Gadget

รีวิว Fitbit Charge 4 สมาร์ทแทร็คเกอร์เวอร์ชั่นอัพเกรดที่มาพร้อม GPS

Fitbit Charge 4 สมาร์ทแทร็คเกอร์รุ่นใหม่ล่าสุดของทางค่าย Fitbit ที่อยู่ภายใต้ร่มเงาของทาง Google เรียบร้อยเมื่อปีที่แล้ว เปิดตัวรุ่นแรกของปีนี้

Fitbit Charge 4 สมาร์ทแทร็คเกอร์รุ่นใหม่ล่าสุดของทางค่าย Fitbit ที่อยู่ภายใต้ร่มเงาของทาง Google เรียบร้อยเมื่อปีที่แล้ว และรุ่นนี้ก็เป็นรุ่นแรกที่เปิดตัวมาในปีนี้ โดยรูปลักษณ์ภายนอกเหมือนกับ Fitbit Charge 3 ทุกประการ แต่จะมีส่วนใดที่เพิ่มเข้ามานั้น เรามาแกะกล่องดูกันเลยครับ

แกะกล่องลองเล่น Fitbit Charge 4

กล่องของรุ่นนี้ก็ยังดูเหมือนกับรุ่นก่อน มาในรูปแบบเดียวกันเลยก็ว่าได้ แต่รูปนาฬิกาหน้าเครื่องเป็นสีใหม่ โดยรุ่นที่เราได้มาทดสอบเป็นสี Rosewood หรือสีม่วง เมื่อแกะกล่องออกมาก็จะพบกับอุปกรณ์ที่เราคุ้นเคยกันดีสำหรับคนที่ใช้งาน Fitbit มาก่อน โดยมีอุปกรณ์ต่างๆ มาให้ดังนี้

  • Fitbit Charge4 สี Rosewood
  • สายนาฬิกาไซส์ S และ L
  • สายชาร์จแบตเตอรี่
  • คู่มือการใช้งาน

Fitbit Charge 4

ในการใช้งานครั้งแรกต้องทำการชาร์จแบตเตอรี่ก่อน ตัวชาร์จเป็นแบบหนีบเข้ากับนาฬิกาโดยจะต้องหันหน้าสัมผัสให้ตรงกันจึงจะชาร์จแบตเตอรี่ได้ ส่วนสายนาฬิกาที่มีมาให้มีขนาด S และ L สามารถปรับเปลี่ยนได้โดยกดปุ่มที่อยู่ด้านหลังพร้อมทั้งดึงสายออก และยังสามารถใช้สายของรุ่นเก่าอย่าง Charge 3 ได้ด้วย

Fitbit Charge 4

Fitbit Charge 4

จอแสดงผลของรุ่นนี้เป็นแบบ 4 เหลี่ยม เป็นหน้าจอแบบสัมผัส ใช้จอแสดงผลแบบ Greyscale OLED แสดงสีแบบขาวดำ มองเห็นได้ชัดเจนเมื่ออยู่กลางแดด สามารถแสดงผลได้อัตโนมัติเมื่อยกข้อมือขึ้นมาดู 

Fitbit Charge 4

ด้านข้างซ้ายมีปุ่มแบบสัมผัสที่จะต้องออกแรงกดเล็กน้อยเพื่อสั่งงาน ซึ่งหากกดลงไป 1 ครั้งจะใช้งานเป็นปุ่มย้อนกลับเมนู และหากกดค้างจะเป็นการเรียกใช้งาน Fitbit Pay 

Fitbit Charge 4

เซ็นเซอร์ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบ Optical อยู่ที่ด้านหลัง โดยจะมีไฟ LED สีเขียวกระพริบเพื่อตรวจหาชีพจร และยังมีหน้าสัมผัสเพื่อเชื่อมกับที่ชาร์จแบตเตอรี่ ส่วนปุ่มสีดำที่อยู่ด้านบน และด้านล่างเป็นปุ่มสำหรับปลดล็อคสายนาฬิกาเมื่อต้องการเปลี่ยนสาย

การส่วมใส่นาฬิกาก็เหมือนกับการใส่นาฬิกาทั่วไป จากการทดสอบใส่ตลอด 24 ชั่วโมงถือว่าสวมใส่ได้สบาย น้ำหนักเบา ไม่รู้สึกอึดอัดแม้กระทั่งใส่นอน แต่หากใส่นอนเพื่อติดตามผลการนอนในระยะแรกอาจจะไม่คุ้นชิน ต้องอาศัยความคุ้นเคยสักระยะ

Fitbit Charge 4

เชื่อมต่อกับแอพฯ Fitbit เพื่อใช้งานเต็มรูปแบบ

เพื่อให้การใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ จะต้องดาวน์โหลดแอพฯ Fitbit ที่รองรับทั้งระบบแอนดรอยด์ และ iOS เมื่อดาวน์โหลดแล้วให้เปิดแอพฯ พร้อมกับเสียบสายชาร์จเข้ากับ Fitbit Charge4 เพื่อเริ่มขั้นตอนการเชื่อมต่อผ่านบลูทูธ ขั้นตอนก็ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่เปิดแอพฯ หน้าจอก็จะมีป๊อปอัพขึ้นให้เชื่อมต่อ หรือหากไม่มีป๊อปอัพใดๆ ก็สามารถเลือกรุ่นที่จะเชื่อมต่อก็ได้เช่นกัน จากนั้นใส่รหัสให้ตรงกันแล้วทำตามขั้นตอน สุดท้ายแอพฯ จะเตือนให้อัพเดท Firmware ของนาฬิกา ซึ่งขั้นตอนนี้ไม่ควรข้ามไป ให้อัพเดททันที ในระหว่างนี้จะใช้เวลาอัพเดทค่อนข้างนานประมาณ 15-30 นาทีก็พร้อมใช้งานแล้ว

Fitbit Charge 4

Fitbit Charge 4

ดาวน์โหลดหน้าปัดนาฬิกา และดูข้อมูลทุกอย่างได้บนสมาร์ทโฟน

การปรับเปลี่ยนหน้าปัดนาฬิกา หรือ Clock faces สามารถทำได้ในแอพฯ Fitbit โดยจะมีให้เลือกดาวน์โหลดมากถึง 24 แบบ และอาจจะมีให้ดาวน์โหลดเพิ่มเติมได้ในอนาคต มีทั้งแบบดิจิตอล และแบบอนาล็อค หรือแบบเข็ม โดยแต่ละแบบก็จะมีการแสดงข้อมูลต่างๆ ให้เลือกแตกต่างกันไปตามความต้องการของผู้ใช้ ตัวนาฬิกาจะสามารถเก็บ Clock faces ได้เพียงแบบเดียวเท่านั้น หากต้องการปรับเปลี่ยนก็จะต้องเข้ามาดาวน์โหลดในแอพฯ ทุกครั้ง

รองรับการออกกำลังกายแบบพื้นฐาน ตามติดทุกฝีก้าวด้วย GPS

ถือเป็นรุ่นแรกในตระกูล Charge ที่มีภาครับสัญญาณ GPS ในตัว ซึ่งจะช่วยให้เก็บข้อมูลการออกกำลังได้ครบถ้วนสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น และแน่นอนว่าเมื่อมี GPS ในตัวแล้วก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสมาร์ทโฟนอีกต่อไป สามารถออกไปวิ่ง ปั่นจักรยานได้เพียงแค่สวมใส่สมาร์ทแทร็คเกอร์เพียงเรือนเดียว สำหรับรุ่นนี้ก็ยังรองรับการออกกำลังกายแบบพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง, การเดิน, ปั่นจักรยาน, ว่ายน้ำ, เดินป่า และการวิ่งบนลู่วิ่ง ตัวเรือนมีคุณสมบัติกันน้ำ กันเหงื่อตามมาตรฐาน IP68 จึงไม่ต้องกังว่าน้ำจะเช้าเครื่อง จากการทดสอบใช้งานปั่นจักรยานในหมู่บ้านพบว่าการจับสัญญาณ GPS ในช่วงเริ่มจะใช้เวลาพอสมควร แนะนำให้กดรอไว้สักครู่ หรือในช่วงเวลานี้เราอาจจะวอร์มร่างกายไปก่อนก็ได้เช่นกัน เมื่อจับสัญญาณพร้อมแล้วก็สามารถออกกำลังกายได้เลย

Fitbit Charge 4

ข้อมูลการออกกำลังกายที่รุ่นนี้สามารถเก็บได้ก็มีทั้งการระบุเส้นทางที่ออกกำลังกาย, ระยะทาง, ความเร็ว, ความสูง ซึ่งข้อมูลนี้จะได้จากตัวรับสัญญาณ GPS ส่วนอัตราการเต้นของหัวใจก็ได้ข้อมูลจาก Heart rate sensor ที่อยู่ด้านหลัง เมื่อได้ข้อมูลทั้งหมดแล้วก็จะซิงค์กับสมาร์ทโฟนเพื่อคำนวนหาพลังงานมีหน่วยเป็นแคลอรี่ที่ใช้ไป สำหรับการใช้งานที่ต้องใช้ระบบ GPS ตามสเป็คแล้วสามารถใช้ได้ต่อเนื่อง 5 ชั่วโมง ซึ่งก็เพียงพอต่อการออกกำลังกายขั้นพื้นฐาน โดยทั่วไปไม่ควรออกกำลังกายต่อเนื่องเกิน 2 ชั่วโมงอยู่แล้ว ซึ่งหากใช้เวลามากกว่านั้นก็อาจจะต้องชาร์จแบตเตอรี่บ่อยๆ

Fitbit Charge 4

เก็บข้อมูลทุกการเคลื่อนไหว แม้กระทั่งการนอน

ทุกการเคลื่อนไหวของผู้ใช้งานจะถูกเก็บข้อมูลทุกอย่าง ทั้งการเดิน ระยะทาง อัตราการเต้นของหัวใจ อัตราการเผาผลาญพลังงาน การเดินขึ้นบันใด ระยะเวลาการนอน สามารถดูข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ได้ที่ตัวนาฬิกา ซึ่งจะมีบอกข้อมูลต่างๆ บอกคร่าวๆ ซึ่งหากต้องการดูข้อมูลเชิงลึกก็สามารถดูได้บนหน้าจอสมาร์ทโฟน ซึ่งข้อมูลทุกอย่างจะถูกซิงค์เข้าไปที่สมาร์ทโฟนตลอดเวลาผ่านบลูทูธ นอกจากนี้ยังมีให้เราเลือกตั้งเป้าว่าจะเดินวันละกี่ก้าว หรือหากนั่งนานเกินไปก็จะมีระบบการแจ้งเตือนให้เคลื่อนไหว คอยกระตุ้นเพื่อให้เราแอคทีฟตลอดเวลา

สำหรับการนอนหลับทาง Fitbit ค่อนข้างให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ โดยมีการวิจัย และพัฒนาให้มีระบบตรวจจับการนอน โดยตัวสมาร์ทแทร็คเกอร์สามารถตรวจจับการนอนได้ 4 ระดับ คือ ระดับการหลับลึก (Deep), การหลับตื้น (Light), การหลับฝัน หรือนอนหลับไม่สนิท (REM) และช่วงสภาวะการตื่น (Awake) โดยระบบจะตรวจจับโดยอัตโนมัติตั้งแต่เริ่มนอนหลับไปจนถึงตื่น แต่หากไม่ตรงก็สามารถปรับแก้เองได้ และจะมีกราฟ พร้อมคะแนนสรุปผลการนอนในแต่ละคืน ซึ่งหากมีอะไรผิดปกติเราสามารถตรวจสอบได้จากกราฟนี้ เพื่อที่จะนำไปปรึกษาแพทย์ได้ทันที นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ใหม่ที่สามารถตรวจวัดระดับออกซิเจนในเลือดแสดงผลเป็นกราฟ ซึ่งหากค่าออกซิเจนในเลือดมีความผันผวนสูง อาจจะมาจากความผิดปกติทางด้านการหายใจระหว่างนอนหลับ

ฟีเจอร์อื่นๆ ที่น่าสนใจ

นอกจากการติดตามการออกกำลังกาย การนอน การเคลื่อนไหวต่างๆ แล้ว ยังมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจอย่าง Fitbit Premium ที่สามารถทดลองใช้งานได้ 90 วัน ซึ่งจะมีฟีเจอร์การวิเคราะห์การนอนที่มีรายละเอียดมากกว่า, มีโปรแกรมการออกกำลังกาย คลิปวิดีโอการออกกำลังกาย และมีคำแนะนำด้านสุขภาพให้เราได้ปฏิบัติตาม โดยจะมีให้เลือกจ่ายค่าบริการเป็นแบบรายเดือน หรือรายปีได้ตามต้องการ

สำหรับผู้ใช้ที่ฟังเพลงผ่านแอพฯ Spotify ก็สามารถควบคุมการเล่นเพลงผ่านหน้าจอ Fitbit Charge 4 ได้ทันที ซึ่งจะต้องเป็นผู้ใช้แบบ Premium เท่านั้นจึงจะใช้งานได้ นอกจากนี้ยังมีข้อมูลในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ให้เราได้ศึกษาและปฏิบัติตัวให้ถูกต้องในช่วงนี้ด้วย นอกจากนี้ Fitbit Charge4 ยังมี NFC ในตัว รองรับการจ่ายเงินผ่าน Fitbit Pay ซึ่งจะต้องผูกบัตรเครดิตกับแอพฯ ให้เรียบร้อยก่อน จึงจะใช้งานได้

สรุปการใช้งาน Fitbit Charge 4

ถือเป็นสมาร์ทแทร็คเกอร์ที่น่าสนใจสำหรับคนรักสุขภาพ ด้วยขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา สวมใส่สบาย มาพร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครันและภาครับสัญญาณ GPS ในตัว สามารถใช้งานได้ยาวนาน 6-7 วัน เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน มีระบบแจ้งเตือนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสายเรียกเข้า อีเมล์ หรือข้อความต่างๆ แต่น่าเสียดายที่ยังไม่รองรับภาษาไทย อย่างไรก็ดีหากไลฟ์สไตล์ของคุณอาศัยอยู่ในเมือง ไม่ได้เน้นการออกกำลังกายแบบหนักๆ แต่ต้องการนาฬิกาที่สวมใส่ได้ตลอดเวลา และไม่ต้องการฟังก์ชั่นอะไรมากมาย Fitbit Charge 4 ก็สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครบครัน วางจำหน่ายแล้วในราคา 6,490 บาท

Fitbit Charge 4

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top