Article

ส่องกล้องมองเทคโนโลยีครึ่งปีหลัง

โทรศัพท์มือถือวันนี้โดยเฉพาะสมาร์ทโฟน ตอนนี้มีสิ่งหนึ่งที่ผู้บริโภคมักจะมองถึง นั่นก็คือหน้าจอ เพราะเป็นสิ่งแรก สุดที่คุณจะเห็น

สวัสดีครับ ผมปีเตอร์กวงควงมือถือ จากรายการ “แบไต๋ไฮเทค เดลี่ไฟว์ไลฟ์” ที่ถ่ายทอดสดออกอากาศ ตรงจาก Beartai Digital Gateway Studio ชั้น 4 Digital Gateway สยามสแควร์ ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ ทางช่อง Dude TV และคมชัดลึก ทีวี ในเวลา 19:00-20:00 และ Re-Run ทาง Nation Channel ตอนเที่ยงคืนของทุกวันอีกด้วย โดยผมมาประจำการใน What Phone Magazine ทุกเดือน เพื่อไขข้อข้องใจและเก็บตกข่าวความเคลื่อนไหวใน วงการเทเลคอมทั้งในบ้านเรา และต่างประเทศ สำหรับฉบับนี้จะมาพูดถึงเทรนด์ของเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือ ในครึ่งปีหลังว่าจะมีเครื่องที่มีฟีเจอร์หรือสเปคอย่างไร ฉบับนี้มีทิศทางให้ได้เห็นกัน

จอใหญ่ จอใหญ่ จอใหญ่ จะใหญ่ไปไหนอีกนะ

 

Huawei-Ascend-Mate-1

Samsung-Galaxy-Grand-I9080-display

samsung-galaxy-tab-10-1

โทรศัพท์มือถือวันนี้โดยเฉพาะสมาร์ทโฟน ตอนนี้มีสิ่งหนึ่งที่ผู้บริโภคมักจะมองถึง นั่นก็คือหน้าจอ เพราะเป็นสิ่งแรก สุดที่คุณจะเห็นก่อนเปิดเครื่องเล่นเครื่องเสียด้วยซ้ำ แน่นอนจอใหญ่จอเล็กก็ว่ากันไปตามราคา จอเล็กก็ถูกกว่า จอใหญ่ก็แพงกว่า สมาร์ทโฟนวันนี้เริ่มกันที่จอขนาด 3″ และโตขึ้นไปตามสเตป 3.2″ 3.5″ 3.8″ 4.0″ 4.3″ 4.5″ 4.6” 4.7″ 4.8″ และล่าสุดก็แตะไปที่ 5″ 5.5″ กันเข้าไปแล้วอย่างพวก Galaxy Grand, Galaxy Note 2 และเรากำลังจะ ได้เห็นกันต่อที่ขนาดที่ใหญ่ขึ้นไปอีก อย่างขนาด 5.7″, 5.8″, 5.9”, 6.1″, 6.3″ กันต่อไปอีก ในรุ่นใหม่ๆ ที่กำลังเข้าสู่ตลาด อาทิเช่น Samsung Galaxy Mega 5.7, Galaxy Mega 6.3, Huawei Ascend Mate 6.1 เป็นต้น และคาดว่าในครึ่งปีหลัง ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อใหญ่ๆ อย่าง Sony, HTC, LG, Oppo ก็น่าจะมีหน้าจอใหญ่ๆ พาเหรดกันออกมาอีกอย่างแน่นอน  ซึ่งแลดูจะมีขนาดเข้าใกล้ขนาดหน้าจอของแท็บเล็ตที่เริ่มกันที่ 7″ เข้าไปทุกที ขณะที่หน้าจอแบบแท็บเล็ตนั้น ที่เล็กสุดก็กำลังใหญ่ขึ้นไปแตะที่ 8” เพื่อหนีสมาร์ทโฟนจอยักษ์อย่าง Fonblet ที่เป็นลูกผสมระหว่าง Smartphone + Tablet นั่นเอง

แต่ในขนาดของความใหญ่หน้าจอนั้น ยังมีเรื่องความละเอียดของจอ มาเป็นตัวแบ่งเส้นของราคาเครื่องในแต่ละกลุ่มราคาอีกต่างหาก ซึ่งหน้าจอที่อยู่ในขนาดพื้นฐานของสมาร์ทโฟน นั้นอยู่ที่ 240 x 320 พิกเซลเป็นพื้นฐาน สเต็ปขึ้นไปก็อยู่ที่ 480 x 800 พิกเซล ขึ้นไปอีกก็จะไปอยู่ที่หน้าจอความละเอียดแบบ qHD 540 x 960 ต่อมาก็จะไปอยู่ที่ความละเอียดระดับ HD 720 x 1280 และล่าสุดไปอยู่ที่ความละเอียดระดับสูงสุดตอนนี้ก็คือความละเอียดระดับ Full HD 1080 x 1920 พิกเซล ซึ่งถือว่าเป็นความละเอียดระดับเดียวกับจอทีวี LED ที่บ้านเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นจอใหญ่ที่เห็นต้องดูควบคู่ไปกับความละเอียดจอด้วย ถ้าจอมีขนาดเท่ากัน แต่จอไหนที่มีหน้าจอละเอียดกว่าก็ถือว่าจอนั้นดีกว่า แน่นอนเครื่องนั้นก็จะแพงกว่าด้วยเช่นกัน ขณะที่โทรศัพท์สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ๆ เริ่มมีราคาที่ต่ำลงเรื่อย หน้าจอใหญ่ระดับ 4” 4.3” เริ่มมีราคาต่ำกว่าหมื่นบาทแล้ว ยังไม่นับรวมยี่ห้อไทย (เฮ้าส์แบรนด์) ต่ำกว่าหมื่นจะได้จอขนาด 5” กันเป็นอย่างน้อย ผมแนะนำว่าให้เลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานของคุณจริงๆ บางครั้งจอใหญ่เกินไปอาจจะไม่เหมาะกับคุณ แต่จอที่ขนาดพอเหมาะพอมือแต่มีความละเอียดของจอสูงๆ น่าจะตอบสนองการใช้งานได้ดีกว่า และให้ประสบการณ์การใช้งานได้ดีกว่าอย่างแน่นอน

สเปค สเปค สเปค จะเอา CPU เทพขนาดไหน จัดไปให้จุใจกันไปเลย

02

03

05730752-photo-acer-liquid-z2-duo

อีกสิ่งหนึ่งที่ผู้ใช้เลือกซื้อสมาร์ทโฟนนั้นมักจะถามถึงก่อนที่จะตัดสินใจจ่ายเงินนั้น ก็คือเรื่องของสเปคของเครื่อง สิ่งนี้ปกติแล้วดูจะเป็นเรื่องที่ไกลตัวผู้ใช้ค่อนข้างมาก เพราะเป็นเรื่องที่เข้าใจยากอยู่ราวกับการที่จะต้องมองหา สเปคคอมพิวเตอร์ก็ไม่ผิด แต่อย่างไรก็ตามสิ่งนี้กลายเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคได้เริ่มเรียนรู้ และมักจะถามผู้ขายเรื่องสเปคของเครื่อง หรือไม่ก็ผู้ขายมักจะพูดถึงสเปคของเครื่อง เพื่อเป็นการเปรียบเทียบในการเลือกซื้อก่อนตัดสินใจในที่สุด สเปคของเครื่อง หลังๆ มานอกจากการตัดสินใจด้วยเรื่องของขนาดหน้าจอที่ใหญ่อย่างที่ต้องการแล้ว ยังมีเรื่องสเปคของ CPU หรือหน่วยประมวลผลว่ามีความเร็วเป็นอย่างไร เป็นแบบ Dual-Core (สองแกนสมอง) หรือ Quad-Core (สี่แกนสมอง) ก็เริ่มมีราคาที่ต่ำลงไปเรื่อง อย่างเช่น Single-Core CPU (หนึ่งแกนสมอง) สำหรับสมาร์ทโฟนเริ่มต้นนั้น โทรศัพท์มีราคาเริ่มต้นกันที่ 2,000 กว่าบาทเท่านั้นเอง เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ที่กำลังจะเปลี่ยนโทรศัพท์มาสู่ยุค 3G แล้วหันมาใช้สมาร์ทโฟนไปด้วยในเวลาเดียวกันได้มีทางเลือกที่ง่ายขึ้น Dual-Core CPU มีราคาเริ่มต้นกันที่ 4,000 บาทเท่านั้นเองสำหรับเฮ้าส์แบรนด์ (เช่น i-mobile, True Beyond, GoLive! เป็นต้น)

ส่วนแบรนด์ใหญ่ต่างชาติก็จะมีระดับราคาอยู่ที่ 7,000 บาทขึ้นไป หรือจะเป็นแบรนด์อย่าง Huawei ที่กำลังเริ่มบุกตลาดไทยร่วมกับ dtac สนนราคาที่น่าสนใจมาก เพราะเริ่มที่ราคาเพียงแค่ 4 พันกว่าๆ กับจอใหญ่ถึง 4.5” ส่วนรุ่นใหญ่อย่างพวก Quad-Core CPU นั้นในครึ่งปีหลังเรากำลังจะได้เห็นโทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่ใช้ Quad-Core CPU ในรุ่นเริ่มต้นอยู่ในระดับราคาเริ่มต้นต่ำหมื่นบาทแล้วแน่นอน แต่ถ้าเป็น Quad-Core CPU ตัวท็อปโทรศัพท์สมาร์ทโฟนนั้นก็จะมีราคาแพงขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะจากกลุ่มเฮ้าส์แบรนด์ที่จะมาบุกเบิกตลาดก่อน ส่วนแบรนด์ใหญ่น่าจะอยู่ในระดับราคาหมื่นกลางๆ ขณะที่ตอนนี้อยู่ในระดับสองหมื่นบาทขึ้นไปสำหรับสมาร์ทโฟนที่ใช้ Quad-Core CPU ระดับตัวท็อป แต่อย่างที่เห็นนะครับ CPU ระดับ Quad-Core ก็มีหลายสเปค มีหลายเกรด หลายราคา ถ้าผู้นำหน่อยก็ต้อง Qualcomm ซึ่งก็มีหลายรุ่นอีกต่างหาก เช่น Snapdragon 400, 600, 800 ไล่กันไปตามเบอร์เลย (800 เป็นรุ่นท็อปสุด) ความเร็วที่ได้ต้องบอกว่าไม่เท่ากันนะครับ บางคนจะเข้าใจว่ามือถือที่ตัวเองซื้อมาสมาร์ทโฟนใช้ Quad-Core CPU แล้วจะดีเท่ากันหมดทุกตัว อันนี้ต้องบอกว่าไม่ใช่แน่ เครื่องถูกกว่ามักจะใช้ CPU รุ่นที่ประสิทธิภาพที่ลดต่ำกว่าเป็นเรื่องปกติครับ ที่แบบเน้นแข่งราคาก็ต้อง MTK (MediaTek) หลังๆ มาก็มีใช้กันเยอะบนโทรศัพท์ที่เป็นเฮ้าส์แบรนด์ครับ เพราะราคา CPU ไม่แพง ทำให้ราคาเครื่องก็ถูกตามไป แต่ประสิทธิภาพก็ว่ากันอีกเรื่องหนึ่ง

ส่วนดาวรุ่งพุ่งแรงก็ต้อง Intel ที่มาแบบจัดเต็มแต่เราจะเห็นกับโทรศัพท์สมาร์ทโฟนจากค่ายที่ทำคอมพิวเตอร์เสียมากกว่า อย่างเช่น Acer, Asus, Lenovo เป็นต้น แต่ช้าก่อนต้องบอกว่าให้จับตาดูให้ดีสำหรับ CPU จาก Intel นะครับ ของเขาแรงจริงๆ Single-Core เทียบเท่ากับ Dual-Core ของยี่ห้ออื่น ส่วน Dual-Core ของ Intel ก็ต้องเทียบกับ Quad-Core ของยี่ห้ออื่นๆ กันตามลำดับ ทั้งนั้นทั้งนี้ไม่อยากให้ไปไล่จับตามสเปคจนเกินไปนะครับ ให้เลือกตามความจำเป็น เช่นตามงบประมาณที่วางไว้ เลือกตามความจำเป็นที่ใช้ ว่าเราใช้สมาร์ทโฟนมากหรือน้อยอย่างไร แต่ถ้าท่านไม่มีลิมิตเรื่องงบประมาณ จะจัดชุดใหญ่สเปคเทพก็จะดีตรงที่เครื่องเหล่านั้นจะรองรับการอัพเกรดไปสู่ซอร์ฟแวร์รุ่นต่อไปได้อย่างแน่นอน อย่าง Android ก็กำลังมุ่งไปสู่เวอร์ชั่น Key Lime Pie ที่กำลังจะมาในปีนี้ (Android 5.0) ส่วนใครที่มองหาสเปคของ Windows Phone 8 ก็ไม่ต้องคิดมาก ตอนนี้ไปก็ยังเป็น Dual-Core CPU ไปก่อน จนกว่า Windows Phone 8 Update 2 ที่จะมาตอนปลายปี เครื่องรุ่นใหม่ๆ ถึงจะเปลี่ยนสเปคไปใช้ CPU Quad-Core กันอีกทีในอนาคต

กล้อง กล้อง กล้อง กล้องเทพกันไปอีก แล้วจะพกกล้องดิจิตอลกันอีกหรือ

htc-one_bw

hardgraft31200-nokia_lumia_925_color_rangeกล้องเป็นอีกส่วนประกอบหนึ่งที่หลายๆ คนใช้เป็นส่วนประกอบในการตัดสินใจ เพราะวันนี้ยามที่เราต้องการถ่ายรูปแบบปัจจุบันทันด่วนขึ้นมา เราก็จะควักโทรศัพท์สมาร์ทโฟนของเราขึ้นมาในบัดดล เพื่อถ่ายรูปในทันที คงไม่มีใครพกกล้องดิจิตอลติดตัวตลอดเวลาเป็นแน่แท้ ยกเว้นคุณจะมีอาชีพเป็นนักข่าวหรือช่างภาพ นั่นเป็นเหตุผลหนึ่งในการเลือกซื้อโทรศัพท์สมาร์ทโฟน จึงคำนึงถึงเรื่องกล้องเป็นปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่ง ขอได้ลองถ่ายรูปกันให้ได้รู้ว่าโทรศัพท์รุ่นนี้ถ่ายรูปกริ๊ปหรือไม่ จะได้ใช้ตัดสินใจต่อไป ตอนนี้กล้องมือถือในโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนรุ่นเทพได้พัฒนากล้องหลักกันไปสู่ความละเอียด 13 ล้านพิกเซลกันแล้วไม่ว่าจะเป็น Sony, Samsung, Oppo, LG หรือจะเป็น HTC ที่ใช้เทคโนโลยี Ultrapixel ที่ถึงแม้ว่าจะมีความละเอียดแค่ 4 ล้านพิกเซลแล้ว แต่ภาพที่ได้มีความคุณภาพสูงมากเมื่อเทียบกับโทรศัพท์ยี่ห้ออื่นๆ ที่แม้จะมีพิกเซลสูงกว่าก็ตาม เพราะความละเอียดบอกแค่ขนาดของภาพที่เมื่อคุณขยายแล้วจะแตกหรือไม่แตก แต่ไม่ได้บอกว่าภาพที่คุณได้นั้นมีคุณภาพของสีหรือแสงลงตัวได้ดีแค่ไหน นั่นเป็นเหตุผลที่ HTC ถึงพัฒนามาโดยใช้เทคโนโลยี Ultrapixel ของตัวเองอย่างแตกต่างจากคนอื่น คาดว่าในอนาคตอันใกล้ Ultrapixel นั้นน่าจะมีความละเอียดเพิ่มไปเป็น 8 ล้านพิกเซลอย่างแน่นอน

นอกจากนี้การที่กล้องมีชิ้นเลนหลายๆ ชิ้นก็จะยิ่งทำให้ภาพที่ได้มีความใส และความชัดของภาพมากขึ้นตามลำดับ อย่างกล้องของ iPhone 5, HTC One, Nokia Lumia 920, 925 เป็นต้น ในครึ่งปีหลังเราคาดว่าจะได้เห็นความละเอียดของกล้องข้ามไปสู่ระดับ 18 ล้านพิกเซลจากหลายๆ ค่ายอย่างแน่นอน ขณะที่เจ้าตำนานแห่งกล้องเทพบนสมาร์ทโฟนอย่าง Nokia น่าจะมาอย่างที่ข่าวลือว่ากันก็คือ Nokia Lumia EOS ที่คุณภาพระดับ 42 ล้านพิกเซลเฉกเช่นเดียวกับที่เคยฝากผลงานไว้อย่าง Nokia 808 PureView เมื่อปีก่อน

อีกด้านหนึ่งของกล้องที่เริ่มมีแนวโน้มสำคัญไม่แพ้กันนั่นคือกล้องด้านหน้า ที่อยู่เหนือจอโทรศัพท์มือถือของเรา เพราะว่าหลายๆ ครั้งที่เราอยู่คนเดียวหรืออยู่กับเพื่อนแล้วอยากถ่ายรูปด้วยกันโดยที่หาใครมาช่วยถ่ายไม่ได้ เราก็จะใช้กล้องหน้านี่แหละในการถ่ายภาพตัวเองเพื่อเก็บเป็นที่ระลึกในความทรงจำ นั่นทำให้ค่ายมือถือหลายๆ ค่ายให้ความสำคัญกับการพัฒนากล้องด้านหน้าให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นกว่าที่เคยเป็น เราเริ่มเห็นได้ว่าตอนนี้ค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ได้พัฒนากล้องหน้าให้มีความละเอียดสูงขึ้นไปสู่ระดับ 2 ล้านพิกเซลกันแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Sony Xperia Z, HTC One, Samsung Galaxy S4 หรือจะเป็น Oppo Find Way ที่ใช้กล้องหน้าระดับ 5 ล้านพิกเซลกันไปแล้ว เชื่อว่าในครึ่งปีหลังสมาร์ทโฟนรุ่นเทพใหม่ๆ น่าจะหันมาพัฒนากล้องหน้าให้มีความละเอียดสูงควบคู่กันไปกับกล้องหลังด้วย เราน่าจะได้เห็นกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้าน หรือ 8 ล้านพิกเซลกันไปเลยในอนาคตอันใกล้นี้ แถมยังถ่าย VDO กันได้ในระดับ Full HD 1080p เช่นเดียวกับกล้องหลักที่ทำกันได้มาสักระยะหนึ่งแล้ว

ฟีเจอร์ใหม่ที่ควรจะมี หรือมีก็ดี ไม่มีก็ไม่เป็นไร (เอาให้ชัวร์)

GALAXY S4 Lifestyle Image_Group Play

HTC One Ultrapixel camera review

นอกเหนือจากฮาร์ดแวร์ที่ผมพูดถึงไป ไม่ว่าจะเป็น จอ กล้อง ซีพียู ยังมีส่วนอื่นๆ ที่ค่ายมือถือพัฒนากันอย่างขมักเขม่นเพื่อที่จะทำให้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนของเขามีลูกเล่นมากๆ เพื่อใช้ในการโน้มน้าวใจผู้บริโภคในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของเขา ซึ่งอันนี้มีมากมาย โดยจริงๆ แล้วก็มักจะสร้างบนพื้นฐานในการพัฒนามาให้ทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์เหล่านี้ เช่น กล้องถ่ายรูป อย่างค่าย Nokia, HTC, Samsung ก็มีการพัฒนาให้กล้องมีฟีเจอร์มากมาย มากกว่าแค่ถ่ายรูปเฉย แต่มีลูกเล่นเพิ่มเข้ามาอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งไม่รู้อะไรดลใจทำให้พัฒนาออกมาคล้ายๆ กัน อาทิ การถ่ายรูป หรือวิดีโอจากกล้องหน้ากล้องหลังไปพร้อมๆ กัน การถ่ายรูปให้ได้ภาพแบบที่มีหลายๆ ภาพของเราซ้อนในภาพเดียวกัน การลบภาพองค์ประกอบที่เราไม่ต้องการออกจากภาพ การถ่ายภาพนิ่งพร้อมอัดเสียงไปด้วยในเวลาเดียวกัน เป็นต้น หรือการใช้ประโยชน์จากกล้องหน้าในการใช้ท่าทางของเราเป็นการสั่งงาน เช่น โบกมือผ่านหน้ากล้อง (จอภาพ) เพื่อทำการสั่งให้รับสายที่โทรเข้ามาได้ทันที การโบกมือผ่านกล้องเพื่อสั่งให้ภาพที่ดูอยู่เลื่อนไปยังภาพต่อไป หรือการคว่ำหน้าโทรศัพท์ลงกับพื้นเพื่อจะไม่รับสาย และให้โทรศัพท์หยุดสั่น หรือหยุดเสียงเรียกเข้าเป็นต้น หรือจะเป็นลูกเล่นใหม่ๆ ที่ใช้กล้องหน้าในการจับความเคลื่อนไหวของใบหน้าเรา หรือดวงตาเราเพื่อให้ผู้ใช้ได้สั่งงานในการควบคุมการทำงานของเครื่องโดยที่ไม่ต้องใช้นิ้วสัมผัสเพื่อสั่งการแต่อย่างใด อันนี้ Samsung Galaxy S4 ก็มีมาให้เราได้เห็นกันแล้ว

ขณะที่ฮาร์ดแวร์ใหม่ๆ ที่ติดมากับเครื่องอย่าง NFC (Near Field Communication) ก็เริ่มเข้ามามีบทบาทในการทำงานเพื่อเชื่อมต่อการส่งข้อมูลระหว่างโทรศัพท์ จะเริ่มถูกนำมาใช้งานมากขึ้นสำหรับโทรศัพท์รุ่นใหม่ๆ อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นค่ายใดๆ อย่าง Samsung, HTC, Nokia, LG, Sony ต่างกันใช้ NFC มาเป็นจุดขายอีกจุดหนึ่งสำหรับโทรศัพท์สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ กันทั้งนั้น NFC นั้นถือว่าเป็นมาตรฐานที่พัฒนากันมาถึงจุดที่น่าจะนำไปใช้กันได้อย่างเป็นเรื่องเป็นราวก็คราวนี้ โดยไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ยี่ห้อใดที่มี NFC ก็จะสามารถทำงานข้ามกันมาได้ ไม่ว่าจะเป็นการส่งรูปข้ามมือถือ ส่งข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ หรือประยุกต์นำไปใช้ในการสั่งงานให้อุปกรณ์ตัวอื่นเชื่อมต่อกันและทำงานด้วยกัน เช่น ลำโพงที่มีNFC แค่เอามือถือเราไปแตะลำโพงนั้นแล้วสั่งเล่นเพลง เพลงที่เราเล่นก็จะไปดังที่ลำโพงตัวนั้นได้ทันที ฟีเจอร์ใหม่ๆ เหล่านี้ต้องบอกว่าหลายๆ อย่างนั้นมีก็ดี ไม่มีก็ไม่เป็นไร หลายๆ ครั้งที่มี แต่เราก็ไม่ได้ใช้สักเท่าไร ใครจะไปนึกถึงสิ่งเหล่านี้ได้ตลอดเวลาเพราะมันมีมากมายหลากหลายเสียเหลือเกิน จนบางทีก็ไม่ได้จำเป็นว่าจะต้องสิ่งเหล่านี้ก็ได้หากคุณมีแล้วคุณไม่ได้ใช้มันก็ไม่มีความหมาย จริงไหมล่ะครับ

สุดท้ายนี้อยากให้เลือกซื้อโทรศัพท์มือถืออย่างเข้าใจ รู้ทันเทคโนโลยี เลือกสิ่งที่เหมาะกับตัวเราไม่ว่าจะเป็นด้านงบประมาณ หรือด้านความต้องการในการใช้งานให้เหมาะสม อย่าไปตามกระแสนิยมจนเกินไป หรือเลือกตามเพื่อนตามคนอื่นโดยที่ตัวเรายังไม่รู้เลยว่าเราต้องการอะไรกันแน่ ศึกษา เรื่องเทคโนโลยีเป็นเรื่องไม่ยาก ถ้าอยากตามกระแสให้ทันก็อย่าพลาดติดตามพวกเราในรายการ แบไต๋ไฮเทค เดย์ลี่ไฟว์ไลฟ์นะครับ แล้วคุณจะรู้ว่าเทคโนโลยีไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

Click to comment

You must be logged in to post a comment Login

Leave a Reply

To Top