Review

JBL Charge 2+ ลำโพงพกพาเสียงเบสกระหึ่มที่กันน้ำได้

JBL Charge 2+ ลำโพง bluetooth ตัวจี๊ดที่โดดเด่นรอบด้าน ตั้งแต่ดีไซน์, พลังเสียง, ฟีเจอร์การใช้งาน และในรุ่นนี้ยังเสริมเรื่องของการกันน้ำเพิ่มมาให้ด้วย

หลังจากเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2558 ที่ผ่านมา ทางบริษัท มหาจักร ดีเวลอปเมนต์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายลำโพง JBL และ Harman Kardon ในประเทศไทย ได้เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ กับไลน์สินค้าลำโพงและหูฟังไร้สายที่จะเข้ามาทำตลาดในไทย ไม่ว่าจะเป็น Flip 3, Xtreme, Pulse 2, Charge 2+, Clip+ ฯลฯ ที่เน้นเจาะกลุ่มไลฟ์สไตล์ผู้ใช้งานทุกรูปแบบ

วันนี้ทางทีมงาน WhatPhone เราได้ เจ้า JBL Charge 2+ มารีวิว เจ้านี่คือลำโพง bluetooth ตัวจี๊ดที่โดดเด่นรอบด้าน ตั้งแต่ดีไซน์, พลังเสียง, ฟีเจอร์การใช้งาน และในรุ่นนี้ยังเสริมเรื่องของการกันน้ำเพิ่มมาให้ด้วย

ดีไซน์สวยงามและมีเอกลักษณ์

การออกแบบลำโพงไร้สายของ JBL ต้องบอกว่ามีรูปทรงที่ดูทันสมัยและเป็นเอกลักษณ์ที่มองแว๊บเดียวก็รู้แล้วว่านี่คือลำโพงของ JBL ตั้งแต่รูปทรงที่เป็นทรงกระบอกที่สามารถวางได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอนโดยที่เสียงไม่มีผิดเพี้ยน (เวลาวางแนวตั้งให้วางทางด้านที่ขอบตัวเครื่องยื่นออกมาเล็กน้อย เพื่อให้เสียงเบสสามารถดังออกมาได้) วัสดุตัวเครื่องเป็นพลาสติกแบบด้าน เช็ดทำความสะอาดได้ง่าย ตรงด้านหน้าเป็นตะแกรงเคลือบสี มีติดป้ายของ JBL เอาไว้โดดเด่นสวยงาม

JBL Charge 2+

ด้านบนของตัวเครื่อง จะมีปุ่มสำหรับใช้งานที่เมื่อกดแล้วจะมีแสงสว่าง ช่วยให้สามารถใช้งานในห้องที่มืดหรือเวลากลางคืนได้สะดวก จะมีปุ่มต่างๆ เรียงอยู่ดังนี้

  • ปุ่ม Power กดค้างเพื่อเปิด-ปิดการทำงาน
  • ปุ่ม Bluetooth กด 1 ครั้งจะกระพริบเพื่อเปิดให้อุปกรณ์ต่างๆ สามารถค้นหาและเชื่อมต่อได้
  • ปุ่ม – + สำหรับกดลดและเพิ่มระดับเสียง
  • ปุ่ม Social เมื่อเปิดใช้งานจะสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้ 3 เครื่องและสลับกันเปิดเพลงได้
  • ปุ่มรับสายโทรเข้า ในกรณีที่มีการโทรเข้ามาสมาร์ทโฟนเครื่องที่เชื่อมต่ออยู่ สามารถกดรับสายและสนทนาได้เลย โดยเสียงคนโทรเข้าจะดังออกทางลำโพง และรูเล็กๆ ข้างปุ่มกดรับสายจะเป็นช่องไมโครโฟน นอกจากนี้ยังเอาไว้ใช้เป็นปุ่ม Pause-Play ในสมาร์ทโฟน (Android บางรุ่น) ที่รองรับการกดปุ่มรับสายแล้วควบคุมการเล่นได้อีกด้วย

JBL-button

และที่ด้านบนนี้จะมีไฟแสดงปริมาณไฟฟ้าที่มีเหลืออยู่ในแบตเตอรี่ เป็นไฟทั้งหมด 5 ดวง ที่จะบอกปริมาณไฟดวงละ 20% สมมติถ้าไฟแสดงผล 3 ดวงก็แปลว่าแบตเตอรี่ตอนนี้มีเหลืออยู่ที่ประมาณ 60%

JBL-batt-light

ส่วนด้านหลังของเครื่องจะมีพอร์ทสำหรับเชื่อมต่อ จะมีช่องเสียบ microUSB สำหรับชาร์จไฟ, ช่อง AUX in แบบ 3.5 มม. สำหรับการเชื่อมต่อจากเครื่องเสียงแบบสาย และช่อง USB สำหรับเอาสาย USB หรือ Lightning มาเสียบเพื่อดึงไฟจากตัว JBL Charge 2+ ไปชาร์จให้กับสมาร์ทโฟน

JBL-back-port

อุปกรณ์ที่มีมาให้ในกล่องก็จะเป็นสาย micro USB พร้อมตัวที่ชาร์จตัวเสียบแบบหัวแบนขาพับได้ (ซึ่งแข็งและงัดขึ้นมาค่อนข้างยาก) พร้อมทั้งหัวเสียบแบบอื่นอีก 3 หัวที่นำมาสวมต่อได้เลย โดยที่ตัวอุปกรณ์ชุดชาร์จไฟนี้จะมีสีเดียวมาตรฐานคือสีส้ม

JBL-charger

สำหรับสีของ JBL Charge 2+ นั้นมีออกมามากถึง 8 สีด้วยกันคือสีแดง, น้ำเงิน, ชมพู, ส้ม, เขียว, เหลือง, ดำ และ เทา

JBL Charge 2+ 8 Colors

เสียงเบสสะใจ ด้วย bass radiator คู่ในตัว

ตัวลำโพงจะเป็นแบบ Transducer คู่ขนาด 45 มม. (อยู่ทางฝั่งที่มีโลโก้ JBL) จากการทดสอบเล่นเพลงโดยที่สตรีมแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth ต้องบอกว่าคุณภาพของเสียงอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก มิติของเสียงอยู่ครบไม่รู้สึกว่าแห้งหรือจืดลง เรื่องความดังก็อยู่ในระดับที่ว่าพลังเสียงใหญ่เกินตัว จากที่ทดลองฟังในอาคารเสียงของมันสามารถขับให้ดังกระหึ่มขนาดเปลี่ยนห้องประชุมให้กลายเป็นงานปาร์ตี้เล็กได้อย่างสบายๆ ส่วนการใช้งานกลางแจ้งก็ใช้งานได้ไม่มีปัญหา

ด้วยความที่เห็นว่ามันเป็นทรงกระบอกและขนาดพอๆ กับกระติกน้ำ งั้นขอลองออกนอกสถานที่ เอาไปใช้กับรถจักรยานดูละกัน ขนาดจริงๆ จะใหญ่กว่ากระติกน้ำมาตรฐานนิดหน่อย ถ้าจะเอามาเสียบแนะนำใช้ที่ใส่กระติกที่เป็นพลาสติกหรือคาร์บอนที่มีความยืดหยุ่นก็จะสามารถใส่ได้พอดีแน่นไม่มีหลุด คราวนี้ไปปั่นจักรยานออกทริปไกลๆ ก็จะมีลำโพงเอาไว้เปิดให้เพื่อนร่วมก๊วนฟังได้เพลินๆ ตลอดทั้งเส้นทาง แต่ถ้าใครไม่มั่นใจกลัวจะหลุดหรือเป็นรอยก็แนะนำให้ใส่กระเป๋าเป้สะพาย หรือกระเป๋าห้อยแร็คด้านหลังก็ได้ เปิดเล่นเพลงเสียงยังสามารถดังออกมาได้ชัดเจนเหมือนกัน

bike-rack

นอกจากนี้ยังมี passive bass radiator ที่ JBL เพิ่มเข้ามาให้ตั้งแต่ในรุ่น Charge 2 โดยติดตั้งมาให้ในตัวทั้ง 2 ด้านที่ช่วยให้เสียงเบสของลำโพงตัวนี้หนักแน่นยิ่งขึ้น

JBL-bass-unit

Social Mode เชื่อมต่ออุปกรณ์ได้พร้อมกัน 3 เครื่อง สนุกได้ไม่มีสะดุด

ฟีเจอร์ที่มีขึ้นมาสำหรับการใช้งานลำโพงเพื่อความบันเทิงในงานปาร์ตี้โดยเฉพาะ ที่จะช่วยให้ในงานเลี้ยงนั้นสามารถสับเปลี่ยนกันเปิดเพลงจากหลายๆ คนได้ เริ่มด้วยการกดปุ่มเปิด Social Mode ขึ้นมา จากนั้นกดปุ่ม Bluetooth เพื่อทำการ pair กับอุปกรณ์ ที่รองรับได้สูงสุด 3 เครื่อง คราวนี้ระหว่างที่มีเครื่องไหนเปิดเล่นเพลงอยู่ ถ้ามีเครื่องไหนอยากจะสับเอาเพลงตัวเองไปปล่อยผ่าน JBL Charge 2+ ก็เพียงแค่เปิดเล่นเพลงจากเครื่องของตัวเองได้เลย

นอกจากนี้จะเหมาะกับกรณีใช้ในบ้านก็สามารถเชื่อมต่อหลายๆ อุปกรณ์ได้พร้อมกันเช่น สมาร์ทโฟน, คอมพิวเตอร์, แท็บเลต ฯลฯ คราวนี้คุณก็สามารถสับใช้งานลำโพงโดยที่ไม่ต้องไปกด Pair ใหม่ให้เสียเวลา

แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ และใช้เป็น Power Bank ได้ด้วย

ความจุแบตเตอรี่ในตัว JBL Charge 2+ สูงถึง 6,000 mAh ที่ใช้เวลาชาร์จจนเต็มประมาณ 3.5-4 ชั่วโมง และสามารถเปิดเล่นเพลงได้นานสูงสุดถึง 12 ชั่วโมง นอกจากนี้มันยังสามารถเอาสาย USB มาเสียบเพื่อปล่อยกระแสไฟไปชาร์จสมาร์ทโฟนด้วยกำลังไฟ 5V 2.1A พูดง่ายๆ คือมันทำงานเป็น Power Bank ไปด้วยในตัว ถือว่ามีประโยชน์มากเวลาที่เอาออกไปใช้งานนอกสถานที่ นอกจากจะใช้งานต่อเนื่องได้นานแล้ว ยังชาร์จแบตฯ ให้มือถือไปพร้อมๆ กันได้ด้วย

ลำโพงไร้สายที่กันน้ำได้!

อีกหนึ่งฟีเจอร์เด่นที่เพิ่มเติมขึ้นมาในหลายๆ ผลิตภัณฑ์ของ JBL ในปีนี้ และใน JBL Charge 2+ เองก็มีด้วยเช่นกัน นั่นก็คือมันสามารถ “กันน้ำได้” (Splashproof) ซึ่งหาไม่ค่อยจะมีกันในอุปกรณ์ประเภทลำโพงไร้สายแบบพกพา แต่ว่าต้องปรับทัศนคติกันก่อนเลยเกี่ยวกับคำว่า “กันน้ำ” นั้นมีขอบเขตอยู่ที่การโดนน้ำสาด, ละอองน้ำ, ฝนตก หรือว่าตกลงไปในสระน้ำแล้วรีบเอาขึ้นมา และหลังจากที่โดนน้ำก็ควรทำให้แห้งด้วยการเช็ดหรือเป่าด้วยลมร้อนเบาๆ จนแห้ง

ดังนั้นมันไม่ใช่ลำโพงสำหรับเอาไปแช่น้ำ หรือว่าฟังใต้น้ำ (จะเอาลงไปให้ปลาการ์ตูนฟังเร๊อะ!!) และหลีกเลี่ยงในเรื่องของน้ำทะเล หรือน้ำที่ไม่ใช่น้ำเปล่าหรือน้ำสะอาด (น้ำหวาน, เครื่องดื่ม ฯลฯ) ต้องเข้าใจว่า Splashproof นั้นทำขึ้นมาเพื่อให้ผู้ใช้อุ่นใจในเวลาที่ใช้งานนอกสถานที่เช่น ริมสระน้ำ, ฟังกลางแจ้งแล้วมีฝนตก ไม่ได้มีไว้เพื่อให้เอาไปจุ่มน้ำเล่นแต่อย่างใด #เข้าใจตรงกันนะ

สรุป

JBL Charge 2+ ถือว่าเป็นลำโพงพกพาที่ตอบโจทย์ในแง่ของความกระทัดรัด น้ำหนักไม่มาก แบตเตอรี่ใช้งานต่อเนื่องได้นานแถมใช้เป็น Power Bank ได้ในตัว ส่วนเรื่องของเสียงเรียกได้ว่าเด่นเกินตัวทั้งในเรื่องของเสียงเบสและเสียงต่ำ และความกระหึ่มสะใจที่ไม่แตกพร่า รวมถึงฟีเจอร์ใช้งานที่สะดวกสบายครบถ้วน ที่สำคัญคือ Slashproof ที่ช่วยให้ไม่ต้องกังวลเรื่องของการเปียกน้ำอีกต่อไป

สเปคของ JBL Charge 2+

  • Power Output: 15W
  • Bluetooth Support: Version 3.0 A2DP V1.3, AVRCP V1.5, HFP V1.6, HSP V1.2
  • Power Supply: 5VDC USB output: 5V 2.1A (maximum)
  • Battery Type: Lithium-ion Polymer (3.7V, 6000 mAh)
  • Battery Charge Time: 4 hrs @ 1.8A
  • Music Playing Time: up to 12 hours (varies by volume level and audio content)
  • Bluetooth Transmitter Power: 0-4 dBm
  • Bluetooth Transmitter Frequency Range: 2.402 – 2.480 GHz
  • Bluetooth Transmitter Modulation: GFSK, π/4 DQPSK, 8DPSK
  • Audio: Signal-to-Noise Ratio: >80 Frequency Response
  • Speaker : Transducer 2 x 45mm
  • Dimensions  79 x 79 x 185.2mm
  • Weight 600g

ราคาขายของ JBL Charge 2+ อยู่ที่ 6,590 บาท สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูเพิ่มเติมที่ www.mahajaklife.com และทาง Facebook MahajakLifestyle

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top