Application

มวยคนละหมัด! เปรียบเทียบ Cloud Storage ชื่อดังทั้ง 4 เจ้า ใครจะอยู่ ใครจะไป

Cloud Storage

ด้วยการมาถึงของอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ทำให้การจัดเก็บข้อมูลแบบเดิมๆ ด้อยความสำคัญลง วันนี้ เราจึงขอเสนอบทความ มวยคนละหมัด! เปรียบเทียบ Cloud Storage ชื่อดังทั้ง 4 เจ้า ใครจะอยู่ ใครจะไป จะมีเจ้าไหนยี่ห้ออะไรบ้างนั้น ไปชมกันเลยครับ

ด้วยการมาถึงของอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น ไฟเบอร์ หรือ 3G/4G ทำให้การจัดเก็บข้อมูลแบบเดิมๆ ผ่านฮาร์ดดิส เริ่มด้อยความสำคัญลง รวมถึงการแชร์ไฟล์ผ่านอินเทอร์เน็ตที่ทำให้ผู้ใช้สามารถทำงานได้ทุกที่แม้จะอยู่นอกบ้าน Cloud Storage จึงมีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อยๆ วันนี้ เราจึงขอเสนอบทความ มวยคนละหมัด! เปรียบเทียบ Cloud Storage ชื่อดังทั้ง 4 เจ้า ใครจะอยู่ ใครจะไป จะมีเจ้าไหนยี่ห้ออะไรบ้างนั้น ไปชมกันเลยครับ

มวยคนละหมัด! เปรียบเทียบ Cloud Storage ชื่อดังทั้ง 4 เจ้า ใครจะอยู่ ใครจะไป

Dropbox Cloud Storage

Dropbox

เป็นหนึ่งใน Cloud Storage เจ้าแรกๆ ที่ทำตลาด และเป็นหนึ่งใน Cloud Storage ที่นิยมใช้กันมากที่สุด ผู้ใช้หลายๆ คนสามารถทำงานร่วมกันได้ ซึ่งทุกคนจะเห็นไฟล์เหมือนกันหมด รองรับระบบปฏิบัติการที่หลากหลาย และยังสามารถกู้ไฟล์ที่ลบทิ้งไปแล้วได้อีกด้วย

  • ข้อดี : ซิงค์ไฟล์ได้รวดเร็ว, รองรับการทำงานกับทุกอุปกรณ์, กู้ไฟล์ที่ลบทิ้งไปกลับคืนมาได้ (ถ้าไม่เกิน 30 วัน),ชวนเพื่อนมาใช้ จะได้รับพื้นที่เพิ่มอีก 500 MB
  • ข้อด้อย : พื้นที่เริ่มต้นที่ใช้ฟรีแค่ 2 GB และ ไม่สามารถแก้ไขข้อมูลแบบออนไลน์ได้

เมื่อจ่ายเพิ่มเดือนละประมาณ 330 บาท จะได้พื้นที่เพิ่มถึง 1 TB หากสมัครรายปี จะมีส่วนลดให้ต่างหากด้วย

Dropbox
Dropbox
Developer: Dropbox
Price: Free+
Dropbox
Dropbox
Developer: Dropbox, Inc.
Price: Free
Dropbox mobile
Dropbox mobile
Developer: Dropbox Inc.
Price: Kostenlos

 


iCloud Drive Cloud Storage

iCloud Drive 

Cloud Storage ของ Apple ที่ชาว iOS และ macOS รู้จักกันเป็นอย่างดี เน้นการแบ็คอัพภาพถ่าย วิดีโอ แอพฯ เป็นหลัก ระยะหลังจึงได้อัพเกรดเป็น iCloud Drive เพื่อให้สามารถแบ็คอัพไฟล์เอกสารต่างๆ ตามโฟลเดอร์ที่ต้องการได้  

  • ข้อดี :ใช้งานง่ายตามสไตล์แอปเปิล, ทำงานได้ดีกับ iOS และ macOS, ราคาถูก
  • ข้อด้อย : พื้นที่เริ่มต้นที่ใช้ฟรีแค่ 2 GB และ ไม่สามารถแก้ไขข้อมูลแบบออนไลน์ได้

เมื่อจ่ายเพิ่มต่อเดือนจะได้รับ

  • เดือนละ 35 บาท ได้พื้นที่ 50 GB 
  • เดือนละ 99 บาท ได้พื้นที่ 200 GB
  • เดือนละ 349 บาท ได้พื้นที่ 2 TB

 


Google Drive Cloud Storage

Google Drive

เป็น Cloud Storage ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุดในปัจจุบัน รองรับแทบจะทุกแพลทฟอร์ม ตั้งแต่ Windows, macOS, iOS, Android และมีราคาให้เลือกหลากหลายพอสมควร

  • ข้อดี : ความจุเริ่มต้นเมื่อใช้ฟรี มากถึง 15 GB เมื่อเทียบกับเจ้าอื่น, มี Gmail ก็ใช้ได้ทันทีไม่ต้องสมัครใหม่
  • ข้อด้อย : มีแต่แพ็คเกจ 100 GB ขึ้นไปให้เลือกซื้อ ไม่มีความจุที่ต่ำกว่านั้น

เมื่อจ่ายเพิ่มต่อเดือนจะได้รับ

  • เดือนละ 70 บาท ได้พื้นที่ 100 GB หรือ รายปี 700 บาท/ปี
  • เดือนละ 350 บาท ได้พื้นที่ 1 TB หรือ รายปี 3,500 บาท/ปี 
  • 700 บาท ได้พื้นที่ 2 TB หรือ รายปี 7,000 บาท/ปี
  • 3,500 บาท ได้พื้นที่ 10 TB หรือ รายปี 35,000 บาท/ปี
  • 7,000 บาท ได้พื้นที่ 20 TB หรือ รายปี 70,000 บาท/ปี
  • 10,500 บาท ได้พื้นที่ 30 TB หรือ รายปี 105,000 บาท/ปี

Google Drive – online backup
Google Drive – online backup
Developer: Google LLC
Price: Free+
Google ไดรฟ์
Google ไดรฟ์
Developer: Google LLC
Price: Free

 


OneDrive Cloud Storage

Microsoft OneDrive

สำหรับขาใหญ่ในวงการ PC อย่าง Microsoft ก็ไม่น้อยหน้า ทำ Cloud Storage ขึ้นมาแข่งกับเขาด้วยเช่นกัน ซึ่งไมโครซอฟต์ตั้งนโยบายว่า วันไดร์ฟจะใช้ร่วมกันได้ดีกับอุปกรณ์ Windows 10 ได้ดีตามแนวทางของ One Windows เดิมใช้ชื่อว่า SkyDrive 

  • ข้อดี : ใช้งานแบบออฟไลน์ได้, ได้สิทธิ์ใช้งาน Office 365 Personal เมื่อซื้อพื้นที่ 1 TB ,ทำงานร่วมกันได้ดีกับระบบปฏิบัติการ Windows และ Windows Phone, มีอีเมล์ของ Hotmail หรือ Outlook ก็ใช้ได้ทันทีไม่ต้องสมัครใหม่
  • ข้อด้อย : ความจุเริ่มต้นแค่ 5 GB

เมื่อจ่ายเพิ่มต่อเดือนจะได้รับ

  • เดือนละ 73.99 บาท ได้พื้นที่ 50 GB 
  • เดือนละ 209.99 บาท ได้พื้นที่ 1 TB (ซึ่งถูกกว่าเมื่อเทียบกับ Cloud เจ้าอื่น)
  • จ่ายเป็นรายปี เพียง 2,099 บาทเท่านั้น ประหยัดไป 420 บาท

Microsoft OneDrive
Microsoft OneDrive
Price: Free+
Microsoft OneDrive
Microsoft OneDrive
Price: Free
OneDrive
OneDrive
Developer: Microsoft Corporation
Price: Kostenlos

 

สำหรับใครที่อยากติดตามบทความดี ๆ หรือข่าวสารใหม่ ๆ ก็สามารถกดไลค์เพจ WhatPhone.net หรือเข้ามาพูดคุยกันได้ที่ WhatPhone – Commu ได้เลยครับ

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top