News & Update

HTC Exodus 1 มือถือบล็อกเชนตัวแรกจาก HTC มาแล้ว

HTC Exodus

HTC เปิดตัว Exodus 1 มือถือบล็อกเชนตัวแรกที่สเปคไม่แพ้รุ่นอื่นๆ และมีจุดเด่นตรงที่สามารถเป็นกระเป๋าเงินคริปโตสำหรับเงินสกุลดิจิตัลได้ด้วย

HTC เปิดตัว Exodus 1 มือถือบล็อกเชนตัวแรกที่สเปคไม่แพ้รุ่นอื่นๆ และมีจุดเด่นตรงที่สามารถเป็นกระเป๋าเงินคริปโตสำหรับเงินสกุลดิจิตัลได้ด้วย

HTC Exodus 1 (2)

สเปคของ HTC Exodus 1 มีดังนี้

  • หน้าจอ: 6 นิ้ว (18:9 ความละเอียด Full HD+)
  • หน่วยประมวลผล: Snapdragon 845
  • หน่วยความจำ: 6GB
  • พื้นที่เก็บข้อมูล: 128GB
  • กล้องหน้า: 8 + 8 Megapixel
  • กล้องหลัง: 12 + 16 Megapixel
  • แบตเตอรี: 3,500 mAh
  • ระบบปฏิบัติการ: Android 8 Oreo
  • กันน้ำและฝุ่นตามมาตรฐาน IP68
  • ใช้พอร์ต USB Type C และมีพอร์ตหูฟัง 3.5 มม

จากสเปคจะเห็นได้ว่าเป็นมือถือที่ไม่แพ้รุ่นอื่นๆ ที่วางจำหน่ายในปีนี้เลย แต่จุดเด่นที่นำมาแข่งกับมือถือรุ่นอื่นๆ ไม่ใช่เรื่องกล้อง หรือแบตเตอรีที่ทนทาน แต่เป็นความสามารถในการเก็บเงินดิจิตอลได้ (หรือจะเก็บ Token ของ CryptoKitties ก็ได้!) นอกจากนี้ยังสามารถทำตัวเป็น Node สำหรับการแลกเปลี่ยน Bitcoin ได้ด้วย

HTC Exodus 1

สำหรับพื้นที่เก็บข้อมูลคริปโตนั้นจะแยกออกจากระบบปฏิบัติการ Android ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าเผลอล้างเครื่องแล้วเงินจะหายไปด้วย นอกจากนี้ยังมีระบบกู้คืนที่เรียกว่า Social Key recovery ที่เราสามารถฝากคนอื่นทำหน้าที่ช่วยกู้ข้อมูลได้ โดยจะมีแอพของ HTC ที่ช่วยแบ่งปันข้อมูลให้คนอื่นเก็บไว้โดยเฉพาะ นอกจากนี้ทาง HTC ยังเปิด API ให้นักพัฒนาภายนอกนำไปพัฒนาต่อได้อีกด้วย

สำหรับผู้ที่คิดว่าอยากได้อยากโดน อยากจะครอบครองก็ขอบอกก่อนว่ารุ่นนี้หาซื้อยากมาก เนื่องจากตอนนี้ทาง HTC ประกาศว่าผู้ที่อยากได้ต้องโอนเงิน 0.15 BTC (หรือ 4.78 ETH) เพื่อทำการจอง (มูลค่าของเหรียญทั้งสองขณะที่เขียนนี้คือราวๆ $960 ดอลลาร์สหรัฐ) กำหนดส่งของคือเดือนธันวาคมนี้ ยังไม่มีข้อมูลว่าหลังจากนั้นแล้วสามารถซื้อด้วยเงินปกติ หรือยังต้องจ่ายด้วยเหรียญดิจิตัลเช่นเดิม

ณ ตอนนี้ทาง HTC ประกาศว่า Exodus 1 จะมีวางจำหน่ายใน 34 ประเทศที่ระบุออกมาแล้วก็ได้แก่สหรัฐอเมริกา ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ นิวซีแลนด์ สหราชอาณาจักร ออสเตรีย นอร์เวย์ และยุโรปอีกหลายๆ ประเทศ ส่วนจีนนั้นจะไม่มีขายเนื่องจากข้อจำกัดด้านการใช้เงินคริปโตในประเทศนั่นเอง

ที่มา – The Verge

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top