Article

20 อันดับ “สมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดในโลกแห่งปี 2018” โดยเว็บไซต์ Business Insider

The 20 best Smartphones 2018 อันดับสมาร์ทโฟนน่าซื้อ

20 อันดับ “สมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดในโลกแห่งปี 2018” โดยเว็บไซต์ Business Insider ที่ไม่ได้มีเพียงแค่ iPhone หรือ Samsung Galaxy อย่างแน่นอน

เว็บไซต์ Business Insider ได้ทำการจัดอันดับของสมาร์ทโฟน 20 รุ่นที่ดีที่สุดในโลกและน่าซื้อในปี 2018 โดยไม่ได้มีเพียงแค่ iPhone หรือ Samsung Galaxy แน่นอน ทาง Whatphone ก็ได้รวบรวมสมาร์ทโฟนเหล่านี้ไว้เผื่อเป็นตัวเลือกในการพิจารณาประกอบการซื้อมาฝากครับ

20. BlackBerry KeyOne

เจ้า BlackBerry KeyOne ตัวนี้เป็นภาคต่อของรุ่น Priv ที่เป็นสมาร์ทโฟนฝังคีบอร์ดแบบกดที่ชวนให้คิดถึงมาอยู่ในระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์สักที โดยรุ่นนี้มีจุดเด่นอยู่ที่การควบคุม Gesture ผ่านคีบอร์ดและมีแบตเตอรี่สุดอึด พร้อมทั้งยังมี Google Service ที่ BlackBerry รุ่นเก่า ๆ ไม่มีนั่นเองครับ

BlackBerry KEYone

สนนราคาของเจ้าตัวนี้อยู่ที่ 450 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 15,000 บาท) แต่น่าเสียดายที่รุ่นนี้ไม่ได้วางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ หากใครอยากได้คงต้องหาซื้อเครื่องหิ้วไม่มีประกันตามห้างดังกันแทนแล้วล่ะครับ

 

19. Motorola Moto Z2 Force

Moto Z2 Force

ต่อมากับ Moto Z2 Force สมาร์ทโฟนเรือธงสเปคแรงที่มาพร้อมกับกล้องคู่อันโดนเด่น และมีหน้าจอ OLED ขนาด 5.5 นิ้วแบบกันกระแทก (Moto ShatterShield) เจ้าแรกในโลก ที่ไม่ต้องเพิ่งกระจกกันรอยเลยทีเดียว แถมยังมากับ Mod ที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ตามใจนึก เสริมฟีเจอร์พิเศษมากมาย ตามแบบฉบับของ Moto Z Series อาทิ แบตเตอรี่เสริม, ลำโพง JBL ขนาดพกพา, โปรเจคเตอร์พกพา เป็นต้น

สำหรับเจ้า Motorola Moto Z2 Force นี้มีราคาอยู่ที่ 17,990 บาทครับ

 

18. Moto G6 Plus

อีกหนึ่งรุ่นสุดคุ้มกับ Moto G6 Plus ที่เหมาะกับการใช้งานทั่วไป ชูจุดเด่นสมาร์ทโฟนแบตอึด ราคาไม่แพง ด้วยกล้องคู่ Dual Pixel โฟกัสไว จอใหญ่แบบ MaxView Display 18:9 ให้มุมมองกว้างในบอดี้ที่สามารถจับถือได้ถนัดมือ แถมยังใช้วัสดุกระจกเสริมความหรูหราให้กับตัวเครื่องอีกด้วย

และราคาของเจ้าตัวนี้อยู่ที่ 9,990 บาท ซึ่งสามารถอ่านรีวิวเต็ม ๆ >>ได้ที่นี่<< ครับ

 

17. Apple iPhone SE/6S/6S Plus

ใกล้จะครบ 3 ปีหลังจากที่ Apple เปิดตัว iPhone 6s / 6s Plus และเพิ่งผ่านมาแค่ 2 ปี กับ iPhone SE ซึ่งทั้ง 3 ตัวนี้มีสิ่งที่เหมือนกันคือชิปเซ็ต Apple A9 ที่ยังแรงเหลือเฟือสำหรับการใช้งานปัจจุบัน แถมยังมีช่องเสียบรูหูฟัง 3.5 mm อยู่ และถ้าหาก iOS12 มาแล้วคงรีดประสิทธิภาพของทั้งสามตัวได้อีกเช่นกันครับ

iPhone SE and iPhone 6s

ในส่วนของ iPhone SE นั้นราคาเริ่มต้นที่ 14,500 บาท สำหรับรุ่นความจุ 32 GB >> อ่านรีวิวได้ที่นี่ <<

ราคาของ iPhone 6s เริ่มต้นที่ 18,500 บาท สำหรับรุ่นความจุ 32 GB

และ iPhone 6s Plus เริ่มต้นที่ 22,500 บาท สำหรับรุ่นความจุ 32 GB  >> อ่านรีวิวได้ที่นี่ <<

 

16. Essential Phone

Essential Phone เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกเลยก็ว่าได้ที่มาพร้อมกับหน้าจอมีติ่งแบบ Edge to Edge แทบไม่เหลือขอบ ใช้งานพื้นที่หน้าจอไปเกือบทั้งหมดเลยทีเดียว แถมยังมากับวัสดุที่หรูหราแข็งแกร่งอย่างฝาหลังเซรามิกและขอบข้างที่ผลิตจากไททาเนียม มาพร้อมกับ Pure Android รองรับการอัพเดทเวอร์ชั่นยาวนานถึง 2 ปี และยังมีสเปคแรงระดับบเรือธงและมีกล้องที่ดีด้วย

Essential Phone

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับช่องพิเศษที่ไว้เชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมอย่าง กล้อง 360 องศา และแท่นชาร์จแบบไร้สายสนนราคาของเจ้ารุ่นนี้ที่เพิ่งลดราคามาเหลือเพียง 500 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 16,600 บาท) เท่านั้น!

 

15. Apple iPhone 7 Plus

iPhone 7 Plus All Colours

เรียกได้ว่าออกกันมาได้สักพักกับ iPhone 7 Plus ที่รอบนี้เป็นสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกับ การกันน้ำบวกกับกล้องคู่รุ่นแรกของ Apple โดยเน้นการถ่ายรูปแบบ Portrait ที่ทันสมัย ได้แบบ Professional และสามารถถ่ายภาพซูม 2 เท่าไม่เสียความละเอียด ที่สำคัญยังมีสีของเครื่องให้เลือกมากกว่า 5 สีเลยทีเดียว

สำหรับราคาของ iPhone 7 Plus นั้นเริ่มต้นที่ 27,500 บาท สำหรับรุ่นความจุ 32 GB >>> อ่านรีวิวได้ที่นี่ <<< 

 

14. Galaxy S8 | S8 Plus

Samsung Galaxy S8

แม้ Samsung Galaxy S9 | S9 Plus ออกมาแล้ว ก็ถึงเวลาลดราคาของ Galaxy S8 | S8 Plus อดีตเรือธงที่มาพร้อมกับจอ Infinity Display รุ่นแรกใน 2 ไซส์ให้เลือกสรรกัน พร้อมกล้องเดี่ยวสุดเทพ ไม่แพ้แม้ที่แสงน้อย บอดี้กระจกหรูหรา สนนราคาเพียง 14,900 บาท สำหรับ Galaxy S8 และราคา 17,900 บาท สำหรับ Galaxy S8 Plus สำหรับใครที่สนใจก็สามารถอ่านรีวิวเต็ม ๆ >>> ได้ที่นี่ <<< เลยครับ

 

13. Razer Phone

Razer Phone

สมาร์ทโฟนเกมส์มิ่งสเปคแรงอย่าง Razer Phone ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าซื้อมาใช้งาน เพราะเจ้ารุ่นนี้มาพร้อมกับหน้าจอที่มีอัตรารีเฟรชเรทถึง 120 Hz รุ่นแรกของโลกเลยก็ว่าได้ จะทำให้การใช้งานสมูทลื่นไหล กว่าสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์หลายๆเจ้า เนื่องจากสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่อัตรารีเฟรชเรทจะอยู่ที่ 60 Hz นั่นเอง ที่สำคัญรุ่นนี้ยังมาพร้อมกับลำโพงคู่ด้านหน้าที่ให้เสียงดังดีมีมิติเป็นอันดับต้นๆของสมาร์ทโฟนในโลกเลยก็กว่าได้ และสำหรับราคาของเจ้าตัวนี้นั้นอยู่ที่ 700 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 23,300 บาท) ครับ

 

12. Huawei Mate 10 Pro

Huawei Mate 10 Pro

อีกหนึ่งสมาร์ทโฟนเรือธงที่ชูจุดเด่นในเรื่องของแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 4,000 mAh ที่รองรับการชาร์จไวแบบความเร็วสูงอย่าง Huawei Mate 10 Pro ก็น่าซื้อมาใช้งานไม่น้อย ด้วยชิปเซ็ต Kirin970 ผนวกกับระบบ NPU ที่ทำจะทำให้คงสภาพการใช้งานได้อย่างลื่นไหลยาวนานแม้ผ่านไปแล้ว 18 เดือน บวกกับกล้องคู่ที่ยังคงร่วมงานกับแบรนด์กล้องชื่อดังอย่าง Leica ก็ให้ประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมในอันดับต้น ๆ ของกลุ่มกล้องสมาร์ทโฟนเลยก็ว่าได้ครับ

สำหรับราคาของเจ้าตัวนี้เพิ่งปรับลดลงมาในบ้านเรา เหลือเพียง 22,900 บาท โดยสามารถอ่านรีวิวเต็ม ๆ >> ได้ที่นี่ <<

 

11. Samsung Galaxy Note 8

Samsung Galaxy Note 8

นาทีนี้ไม่มีใครสู้ปากกาอัจฉริยะอย่าง S-Pen ได้แล้ว บน Samsung Galaxy Note 8 ที่มาในดีไซน์ไร้กรอบไร้ปุ่มโฮมแบบ Infinity Display จอโค้งจับถนัดมือผสานโลหะกับกระจกของตัวเครื่องได้อย่างมีระดับ พร้อมกล้องคู่ที่สามารถถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอได้แบบเนียน ๆ และยังถ่ายภาพแบบซูม 2 เท่าไม่เสียความละเอียดได้อีกด้วย ถือเป็นเรือธงอีกรุ่นที่มีความครบเครื่องน่าซื้อเป็นที่สุดครับ

สนนราคาของเจ้าตัวนี้อยู่ที่ 33,900 บาท และสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็ม >>> ได้ที่นี่  <<<

 

10. HTC U12+

HTC U12+

สมาร์ทโฟนเรือธงสุดวิ๊งจากประเทศไต้หวันอย่าง HTC U12+ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในปี 2018 ที่ไม่ซ้ำจำเจด้วยตัวเครื่องที่ไม่มีจอติ่งตามสมัยนิยม รวมถึงยังมีสีไม่ซ้ำใคร พอโดยแสงก็จะเปลี่ยนเป็นอีกสีหนึ่ง ถือว่าทำการบ้านเรื่องความไม่น่าเบื่อสีมาดีเลยทีเดียว แถมยังมาพร้อมกับกล้องคู่หน้าและกล้องคู่หลังที่มีความเทพไม่เหมือนใคร และไม่มีปุ่มกดรอบเครื่องเลย โดยตัวเครื่องนั้นจะใช้ระบบการบีบกด เพื่อตอบสนองการปรับตั้งค่าต่างๆนั่นเองครับ สำหรับราคาของเจ้าตัวนี้อยู่ที่ 800 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 26,600 บาท)

 

9. LG G7

LG G7 ThinQ

LG G7 ThinQ ถือว่าเปลี่ยนโฉมดีไซน์ใหม่กับการมาใช้หน้าจอที่มีติ่งตามสมัยนิยม แถมยังกลับไปใช้จอ LCD ที่ให้ความสว่างสูงไม่เบิร์นง่ายเหมือนรุ่นก่อนแล้ว ครั้งนี้ยังคงมาพร้อมกับระบบเสียงจัดเต็มเช่นเคย อาทิ รูเสียบช่องหูฟังขนาด 3.5 mm, Qual DAC และ Boombox Speaker ที่เป็นตัวขยายเสียงลำโพงให้ดังขึ้นเมื่อวางกับโต๊ะ รวมถึงยังมีกล้องคู่มุมกว้างถ่ายสนุกแบบรุ่นก่อนอีกด้วยครับ สำหรับราคาของเจ้าตัวนี้อยู่ที่ 750 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 25,000 บาท)

 

8. Google Pixel 2

Google Pixel 2

Google Pixel 2 สมาร์ทโฟนเพียวแอนดรอยด์สายเลือดแท้ๆจาก Google ที่เด่นในเรื่องของการอัพเดทเวอร์ชั่นได้เร็วก่อนใคร มีขนาดที่เล็กกระทัดรัด มาพร้อมกับลำโพงคู่ดังสนั่น ด้วยดีไซน์ด้านหลังที่ผสานวัสดุกระจกและโลหะเข้าด้วยกันแบบมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร แถมยังใช้กล้องเดี่ยวที่ทำให้หลายค่ายเงิบมาแล้วด้วยระบบ AI ของ Google Camera สุดเจ๋งที่สื่อหลายสำนักก็ยกให้เป็นสมาร์ทโฟนที่มีกล้องถ่ายภาพดีเป็นอันดับต้นๆของโลกเลยก็ว่าได้ครับ สำหรับราคาของเจ้าตัวนี้อยู่ที่ 650 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 21,600 บาท)

 

7. Apple iPhone 8

iPhone 8

ขวัญใจชาว iOS อย่าง iPhone 8 ก็อยู่ในลิชที่น่าซื้อเช่นกัน เพราะด้วยรูปลักษณ์ขนาดกำลังพอดีมือ ผสานกับวัสดุกระจกสุดหรู บวกสเปคสุดแรง ที่ให้ประสบการณ์การใช้งานและการเล่นเกมส์ที่ลื่นไหลอันดับต้นๆของโลก มาในราคาเริ่มต้นเพียง 28,500 บาท สำหรับรุ่นความจุ 64 GB

 

6. Samsung Galaxy S9

Samsung Galaxy S9 back-feat

เพิ่งเปิดตัวไปตอนต้นปีสำหรับสมาร์ทโฟนเรือธงของซัมซุงอย่าง Galaxy S9 ที่รอบนี้แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากรุ่น แต่ก็ยังคงเน้นไปที่เรื่องกล้องถ่ายภาพในที่มืด และดีไซน์สุดหรูเช่นเคย โดยราคาในบ้านเราตอนนี้อยู่ที่ 27,900 บาท แต่ถ้าอยากรู้ว่ารุ่นนี้มีดีอะไร เปลี่ยนแปลงไปขนาดไหนก็สามารถอ่านรีวิวเต็ม ๆ ได้ที่ >>> ลิ้งนี้ <<< เลยครับ

 

5. Google Pixel 2 XL

Google Pixel 2 XL

ที่สุดของเทคโนโลยีด้าน AI ของการถ่ายภาพกับ Google Pixel 2 XL ก็ถือว่าจัดอยู่ในอันดับต้นๆของสมาร์ทโฟนน่าซื้อและถือว่าดีที่สุดในโลกอีกรุ่นหนึ่ง ด้วยการเป็นเพียวแอนดรอยด์จะได้อัพเดทโดยตรงจาก Google ไปยาว ๆ ถึง 3 ปีเต็ม แถมยังมาพร้อมกับหน้าจอ OLED ขนาดใหญ่จาก LG ที่ทันสมัยอัตราส่วนจอแบบ 18:9 ในบอดี้ที่จับถนัดมือ พร้อมสีทูโทนอย่าง สี Panda ที่ให้ความรู้สึกเป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครด้วยด้านหลังกระจกสีดำ และบอดี้โลหะขาวนวลนั่นเองครับ สนนราคาของเจ้าตัวนี้อยู่ที่ 850 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 28,300 บาท)

 

4. Apple iPhone X

iPhone X

นี่คืออนาคต! เสียงเล่าอ้างจาก Apple ที่ได้ออก iPhone X ฉลองครบรอบ 10 ปีจาก iPhone ที่มาพร้อมกับจอมีติ่งแถมยังไร้ขอบไร้ปุ่มโฮมพลิกโฉมการดีไซน์แบบน่าเบื่อซ้ำซาก ด้วยกล้องหน้า 3D ฝั่งเซ็นเซอร์มากมายรองรับการสแกนใบหน้าแบบ Face ID และกล้องคู่ที่มี Dual OIS ช่วยในเรื่องของกันสั่นขั้นสุด และยังเปลี่ยนเซ็นเซอร์กล้องคู่ให้ถ่ายภาพได้ดีขึ้นกว่ารุ่นเดิมพอสมควร และยังใช้จอ OLED ขนาด 5.8 นิ้วจากซัมซุงที่ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนอันดับต้นๆที่มีจอสวยที่สุดเลยก็ว่าได้ครับ สำหรับเจ้าตัวนี้ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 40,500 บาท สำหรับรุ่นความจุ 64 GB หากรู้ว่ารุ่นนี้พิเศษแค่ไหน สมราคาหรือไม่? ก็สามารถอ่านรีวิวเพิ่มเติมของรุ่นนี้ >>> ได้ที่นี่เลยครับ <<<

 

3. Apple iPhone 8 Plus

iPhone 8 Plus

ด้วยราคาที่ถูกกว่า iPhone X จะพูดถึง iPhone 8 Plus ที่มีสเปตเดียวกันก็คงจะไม่ได้ โดยรุ่นนี้นั้นยังคงดีไซน์เดิมๆจากรุ่นก่อน แม้จะมีการอัพเกรดกล้องและวัสดุของตัวเครื่องให้ดูดีขึ้นตามสมัยนิยม แถมยังใช้จอ LCD และระบบสแกนายนิ้วมือ Touch ID แบบเดิม ๆ ก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือราคาของเจ้าตัวนี้เลยที่เริ่มต้นเพียง 32,500 บาท สำหรับรุ่นความจุ 64 GB ครับ และสามารถอ่านรีวิวเพิ่มเติมของรุ่นนี้ >>> ได้ที่นี่เลยครับ <<<

 

2. Samsung Galaxy S9 Plus

Samsung Galaxy S9+

ซัมซุง Galaxy S9+ ถือว่าเป็นรุ่นท้อปในตระกูลกาแลคซี่เอส 9 ก็ว่าได้ เนื่องด้วยมันมากับกล้องคู่ที่มีรูรับแสงกว้างขั้นสุด F/1.5 สามารถถ่ายภาพในที่มืดได้สว่างสดใสเลยทีเดียว แถมยังซูม 2 เท่าไม่เสียความละเอียด ถ่ายภาพ Bokeh เนียน รวมถึงสามารถถ่ายภาพ Portrait ได้ง่าย ๆ ด้วยโหมด Live Focus ของซัมซุงเอง ลูกเล่นอื่นๆอย่าง 3D Emoji ก็ทำให้สนุกไปอีกแบบครับ สนนราคาของเจ้าตัวนี้นั้นเริ่มต้นที่ 31,900 บาท สำหรับรุ่นความจุ 64 GB ถ้าอยากรู้ว่า Samsung Galaxy S9 Plus มีอะไรเด็ด? ก็สามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มจากเว็บไซต์เรา >>> ได้ที่นี่ <<< ครับ

 

1. OnePlus 6

ปิดท้ายกับสมาร์ทโฟนที่มีฉายาว่า นักฆ่าเรือธง อย่าง OnePlus 6 ด้วยสเปคสุดแรง ในราคาสุดคุ้ม เริ่มต้นเพียง 17,999 บาทสำหรับรุ่น RAM 6 GB / ROM 64 GB ก็ทำให้เข้ามาอยู่ในช้อยเป็นอันดับแรกเลยครับ แม้รุ่นนี้จะไม่สุดสักอย่าง ทั้งไม่กันน้ำ ไม่มีกล้องที่โดนเด่น และไม่มีระบบชาร์จไร้สายก็ตาม แต่รเจ้าวันพลัส 6 เนี้ยยังมีระบบชาร์จเร็วอย่าง Dash Charge ที่ช่วยประหยัดเวลาการชาร์จแบตเตอรี่ไปได้พอสมควร แถมการใช้งานทั่วไปก็ลื่นไหลขั้นสุด แบตอึดด้วย Oxygen OS ที่มีการอัพเดททุกๆ 2 เดือน จัดได้ว่าเป็นสมาร์ทโฟนแบรนด์จีนที่ขยันอัพเดทมาก ๆ แถมยังรวดเร็วกว่าบางแบรนด์เสียอีก

OnePlus 6 Mirror Black

 

ก็จบกันไปแล้วสำหรับ 20 อันดับ สมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดในโลกน่าซื้อแห่งปี 2018 และสำหรับใครที่อยากติดตามบทความดี ๆ หรือข่าวสารใหม่ ๆ ก็สามารถกดไลค์เพจ WhatPhone.net หรือ www.whatphone.net ได้เลยครับ

 

ที่มา : Business Insider

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top