Article

Wearable Computer คืออะไรกัน แล้วสร้างมาเพื่ออะไร

Wearable Computer เป็นคำนิยามของอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์คอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่สามารถติดตั้งกับส่วนต่างๆ ของร่างการมนุษย์ได้ในการใช้งาน เพื่อทำให้

สวัสดีครับ ผมปีเตอร์กวงควงมือถือ จากรายการ “แบไต๋ไฮเทค เดลี่ไฟว์ไลฟ์” ที่ถ่ายทอดสดออกอากาศ ตรงจาก Beartai Digital Gateway Studio ชั้น 4 Digital Gateway สยามสแควร์ ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ จันทร์ และอังคาร และออกอากาศไปยังสถานีทีวีดาวเทียมต่างๆ อีก 5 ช่อง ไม่ว่าจะเป็น Dude TV ในวันศุกร์ Voice TV ในวันเสาร์ Nation Channel ในวันอาทิตย์ Mango TV ในวันจันทร์ และ Gang Cartoon Channel ในวันอังคาร (วันธรรมดา 19:00, วันหยุด 16:00) โดยผมมาประจำการใน What Phone Magazine ทุกเดือน เพื่อไขข้อข้องใจและเก็บตกข่าวความเคลื่อนไหวใน วงการเทเลคอมทั้งในบ้านเราและต่างประเทศ สำหรับฉบับนี้จะมาพูดถึง Wearable Computer หรือ คอมพิวเตอร์แบบสวมใส่ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมกันมากขึ้นเรื่อยในต่างประเทศ และกำลังเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นในประเทศไทย วันนี้เรามาทำความรู้จักเจ้า Wearable Computer กันให้มากขึ้นดีกว่าครับ

Wearable Computer คืออะไรกัน แล้วสร้างมาเพื่ออะไร

Wearable Computer เป็นคำนิยามของอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์คอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่สามารถติดตั้งกับส่วนต่างๆ ของร่างการมนุษย์ได้ในการใช้งาน เพื่อทำให้การใช้งานอุปกรณ์เหล่านั้นสะดวกง่ายได้ และสามารถนำติดตัวไปที่ใดก็ได้ ให้เหมาะสมกับยุคนี้ที่อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ มีขนาดเล็กลงกว่าสมัยก่อนมาก และมีราคาถูกลงอีกด้วย Wearable Computer ถูกสร้างมาเพื่อนำมาใช้งานในประโยชน์ต่างๆ ขึ้นอยู่กับการประยุกต์ใช้ รวมถึงแอพพลิเคชั่นที่สร้างมาให้สอดคล้องกับการทำงานแบบแยกเดียว (Stand alone) หรือทำงานร่วมกับอุปกรณ์อย่าง Smartphone, Tablet ผ่านทางแอพพลิเคชั่นที่ติดตั้งอยู่ใน Smartphone หรือ Tablet เหล่านั้น ตัวอย่างของอรรถประโยชน์บนอุปกรณ์เหล่านี้ที่ถูกสร้างขึ้นมา ได้แก่ อุปกรณ์ที่ทำงานเป็นเซ็นเซอร์ ตัววัดค่าของหน่วยต่างๆ ที่ต้องการ เช่น เซ็นเซอร์วัดระยะของการวิ่ง เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจของผู้สวมใส่อุปกรณ์นั้น เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิรอบๆ ตัว เซ็นเซอร์ในการบอกพิกัดตำแหน่งบนโลก (GPS) อุปกรณ์ที่วัดการตรวจจับพฤติกรรมของผู้สวมใส่แล้วแปลงค่าออกมา เช่นพฤติกรรมการนอนหลับ พฤติกรรมการออกกำลังกาย รวมถึงการเก็บข้อมูลของผู้ใช้ เพื่อแปลงผลไปใช้ในการทำข้อมูลสถิติ และการเข้าใจในพฤติกรรมด้านต่างๆ การทำงานเพื่อใช้ในการควบคุมและทำงานร่วมกับอุปกรณ์อย่าง Smartphone, Tablet เช่น การสั่งให้เล่นเพลงจากสมาร์ทโฟน การเห็นสถานะของการโทรเข้าโทรออก การแจ้งเตือนเมื่อมีข้อความเข้า มีอีเมล์ มีสถานะข้อความจาก Facebook Twitter เข้ามาเป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นแอพพลิเคชั่นที่ทำให้เจ้า Wearable Computer ถูกสร้างออกมาเพื่อนำมาใช้งานอย่างสร้างสรรค์ และเป็นประโยชน์เพื่อในการจัดการ การดำเนินชีวิตประจำวันในแง่มุมต่างๆ ของมนุษย์

Wearable Computer ประเภทต่างๆ มีอะไรบ้าง
Wearable Computer ปัจจุบันมีการพัฒนาออกมาเป็นรูปแบบของ Gadget ต่างๆ มากมาย หลากหลายประเภท ผมได้แบ่งออกมาเป็นประเภทต่างๆ ง่ายๆ ดังนี้
1. Watch – Wearable Computer แบบประเภทนาฬิกา
2. Wrist band – Wearable Computer แบบประเภทสายรัดข้อมือ
3. Glass – Wearable Computer แบบประเภทแว่นตา

49261-sony_smartwatch2

nike_fuelband_single_original

7050489913_f3ffafb56d_k

Watch – Wearable Computer แบบจำพวกนาฬิกา
กลุ่มนี้ถือว่าเป็นกลุ่มที่มีการพัฒนาสินค้าออกมาขายสู่ตลาดมากที่สุด แน่นอนว่าเนื่องด้วยรูปแบบที่เป็นนาฬิกา ย่อมเป็นที่ต้องการมากอยู่แล้วเพราะว่าใส่ง่าย ใครๆ ก็ใช้ได้ ส่วนใหญ่สามารถทำงานกับสมาร์ทโฟนอย่าง iPhone, Android ได้หลากหลายรุ่น ส่วนใหญ่ที่ทำงานกับสมาร์ทโฟนนั้นจะเชื่อมต่อกันผ่านทาง Bluetooth เทคโนโลยี โดยเป็น Bluetooth เวอร์ชั่น LE (Low Energy) ซึ่งจะกินพลังงานต่ำเพื่อให้นาฬิกาเหล่านั้นสามารถมีพลังงานพอเหลือใช้ไปได้นานๆ Wearable Computer แบบนาฬิกานี้มีหลายรุ่นที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ โดยมีฟังก์ชั่นทำงานเชื่อมกันสมาร์ทโฟนเพื่อแสดงเบอร์การโทรเข้า แสดงเบอร์ที่ไม่ได้รับสาย แสดงข้อความ SMS (แต่บางรุ่นแค่แจ้งเตือนว่ามีสถานะเหล่านั้นเข้ามา) แสดงสถานะบอกว่ามีข้อความมาจาก Facebook, Twitter แสดงสถานะบอกว่ามีอีเมล์เข้ามา หรือบางรุ่นใช้ในการกดเรียกหาโทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่อาจหล่นอยู่ในบริเวณ ใกล้เคียง โดยเมื่อกดเรียกไปแล้วโทรศัพท์สมาร์ทโฟนจะส่งเสียงร้องดังมาก แม้โทรศัพท์จะอยู่ในโหมดเงียบหรือโหมดสั่นก็ตาม เหล่านี้ก็ได้แก่ Cookoo Watch, I’m WATCH, Casio G-Shock Bluetooth Watch ส่วนบางรุ่นนั้นจะทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟนเพื่อใช้ในการเก็บข้อมูล การออกกำลังการ (การวิ่ง การปั่นจักรยาน) วัดการเต้นของหัวใจ แล้วทำการบอกสถิติในการออกกำลังกายนั้น รวมถึงทั้งยังบอกตำแหน่งที่เรา ออกกำลังกาย (มี GPS ในตัว) ได้แก่ Pebble, Runtastic GPS Watch, Nike+ Sport Watch, MotoACTV
ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งจะเรียกเป็น Smartwatch ที่ออกแบบมาเพื่อในการควบคุมและทำงานร่วมกับโทรศัพท์สมาร์ทโฟนในฟังก์ชั่นต่างๆ อาทิเช่น สามารถสั่งรับสาย แสดงข้อมูลการโทรเข้าโทรออก หรือที่ไม่ได้รับสาย สั่งถ่ายรูปจากโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ดูอีเมล์ที่โหลดมา ดูข้อความเข้า ควบคุมเพลงที่เล่นบนโทรศัพท์ ทำงานร่วมกับแอพฯ ออกกำลังอย่าง Runtastic เป็นต้น กลุ่มนี้ได้แก่ Sony Smartwatch, Samsung Gear, I’m WATCH เป็นต้น แต่ก็มีข่าวลือว่า Apple เตรียมที่จะทำ iWatch อยู่เหมือนกัน ถ้าออกมาก็น่าจะเป็นที่นิยมมากเลยทีเดียว โดยเฉพาะสาวกของกลุ่ม Apple

Nike Plus GPS Sport Watch with sensor

sonysmartwatchfrontandside

Nike__SportWatchGPS_PoweredByTomTom_white_original

Wrist band – Wearable Computer แบบประเภทสายรัดข้อมือ
อุปกรณ์กลุ่มนี้กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และมีผู้ผลิตเพิ่มขึ้นหลายราย ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ได้แก่ Nike+ Fuelband, Jawbone Up, Fitbit Flex มีเป็นลักษณะเหมือนสายรัดข้อมือในรูปแบบต่างๆ โดยแผงวงจรอิเล็คทรอนิคส์เล็กๆ ที่อยู่ภายในจะเป็นเซ็นเซอร์ในการจับความ เคลื่อนไหวตามอริยาบทของผู้ใส่ แล้วแปลผลข้อมูลต่างๆ ให้ออกมาเป็นรายงานการใช้พลังงานของเราในแต่ละวัน โดยสามารถตั้งเป้าหมาย ในการออกกำลังกายแต่ละวันไว้ได้ว่าต้องการออกกำลังกายให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานกี่แคลอรี่ นอกจากนี้ยังสามารถเก็บข้อมูลการนอน ในแต่ละคืนได้อีกด้วย(บางผลิตภัณฑ์เท่านั้น เช่น Jawbone Up, Fitbit Flex) หลังจากนั้นในแต่ละวันให้ทำการ Sync หรือโอนถ่ายข้อมูล จาก Wrist Band นั้นเข้าสู่ทางโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ผ่านทาง Bluetooth หรือผ่านทางอื่นๆ (Jawbone Up ผ่านทางช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.)

up-bands-standing-1300

Photo: Ariel Zambelich/Wired

vanity

Glass – Wearable Computer แบบประเภทแว่นตา
Google Glass ถือว่าเป็นนวัตกรรมแรกๆ ของโลกที่เป็นคอนเซ็ปแบบแว่นตา เพื่อสวมใส่และใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน คล้ายๆ กับที่ตัวเอกในภาพยนตร์เรื่อง Minority Report ใส่ตอนที่กำลังค้นหาข้อมูลเพื่อสืบคดี ใครจะไปคิดว่า Google จะกล้า พัฒนาสินค้าแบบนี้ออกมาบนโลกเพื่อผู้ใช้อย่างเราๆ ได้ใช้กัน เวลาสวมใส่เข้าไปก็ดูสุดล้ำสุดเท่ แต่ไม่ใช่เพื่อใช้เท่เท่านั้น เจ้า Google Glass นี้ยังฟังก์ชั่นที่น่าทึ่งมากมาย เมื่อเวลาเราสวมมันเข้าไป ตัวกระจกที่อยู่ด้านตาขวาของเราจะทำให้เรามอง เห็นเหมือนมีจอเข้ามาในสายตาของเรา จอนี้จะทำหน้าที่บอกข้อมูลต่างๆได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นเวลา เห็นข้อมูลที่อยู่ข้างหน้า เรา แล้วเมื่อไรที่เราสั่งให้ค้นหาข้อมูลด้วยการพูดสั่งงานด้วยเสียง ข้อมูลของสิ่งๆ นั้นจะปรากฏให้เราเห็นบนจอเล็กนั้นทันที โดยการผ่านการสืบค้นข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตที่เราต่อเชื่อมกับสมาร์ทโฟนของเรานั่นเอง
นอกจากนั้น Google Glass ยังมีกล้องติด 5 ล้านพิกเซลติดมาด้วยเพื่อเราสามารถสั่งด้วยเสียงให้ถ่ายภาพนิ่ง หรือวิดีโอในความละเอียดระดับ HD 720p ได้เมื่อเราต้องการ นอกจากนี้ยังสามารถแชร์วิดีโอแบบออนไลน์ในช่วงเวลานั้นผ่านสดๆ ไปยังคนที่อยู่ไกลจากเราได้อีกด้วย ยังมีฟีเจอร์ของ Google Maps ช่วยให้เราสามารถมองเห็นแผนที่ในขณะนั้นผ่านหน้าจอได้ในทันที Google Glass มีฮาร์ดแวร์ ระดับ Dual-Core CPU, RAM 1 GB, 16 GB สำหรับพื้นที่เก็บข้อมูล, Wi-Fi, Bluetooth ถือว่าเป็น Wearable Computer ที่น่าสนใจมากๆ ในยุคนี้ เวอร์ชั่นสำหรับตลาดทั่วไปคาดว่า Google น่าจะวางขายในปีหน้าเป็นต้นไป ราคาก็น่าจะอยู่ที่ 300-500 เหรียญสหรัฐ

google-glass-macro

nexusae0_IMG_0027-3

glass

สำหรับงาน Thailand Mobile Expo Showcase 2013 ที่กำลังจะเกิดขึ้นใน 3-6 ตุลาคมนี้ ทุกท่านสามารถไปเลือกซื้อเลือกหา Wearable Computer ที่ทางผู้จัดงานจะคัดสรรมาพิเศษเฉพาะในงานนี้โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น Nike+ Fuelband, Jawbone Up, Fitbit Flex, Pebble, Cookoo Watch และอื่นๆอีกมากมาย อย่าพลาดนะครับ

แฟนๆท่านใดที่มีคำถาม สามารถติดตามมาได้ที่ twitter ของผม @peter2514 นะครับ ส่วน facebook ตามมาได้ที่ www.facebook.com/Peerapol หรือจะอีเมลล์มาที่ peter.guang@yahoo.com ก็ได้นะครับ แล้วเจอกันใหม่ฉบับหน้านะครับ

 

 

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

Click to comment

You must be logged in to post a comment Login

Leave a Reply

To Top