Article

เปลี่ยนโฉมรูปแบบโฆษณาบนโทรศัพท์มือถือไปกับ LatteScreen

รูปแบบของการทำโฆษณาบนโทรศัพท์มือถือ (Mobile Advertising) ยังมีอะไรใหม่ๆ มาให้ได้เรียนรู้กันอยู่เสมอ ซึ่งก็มีด้วยกันหลากหลายรูปแบบ หลายวิธีการ ไม่ว่าจะเป็นการลงแบนเนอร์โฆษณาในแอพพลิเคชั่นของสมาร์ทโฟน, การสร้างแบรนด์แอพฯ เป็นต้น  คราวนี้เราลองมาดูของค่าย AppDisco ผู้พัฒนา LatteScreen สัญชาติเกาหลีกันบ้าง โดยแอพลิเคชั่นนี้ทำงานบน Android นำเสนอการทำ Mobile Advertising ในอีกรูปแบบใหม่

LatteScreen

ผู้เขียนได้มีโอกาสพูดคุยกับทีมผู้พัฒนาแอพฯ นี้จากเกาหลี โดยทีมงานกล่าวว่า Mobile Advertising แพลตฟอร์มนี้นำเสนอในรูปแบบของ Win-Win Concept กล่าวคือ ผู้ใช้จะได้รับสิทธิพิเศษอะไรบางอย่าง เช่น บัตรเติมเงิน ตั๋วชมหนัง คูปองส่วนลด ฯลฯ โดยแลกกับแอคชั่นที่กำหนดไว้ โดยก่อนอื่น ทำการดาวน์โหลด Lattescreen แอพฯ ไว้บนเครื่อง Android ก่อน หลังจากนั้นตัวแอพฯ จะทำหน้าที่เสมือนเป็นหน้าจอ Lock Screen ที่เราใช้กันอยู่บนเครื่อง Android คุณจะได้รับสิทธิพิเศษ (ที่กำหนดไว้) ก็ต่อเมื่อทำการ Unlock Screen ไปทางด้านขวา หลังจากนั้นตัวแอพฯ จะวิ่งไปสู่หน้า Landing Page ของโฆษณานั้นๆ เพื่อให้เราได้รับชม เรียกว่ายิ่งดูมากครั้งเท่าไหร่ก็ได้รับสิทธิพิเศษมากขึ้นเท่านั้นนั่นเอง

LatteScreen2

โดยโฆษณาสามารถกำหนดเวลาได้ไม่ให้รบกวนช่วงเวลานอน และสลับกับโฆษณาอื่นๆ ไปมา เช่น 1 โฆษณา/ชั่วโมง โดยในต่างประเทศมีการให้สิทธิเป็นการเติมเงินสู่ Paypal account อีกด้วย

หลังจากที่ได้มีการเปิดตัวที่ประเทศเกาหลี และญี่ปุ่นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก็มียอดดาวน์โหลดสูงถึง 2 ล้านครั้ง โดยผู้มาลงโฆษณาก็มีทั้ง ธุรกิจภาพยนตร์ เพลง คอนเสิร์ต รถ และธุรกิจประเภทบริการต่างๆ

LatteScreen3 LatteScreen5

ปัจจุบัน LatteScreen เปิดให้บริการแล้วใน 13 ประเทศ ได้แก่ เกาหลี ญี่ปุ่น ไทย มาเลเซีย เวียดนาม ฮ่องกง ไต้หวัน ออสเตรเลีย อิตาลี เยอรมัน สเปน อังกฤษ และฝรั่งเศส และเมื่อไม่นานมานี้ก็ได้เปิดตัวแคมเปญที่ชื่อ “Refer a friend EVENT” ขึ้น ยิ่งชวนเพื่อนมาใช้มากก็ได้รับรางวัลมากด้วยเช่นกัน

LatteScreen4

และอีกโครงการที่ทางทีมงานกำลังทำอยู่มีชื่อว่า The House of Arts โครงการนี้เป็นแนว CSR (Corporate Social Responsibility) คือเน้นการช่วยเหลือสังคมเป็นหลัก โดยเปิดโอกาสให้นักศิลปะในรูปแบบต่างๆ ที่มีความสามารถส่งผลงานเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นนักร้อง นักดนตรี นักเขียน ช่างวาดรูป เป็นต้น และผู้ที่ได้รับคัดเลือกจะมีโอกาสได้แสดงผลงานสู่ชาวโลกไปยังประเทศต่างๆ ที่ LatteScreen เปิดให้บริการอยู่

โดยรูปแบบการแสดงผลงานจะออกมาดังนี้ คือแสดงภาพของนักศิลปะคนนั้นบนหน้า Lock screen และเมื่อทำการ Unlock screen ก็จะเข้าไปสู่หน้าเว็บไซต์ของนักศิลปะนั้นๆ โดยตรง และแน่นอนเปิดรับผลงานของเพื่อนๆ ชาวไทยด้วยเช่นกัน

สรุป: รูปแบบของธุรกิจด้านโฆษณาแบบนี้จะคล้ายๆ กับ “Three-party Market” ในหนังสือของ Chris Anderson ที่ชื่อ Free โดยแบรนด์หรือผู้ซื้อโฆษณาจะมาช่วยสนับสนุนสิทธิพิเศษอะไรบางอย่างให้กับผู้

ใช้ แต่นี่จะมีการปรับเพิ่มในเรื่องของสิทธิพิเศษที่อาจไม่ใช่แค่ของฟรีเป็นเสมือน Reward ของรางวัลที่มากขึ้น เพิ่มความน่าสนใจ  คงต้องดูกันต่อว่าทิศทางการเติบโตของแพลตฟอร์มนี้จะเป็นเช่นไร เพราะบริการหลายๆ ตัวที่มาจากแดนโสมก็โดดเด่นและตีตลาดในต่างแดนได้หลายตัว

โดยปัจจัยความสำเร็จนั้นประกอบไปด้วย

1)    สิทธิประโยชน์ที่นำมาดึงลูกค้านั้นน่าสนใจแค่ไหน ตรงกับกลุ่มเป้าหมายด้วยหรือไม่

2)    คงไม่ใช่แค่ Win-Win กันในส่วนของสิทธิประโยชน์เท่านั้น แต่การมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีให้กับผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการโฆษณาเองว่าทำอย่างไรให้กลมกลืนก็เป็นสิ่งสำคัญไม่ใช่เป็นการยัดเยียดให้ดูโฆษณาหรือทำให้รู้สึกว่าเป็นส่วนเกิน

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

Click to comment

You must be logged in to post a comment Login

Leave a Reply

To Top