Article

ควันหลงจากงาน Mobile World Congress 2014 งานโทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุด

จะมาพูดถึงควันหลงจากงาน Mobile World Congress 2014 ที่เพิ่งผ่านไปเมื่อวันที่ 24-27 กุมภาพันธ์นี้เอง ถือว่าเป็นงานวงการโทรคมนาคมโลกที่ใหญ่ที่สุดประจำปี

สวัสดีครับ ผมปีเตอร์กวงควงมือถือ จากรายการ “แบไต๋ไฮเทค เดลี่ไฟว์ไลฟ์” ที่ถ่ายทอดออกอากาศ ตรงจาก Beartai Digital Gateway Studio ชั้น 4 Digital Gateway สยามสแควร์ ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ โดยออกอากาศไปยังช่องทีวีดาวเทียม ในช่วงเวลา 19:00-20:00 ที่ MCOT1, Dude TV เวลา 21:00-22:00 ที่ช่อง Super บันเทิง และ 22:00-23:00 ที่ช่อง CAT Channel หรือจะดูผ่านทาง TOT IPTV ช่อง 54 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงครับ โดยผมมาประจำการใน What Phone Magazine ทุกเดือน เพื่อไขข้อข้องใจและเก็บตกข่าวความเคลื่อนไหวในวงการเทเลคอม ทั้งในบ้านเราและต่างประเทศ สำหรับฉบับนี้จะมาพูดถึงควันหลงจากงาน Mobile World Congress 2014 ที่เพิ่งผ่านไปเมื่อวันที่ 24-27 กุมภาพันธ์นี้เอง

ถือว่าเป็นงานวงการโทรคมนาคมโลกที่ใหญ่ที่สุดประจำปี ซึ่งปีนี้ผมเองก็ได้ไปอยู่ในงานกลางเมืองบาร์เซโลน่ากับเขาด้วย ต้องบอกเลยว่ายิ่งนับวันแต่ละปีผ่านไป งานนี้ยิ่งใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ มีคนเข้าร่วมและจัดงานกว่าแสนคน และมีบริษัทเข้าร่วมงานมากมายหลายร้อยบริษัท ตั้งแต่บริษัทผู้ผลิตมือถือ ผลิตฮาร์ดแวร์ ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับวงการโทรคมนาคม บริษัทโอเปอร์เรเตอร์รายใหญ่ๆ ของโลก บริษัทพัฒนาโซลูชั่นต่างๆ บริษัทพัฒนาแอพพลิเคชั่น บริษัทผู้ผลิตชิพเซทระดับโลก และอื่นๆ อีกมากมายมารวมอยู่ที่นี่เป็นสำคัญทุกๆ ปี ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้ มาดูกันว่าวงการมือถือค่ายใหญ่ๆ ของโลก เขามีอะไรมาอวดโฉมให้คนบนโลกได้เตรียมเสียตังส์อีกในปีนี้

Samsung เปิดตัวมือถือเรือธง Galaxy S5 พร้อมอุปกรณ์สำหรับชีวิตที่ต้องมี Gear 2, Gear Fit

20140225_022652

20140225_030314

 

งานนี้เป็นครั้งแรกที่ Samsung เปิดตัวสินค้าตัวเรือธงใหม่ในวันเวลาเดียวกับงานแต่จัดสถานที่ด้านนอกงาน เพราะงานระดับ “Unpacked 5” ที่ Samsung ใช้เปิดตัว Galaxy S5 พร้อมกับ Gear Fit นั้นต้องใช้สถานที่ที่ใหญ่โตพอสมควร เพื่อรองรับแขกกว่า 5-6,000 คนเลยทีเดียว งานนี้ผมก็ได้มีโอกาสได้เข้าไปร่วมการเปิดตัวอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ด้วย Galaxy S5 ถือว่าเป็นสินค้าเรือธง (Flagship product) ที่ทาง Samsung นั้นหมายมั่นปั้นมือในการเน้นบุกรักษาฐานที่มั่นในด้านส่วนแบ่งการตลาดของตัวเอง รวมถึงการสร้างความแข็งแรงให้กับ แบรนด์สินค้าตัวหลักอย่างตระกูล “Galaxy” ให้มั่นคงมากยิ่งขึ้น โดยหวังว่า Galaxy S5 ที่คราวนี้มาพร้อมกับฟังก์ชั่นใหม่ๆ จัดเต็มแบบสุดๆ จะลบข้อครหาจากการที่บอกว่า “ไม่มีอะไรใหม่” ลงไปได้ โดยคราวนี้ Galaxy S5 มาพร้อมกับนวัตกรรมใหม่ที่เรียกว่า “ต้องมี” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกล้องรุ่นใหม่ 16 ล้านพิกเซลที่รองรับ HDR แบบ Real time (อันนี้เจ๋งมาก) รวมถึงการถ่ายวิดีโอได้ในระดับ 4K UHD (Ultra HD) Sensor ด้านหลังที่พร้อมจะวัด Heart Rate หรืออัตราการเต้นของหัวใจได้ทันทีโดยไม่ต้องมีอุปกรณ์อื่นมาต่อพ่วง โดยมีความแม่นยำไม่ต่างจากเครื่องวัดในโรงพยาบาล การป้องกันน้ำกันฝุ่นได้ในระดับมาตรฐาน IP67 ซึ่งถือว่าเป็นมาตรฐานสูงสุดในวงการมือถือ หน้าจอ 5.1” Full HD แบบ Super AMOLED (หลายคนแอบหวังได้เห็น 2K QHD แต่ยังมาไม่ทันนะ) CPU Snapdragon 801-2.5 GHz เร็วสุดๆ ในตลาดตอนนี้ มาพร้อมกับ RAM 2 GB ที่ทางผู้บริหาร Samsung บอกว่า “พอใช้” แน่นอน Confirm!!

20140225_023345

20140225_022253

20140224_194814

นอกจากนี้ยังมีระบบการป้องกันการเข้าถึงเครื่องแบบการสแกนลายนิ้วมือที่ปุ่ม “Home” ได้ พร้อมใช้งานการใช้แสดงตัวตนในการซื้อของผ่านทาง PayPal แทนการใช้รหัสแบบเดิมได้ด้วย ตัวเครื่องพร้อมรองรับ LTE Advanced ระดับความเร็ว 150 Mbps ทุกความถี่ในโลก พร้อมกับฟังก์ชั่น WiFi MiMo มาตรฐาน ac (802.11 ac) ซึ่ง Galaxy S5 มีความพิเศษตรงฟังก์ชั่นที่เรียกว่า “Download Booster” ที่จะสามารถใช้การโหลดข้อมูลพร้อมกันในสองทาง ก็คือผ่านทางระบบ LTE/3G ไปพร้อมกับ WiFi ทำให้สามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้เร็วกว่าสมาร์ทโฟนใดๆ ในโลกตอนนี้ นอกจากนี้ยังเปิดตัวพร้อมกับของเล่นใหม่ที่เป็นพวก Wearable Gadget ไม่ว่าจะเป็น Gear 2, Gear 2 Neo, Gear Fit ซึ่งทั้งหมดได้หันมาใช้ TiZen OS เป็นการนำร่องตลาด โดย Gear ทั้งหลายนี้สามารถกันน้ำได้แล้วด้วยมาตรฐาน IP67 รวมถึงยังมี Sensor ในการวัด Heart Rate หรืออัตราการเต้นของหัวใจด้วยเช่นกัน เพื่อให้สอดคล้องกับเทรนด์การเน้นการออกกำลังกายของ Lifestyle คนเมืองยุคใหม่

งานนี้คาดว่า Samsung ต้องการเปิดทางและชิงออกตัวในวิสัยทัศน์ทางด้าน Wearable Computer ก่อนคู่ปรับสำคัญอย่าง Apple เพื่อที่จะชิงความได้เปรียบในด้านการตลาด แต่ด้านยอดขายคงต้องพูดกันอีกทีครับ นิดนึงที่ต้องบอกก็คือ Gear ทั้งหลายนี้จะใช้ได้กับมือถือของ Samsung Galaxy เท่านั้น ของมือถือเจ้าอื่นอดนะครับ โดยจะรองรับรุ่นของ Galaxy ได้มากขึ้นเป็น 11 รุ่น สำหรับใครที่ถือ Galaxy Gear ตัวแรก ทาง Samsung เตรียมทำการอัพเกรดมันให้กลายเป็น TiZen OS ในทันทีที่ Gear 2, Gear 2 Neo, Gear Fit วางตลาดครับ เพื่อให้การใช้งานแอพฯ ใหม่ๆ ได้เสมอภาคกันทั้ง Gear เก่ากับ Gear ใหม่ คาดว่าสินค้าใหม่ทั้งหมดจะเข้ามาขายในไทยก็คงเดือนเมษายนพร้อมกับทั่วโลกที่เตรียมการไว้ในช่วงนั้นเช่นกัน

Nokia ขอลุยศึกนี้เพื่อการกลับมาสู่อันดับ 1 ให้ได้ หนามหยอกต้องแอนดรอยด์บ่ง Nokia X !!

20140224_200600

20140224_195931

เดินเข้าในบูท Nokia ซึ่งประดับไปด้วยสีเขียว อันนี้ไม่รู้ว่าเป็นสีของเทรนด์ปีนี้ หรือเป็นสีที่จะบอกว่าเปลี่ยนมาใช้ OS ใหม่หรือยังไงก็ไม่ทราบได้ แต่งานนี้ก็ตามโผที่มีข่าวลือกันมาสักพักใหญ่ว่า Nokia จะทำ Android Phone กับเขาบ้าง ซึ่งหลายๆ คนค่อนข้างจะประหลาดใจเพราะว่า Microsoft ที่ซื้อ Nokia ไปแล้วทำไมถึงยอมรับกับแนวคิดนี้ได้ เพราะ Microsoft ก็ต้องใช้ Nokia เป็นหัวหอกในการทำ Windows Phone อยู่ในแบรนด์ของ “Lumia” แต่เนื่องจากว่าการเติบโตในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) ยังเป็นฐานสำคัญของ Nokia ในการสร้างส่วนแบ่งการตลาดเพื่อไล่กวด Samsung ขณะที่ Asha Phone ไม่มีขีดความสามารถพอในการสร้าง Smartphone ที่ดีในระดับตลาดกลางถึงล่าง (Mid to Low Range) เพื่อต่อกรกับคู่แข่ง ทำให้การกลืนน้ำลายตัวเองในอดีตโดยคน Nokia ที่เคยประกาศว่าจะไม่ทำ Android แน่ๆ ได้เปลี่ยนไป

แต่กระนั้นการเปิดตัว “Nokia X” platform ก็ไม่ได้นำเอา Android OS มาทั้งกระบิ และอย่างเป็นทางการ Nokia ก็ไม่เรียกด้วยว่ามันคือ  Android OS แต่นำเอาส่วนแกนหลักของ Android OS ที่ถูกแยกว่าเป็นระบบเปิด (Open Platform, Open Source Code) มาปรับใช้และเปลี่ยนแปลงเกือบทั้งหมด ตั้งแต่ระบบเมนูที่ดูเหมือนการผสมกันระหว่าง Asha + Lumia และเพิ่มความง่ายด้วย Fastlane ที่มีใน Asha ซีรี่ย์ด้วย ขณะที่ในส่วนของ Google Android services นั้นเป็นส่วนต้องห้ามอย่างชัดเจนในสินค้าของ Nokia ไม่ว่าจะเป็น Google Maps ซึ่งแทนที่ด้วย Nokia Here Map และ Here Drive เพื่อใช้ในเรื่องแผนที่และการนำทาง Google Search ที่นำเอา Bing มาใช้แทน Google Drive ที่ใช้ One Drive แทน โดยแน่นอนว่าแอพฯ Android ที่มีการพัฒนาไว้ทั้งโลกสามารถนำมาใช้ใน Nokia X ได้เกือบทันที เพียงแปลงโค้ดบางอย่างที่อาจเรียกหาฟังก์ชั่นของ Google Services เหล่านั้นให้มาใช้ Nokia/Microsoft services แทนครับ ตัวนี้ถือว่าเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการสร้าง Ecosystem (ระบบนิเวศ) แบบทางลัดเลยทีเดียว ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าพอเปิดตัวขายเครื่องแล้วจะมีแอพฯ เล่นหรือไม่ เท่าที่ทราบตอนนี้มีแอพฯ อย่างเป็นทางการที่พร้อมแล้วกว่า 50,000 แอพฯ ในทันทีที่เปิดตัว ข้อสำคัญระบบการซื้อแอพฯ ของ Nokia ที่มีอยู่แล้วกับโอเปอร์เรเตอร์ในบ้านเราทุกค่าย สามารถซื้อแอพฯ บน Nokia X แล้วหักเงินจากระบบการจ่ายบิลโทรศัพท์มือถือของคุณได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นรายเดือนหรือแบบเติมเงิน เจ๋งไหมล่ะ งานนี้ Nokia เปิดตัว Nokia X, X+ และ Nokia XL ไปพร้อมๆ กัน โดยใช้หน้าจอ 4” สำหรับ Nokia X, X+ และหน้าจอ 5” สำหรับ Nokia XL โดยมี CPU Dual-Core เป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งถือว่าไม่เลวเลย แต่ยังทิ้งระยะไว้กับ Lumia ตัวล่างสุดไว้เพื่อรักษาตลาดให้ชัดเจน ราคาคาดว่าอยู่ในช่วง 4-5 พันบาทไม่น่าเกิน นอกจากนี้ในงาน Nokia ยังเปิดมือถือฟีเจอร์โฟนอย่าง Asha 220, Asha 230 จับตลาด 2G ต่อไปอีกด้วย

Sony มุ่งมั่นตอกย้ำแนวคอนเซ็ป Smart Phone ที่ดีที่สุดต่อไป ผสมผสานกับการหลอมรวมของอุปกรณ์ Wearable

20140224_193452

20140224_201544

Sony ปีนี้มาอย่างมุ่งมั่นมากๆ บูทก็ใหญ่โตมโหระทึกกันเลยทีเดียว งานนี้ก็เปิดตัวสินค้าใหม่ตามระเบียบ เอาใจฐานผู้ใช้ทั่วโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งฐานแฟนๆ ในยุโรป Sony ยังได้รับคำชมเชยและเป็นทางเลือกแรกเสมอสำหรับคนใช้ Android ทั้งๆ ที่ Xperia ทุกตัวหน้าตาแทบหาความแตกต่างไม่ได้ด้วยการมองตาเปล่า ถ้าไม่เจาะลึกในสเปคกัน งานนี้เปิดตัวตามโผนั่นก็คือ Xperia Z2, Xperia Z2 Tablet พร้อมเสริมรุ่นกลางอย่าง Xperia M2 เข้ามา งานนี้ Sony ชัดเจนมากเรื่องการตั้งชื่อ โดยใช้ตัวอักษรเป็นตัวแบ่งรุ่น พอออกรุ่นใหม่ก็เติมเลขซีรี่ย์เข้าไป โดย Xperia Z2 ก็อัดสเปคเข้ามาเต็มๆ บนหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นเป็น 5.2” FHD Triluminos และมาพร้อมจุดขายหลักอันดับหนึ่งก็คือกล้อง 20.7 ล้านพิกเซลที่พร้อมถ่ายวิดีโอระดับ 4K UHD ได้แล้วตามเทรนด์โลก แต่ชิ้นเลนของ Sony นี่ต้องบอกว่าอันดับ 1 ของโลกเลยทีเดียว ใครชอบถ่ายรูปจากสมาร์ทโฟนมากๆ ผมแนะนำ Sony Xperia Z2 ตัวนี้เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ เลย และมาพร้อมกับชิปเซตตัวใหม่ของ Snapdragon 801 เช่นเดียวกับ Galaxy S5 แถมบวก RAM เข้าไปเป็น 3 GB แล้ว

ตัวแกนเครื่องคราวนี้ใช้แกนโลหะแบบอลูมิเนียม ส่วนด้านหน้าหลังยังคงไว้แบบกระจกเช่นเดิม และที่แน่ๆ การกันน้ำกันฝุ่นในระดับ IP58 ยังมีเป็นเอกลักษณ์เช่นเคย จับดูแล้วติดมือผมมากกว่าตัวก่อนๆ สำหรับคนที่รัก Tablet และใช้ Android Tablet คราวนี้อยากให้หันมาดู Tablet จาก Sony บ้าง เพราะเจ้า Xperia Z2 Tablet ตัวนี้ประทับใจผมมากๆ ด้วยดีไซน์ที่บางเฉียบมากๆ เพียง 6.4 มม. บนหน้าจอ 10.1” แบบ Triluminos แถมด้านสเปคซีพียูก็มาแบบเดียวกับ Xperia Z2 เลย ยกเว้นกล้องที่มีความละเอียดที่ 8 ล้านพิกเซล ดูน่าใช้มากๆ ครับ ส่วน Xperia M2 นั้นทาง Sony เสนอมาแบบเน้นๆ ใน Quad-Core สเปคในระดับกลางๆ จอ 4.8” ที่น่าใช้มากตัวหนึ่งคาดว่าราคาต่ำหมื่นแน่ๆ แต่เท่าไรต้องรอดูอีกที เดี๋ยวนี้ Sony ราคาไม่แรง น่าซื้อน่าหามาเล่นครับ

HTC อุ่นเครื่องด้วยผลิตภัณฑ์ตระกูล Desire ก่อนจะเผยโฉม HTC One โฉมใหม่ในเดือนหน้า

20140224_233149

HTC ปีนี้บูทไปอยู่ไกลถึง Hall 7 ขณะที่รายใหญ่ๆ เขาอยู่กันที่ Hall 3 ในงานครั้งนี้ ไม่รู้เปลี่ยนใจอะไรหรือป่าวก่อนที่จะเปิดตัวด้วยสินค้าในระดับกลางอย่าง Desire 816 และ Desire 610 ก่อนที่เดือนหน้า 25 มีนาคมทีทาง HTC จะเตรียมเปิดตัว HTC One ตัวใหม่ให้น้ำลายหกกัน โดยเจ้า Desire สองรุ่นนี้ต้องบอกว่าหน้าตาดูดีมีชาติตระกูลมากๆ วัสดุที่แม้อาจไม่ใช่โลหะ แต่โพลีคาร์บอเนตก็สวยได้ด้วยสีต่างๆ พร้อม CPU Quad-Core ที่พร้อมรองรับ 4G LTE ในตัว บอกฟังก์ชั่นกล้องหลังและกล้องหน้าระดับสูงนั้น ถือว่าทำการบ้านมาดีมาก โดยเฉพาะกล้องหน้า Selfie ที่มีความละเอียดถึง 5 ล้านพิกเซลเลยทีเดียว นอกจากนั้นยังมีลำโพงคู่แบบ Boom Sound ให้ได้ฟังเพลงกันแบบสะท้านใจกันอีกด้วย โดยทั้งสองตัวนั้นมีสเปคต่างกันไปตามราคานะครับ โดยคาดว่าเจ้าตัว Desire 816 จอ 5.5” น่าจะมีราคาอยู่ประมาณ 12,000 บาท ส่วนตัว Desire 610 น้องเล็กจอ 4.7” น่าจะมีราคาต่ำหมื่น!! สิ่งหนึ่งที่ไม่ชอบก็คือการตั้งชื่อรุ่นที่หันมาใช้เลขสามหลัก ทำเอาจำยาก ไม่ค่อยคุ้น ถามทางผู้บริหารของ HTC ก็ไม่มีคำตอบสำหรับที่มาที่ไปของชื่อนี้

เก็บตกนิดนึงที่บูท HTC มีการนำเอาถ้วย UEFA Champion League (UCL) และถ้วย UEFA Cup มาโชว์ด้วย ผมเลยมีโอกาสไปถ่ายรูปคู่กับเจ้าถ้วยยุโรปใบเขื่องทั้งสองด้วย เป็นบุญจริงๆ ขอบคุณ HTC นะครับ (HTC เป็นสปอนเซอร์หลักของฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ใหญ่ของสโมสรยุโรปอย่าง UCL, UEFA Cup ที่แฟนๆ บอลบ้านเราชอบดูกัน)

LG มาพร้อม G Pro 2, G2 mini, และ L-Series III พร้อมอวดฟีเจอร์ใหม่ Knock-Code

20140224_194949

LG มาในบูทขนาดไม่ใหญ่และไม่เล็ก พร้อมกับการเปิดตัวสินค้าใหม่ตามข่าวลือ นั่นก็คือ G Pro 2 ที่เน้นในเรื่องจอใหญ่ 5.9” และกล้อง 13 ล้านพิกเซลพร้อมถ่ายวิดีโอ 4K UHD ตามสมัยนิยม พร้อม CPU Snapdragon 800 ตัวแรง ส่วนอีกตัวก็คือ G2 mini ที่มาเผยโฉมที่ถอดพิมพ์มาจาก G2 ด้วยจอขนาด 4.7” qHD พร้อมปรับสเปคซีพียูมาใช้ Snapdragon 400 Quad-Core เพื่อให้ราคาไม่แพงจนเกินไป พูดง่ายๆ ว่าราคา Mini ลงจาก G2 แน่นอน และยังมาพร้อมกล้อง 8 ล้านพิกเซล ซึ่งถือว่ากลางๆ นะ แต่ที่ดีก็คือเพิ่ม microSD ได้ หมดปัญหากังวลว่าหน่วยความจำที่ให้มา 8 GB จะไม่พอ ปิดท้ายด้วยการโชว์ตัวของ L-Series III ใหม่ทั้งสามรุ่นอย่าง L90, L70, L40 เพราะลุยตลาดต่ำหมื่นกันอย่างเน้นๆ ส่วนใครที่รอดูว่า G3 จะเปิดตัวไหม ก็ต้องบอกว่ารออีกทีน่าจะไตรมาสสามนู่นครับ

ท้ายสุดมีการโชว์ฟีเจอร์การปลดล็อคและระบบป้องกันการเข้าถึงข้อมูลอย่าง “Knock-Code” ที่ทำให้การอ่านเดาวิธีการปลดล็อคเครื่องมือถือ LG เป็นเรื่องยากสำหรับคนที่ต้องการมาขโมยข้อมูล อันนี้ชอบมาก งานนี้เชื่อว่า LG จะพยายามต่อสู้กับแบรนด์อื่นๆ อย่างสุดชีวิต ว่าแต่ LG ไทยจะมีแรงฮึดสู้แค่ไหน ต้องเอาใจช่วยครับ สินค้าคุณภาพดีเยี่ยมแต่ราคาไม่แพง ใครไม่เคยลองขอบอกว่าลองดูแล้วจะยิ้ม

GSMA Mobile Award of the Year 2013 – HTC ได้ไปตามคาด

ตามประเพณีของการจัดงาน Mobile World Congress ทุกปีต้องมีการประกาศเกียรติคุณให้ผู้ผลิตมือถือ ปีนี้ตามคาดครับ HTC One ได้รางวัล Best Smartphone of the Year 2013 ชนะเหนือรายอื่นอย่าง iPhone 5s, Galaxy Note 3, LG G2, Nokia Lumia 1020 ถือว่าเป็นอีกรางวัลที่ HTC One ได้รับหลังจากได้มาจากสถาบันอื่นๆ ก่อนหน้านี้มากมาย ถือว่าเป็นรางวัลที่ช่วยส่งเสริมให้ HTC มีหน้ามีตามากยิ่งขึ้น ก่อนที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่กันในเดือนมีนาคมนี้ ส่วนรางวัลอื่นๆ มีดังนี้ครับ

HTC One – Best Smartphone of the year 2013

Nokia Lumia 520 – Best Low-Cost Smartphone

Nokia 105 – Best Entry-level or Featurephone

Apple iPad Air – Best Mobile Tablet

LG – The Most Innovative Device Manufacturer of the Year

ส่วนข้อมูลของผู้ผลิตมือถือรายอื่นๆ ที่ออกงาน MWC 2014 ในครั้งนี้ ผมต้องขออภัยที่กล่าวถึงไม่หมด เพราะมีมากมายเยอะแยะจริงๆ ไม่ว่าจะเป็น Acer, Asus, Lenovo, Huawei, ZTE, Alcatel, HP และอื่นๆ อีกมากมาย เพราะหน้ากระดาษมีจำกัด ไว้ปีหน้าพบกันใหม่กับ MWC 2015 นะครับ ขอบคุณที่ติดตามครับ

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

Click to comment

You must be logged in to post a comment Login

Leave a Reply

To Top