ เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ, ระบบสแกนม่านตา, ชิปเสียง Hi-Fi

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top