Gadget

รีวิว Amazfit GTR 2 และ Amazfit GTS 2 สมาร์ทวอช 2 แบบ 2 สไตล์

Amazfit GTR 2 และ Amazfit GTS 2 สมาร์ทวอชดีไซน์หรู 2 แบบ 2 สไตล์ที่มีออกมาให้เลือกทั้งแบบหน้าปัดกลม และหน้าปัดเหลี่ยม ทั้งสองรุ่นมีฟังก์ชั่นการทำงานที่แทบจะเหมือนกันทุกอย่าง ต่างกันตรงดีไซน์ และการใช้งานเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ส่วนรายละเอียดลึกๆ ของทั้งสองรุ่นจะมีอะไรแตกต่างกันบ้างนั้น มาแกะกล่องดูกันครับ

Amazfit GTR 2 และ Amazfit GTS 2 สมาร์ทวอชดีไซน์หรู 2 แบบ 2 สไตล์ที่มีออกมาให้เลือกทั้งแบบหน้าปัดกลม และหน้าปัดเหลี่ยม ทั้งสองรุ่นมีฟังก์ชั่นการทำงานที่แทบจะเหมือนกันทุกอย่าง ต่างกันตรงดีไซน์ และการใช้งานเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ส่วนรายละเอียดลึกๆ ของทั้งสองรุ่นจะมีอะไรแตกต่างกันบ้างนั้น มาแกะกล่องดูกันครับ

AMAZFIT GTR 2

แกะกล่องลองเล่น Amazfit GTR 2 และ Amazfit GTS 2

กล่องของสมาร์ทแทร็คเกอร์รุ่นนี้ด้านหน้ามีรูปบ่งบอกสีสันของตัวเครื่องที่อยู่ด้านใน ส่วนด้านข้างจะบอกฟังก์ชั่นเด่นๆ ที่ทำได้ของรุ่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นขนาดหน้าจอ, รองรับการออกกำลังกายได้ 60 รูปแบบ, วัดระดับออกซิเจนในเลือด เป็นต้น และเมื่อแกะกล่องออกมาก็จะพบกับอุปกรณ์ต่างๆ ดังนี้

  • สมาร์ทแทร็คเกอร์ Amazfit GTR 2 Obsidian Black / Classic Edition
  • สายชาร์จแบตเตอรี่
  • คู่มือการใช้งาน

AMAZFIT GTR 2

AMAZFIT GTR 2

และสำหรับกล่องของ Amazfit GTS 2 ก็มีดีไซน์ที่เหมือนกัน ต่างกันเพียงด้านหน้าที่เป็นรูปแสดงถึงรุ่น GTS 2 และเมื่อแกะกล่องออกมาก็ไม่ต่างกัน มีอุปกรณ์ดังนี้

  • สมาร์ทแทร็คเกอร์ Amazfit GTS 2 Black
  • สายชาร์จแบตเตอรี่
  • คู่มือการใช้งาน

Amazfit GTR 2 และ GTS 2 ต่างกันที่ขนาด หน้าปัด และวัสดุ

สมาร์ทวอชทั้งสองรุ่นมีลักษณะแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยรุ่น GTR 2 เป็นรุ่นหน้าปัดแบบกลม เหมาะกับผู้ใช้ที่ชอบหน้าปัดนาฬิกาแบบกลม ขอบด้านข้างตัวเรือนใช้วัสดุเป็นอลูมิเนียมแบบเงา และมีขนาดหน้าจอใหญ่กว่า ส่วน GTS 2 มีหน้าปัดแบบเหลี่ยม และมีขนาดหน้าจอเล็กกว่า ขอบด้านข้างใช้วัสดุเป็นอลูมิเนียมเช่นกัน แต่เป็นแบบด้าน เหมาะกับผู้ใช้ที่ชอบหน้าปัดสี่เหลี่ยม และอยากได้นาฬิกาที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด ส่วนวัสดุของทั้งสองรุ่นอย่างเช่นสายนาฬิกาก็ต่างกัน โดย GTR 2 เป็นสายแบบหนัง ส่วน GTS 2 เป็นสายซิลิโคน มาเจาะลึกดูกันที่ตัวเรือนกันบ้าง

AMAZFIT GTR 2

เริ่มจาก GTR 2 เป็นสมาร์ทวอชหน้าปัดแบบกลม ด้านหน้าใช้วัสดุเป็นกระจก 3D Corning Gorilla Glass เคลือบสาร oDLC (Optical Diamond-like Carbon) และสารที่ช่วยป้องกันการเกิดรอยนิ้วมือ จึงป้องกันรอยขีดข่วนได้ดี หน้าจอแสดงผลเป็นแบบ AMOLED ขนาดใหญ่ 1.39 นิ้ว ให้ความสว่าง และสีสันสวยงาม มองเห็นได้ชัดเมื่ออยู่กลางแจ้ง สามารถเปิดโหมด Always on Display เพื่อให้หน้าจอติดตลอดเวลาได้ ทำให้ดูเหมือนกับนาฬิกาทั่วไป

AMAZFIT GTR 2

AMAZFIT GTR 2

AMAZFIT GTR 2

ที่ด้านข้างขวามีปุ่มมาให้ 2 ปุ่ม โดยปุ่มแรกทำหน้าที่เป็นปุ่มเมนู และเป็นปุ่ม Home ในตัว มีแถบสีแดงติดอยู่ ส่วนปุ่มล่างเป็นปุ่มลัดสำหรับเข้าใช้งานเมนู Workout หรือเมนูการออกกำลังกาย สะดวกเมื่อต้องการออกกำลังกายอย่างรวดเร็ว

AMAZFIT GTR 2

ด้านหลังมีเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบ Optical และยังเป็นแป้นชาร์จแม่เหล็กดูดติดกับสายชาร์จที่มีมาให้ ที่ขอบข้างมีช่องลำโพงสำหรับสนทนาโทรศัพท์มาให้ด้วย ส่วนการถอดสายก็มีสลักมาให้ สามารถถอดเปลี่ยนสายได้อย่างง่ายดาย

AMAZFIT GTR 2

AMAZFIT GTR 2

สำหรับ GTS 2 เป็นหน้าปัดแบบเหลี่ยม ใช้วัสดุเป็นกระจก 3D Corning Gorilla Glass พร้อมเคลือบสาร oDLC เพื่อป้องกันรอยนิ้วมือด้วยเช่นกัน ใช้จอแสดงผลแบบ AMOLED ขนาด 1.65 นิ้ว อาจจะดูว่ามีหน้าจอขนาดใหญ่กว่า GTR 2 แต่หากเทียบขนาดแล้วจะเห็นว่า GTR 2 มีขนาดใหญ่กว่า เพราะหน้าจอแบบเหลี่ยมจะวัดจากเส้นทะแยงมุม ซึ่งจะวัดได้ยาวกว่าแบบกลม

ส่วนที่ด้านข้างจะมีปุ่มเมนู มาให้เพียง 1 ปุ่ม ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นปุ่ม Home ไปด้วยในตัว ต่างจากรุ่น GTS 2 ที่มีปุ่มลัดเข้าสู่เมนูออกกำลังกายแยกมาให้ แต่การใช้งานก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก

ที่ด้านหลังก็มีเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจมาให้เช่นกัน มีแถบแม่เหล็กสำหรับดูดติดกับสายชาร์จ หากชาร์จผิดด้าน แม่เหล็กจะผลักออกเพื่อป้องกันไม่ให้ชาร์จผิดขั้ว และที่ด้านข้างก็ยังมีลำโพงสปีกเกอร์สำหรับสนทนาโทรศัพท์ผ่านบลูทูธด้วย

ใช้งานร่วมกับแอพฯ Zepp

สมาร์ทวอช หรือสมาร์ทแทร็คเกอร์ของ Amazfit รุ่นใหม่ๆ จะทำงานร่วมกับแอพฯ Zepp มีให้ดาวน์โหลดทั้งระบบปฏิบัติการ Android และ iOS หน้าตาแอพฯ ถูกปรับเปลี่ยนให้ดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น สำหรับการใช้งานครั้งแรกก็ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่เปิดนาฬิกา แล้วเปิดแอพฯ Zepp เริ่มแรกจะต้องสมัคร Account ก่อน แต่หากมี Account อยู่แล้วก็สามารถเข้าสู่การใช้งานได้ทันที และเมื่อเชื่อมต่อสำเร็จ อาจจะมีการอัพเดท Firmware ประมาณ 5-10 นาทีก็ใช้งานได้

AMAZFIT GTR 2

สำหรับการใช้งานแอพพลิเคชั่น Zepp จะช่วยให้เราดูข้อมูลต่างๆ ที่ตัวสมาร์ทแทร็คเกอร์เก็บข้อมูลได้ละเอียดขึ้น ข้อมูลที่เราสามารถดูได้ก็มีทั้งข้อมูลการก้าวเดินในแต่ละวัน, อัตราการเต้นของหัวใจ, ระดับออกซิเจนในเลือด, ระดับความเครียด, ข้อมูลการนอนในแต่ละวัน นอกจากนี้ยังสามารถดูข้อมูลอื่นๆ ได้โดยอาศัยอุปกรณ์อื่นๆ ของ Xiaomi เช่น Mi Scale หรือสมาร์ทวอชรุ่นอื่นๆ ที่สามารถเก็บข้อมูลอื่นๆ ได้ อย่างเช่นน้ำหนัก มวลกล้ามเนื้อ ค่า BMI ฯลฯ ช่วยให้เรานำข้อมูลมาวิเคราะห์ได้ว่าในแต่ละวัน หรือแต่ละช่วงเวลาเราเคลื่อนไหวร่างกายอย่างไร สามารถนำมาปรับการใช้ชีวิตประจำวันของเราได้

AMAZFIT GTR 2

สำหรับหน้าปัดนาฬิกาเราสามารถดาวน์โหลดได้ที่ Watch Face Store มีให้เลือกมากกว่า 70 แบบ ทั้งแบบเข็ม แบบดิจิตอล เลือกเปลี่ยนได้ไม่ซ้ำวัน สามารถดาวน์โหลดเก็บไว้ในเครื่องได้ตามหน่วยความจำที่เหลือ

Amazfit GTR 2 และ GTS 2 วัดอะไรได้บ้าง

ทั้งสองรุ่นมีเซ็นเซอร์ตรวจวัดต่างๆ มาให้เหมือนกัน สามารถเก็บข้อมูลการเดิน การนอนหลับ พร้อมวัดอัตราการเต้นของหัวใจด้วยเซ็นเซอร์ BioTracker™ 2 PPG ที่ติดตามอัตราการเต้นของหัวใจได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยสามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจตอนพักผ่อน (Resting heart rate), โซนอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart rate zones) แจ้งเตือนเมื่อหัวใจเต้นผิดปกติ และยังมีฟีเจอร์อื่นๆ ที่สามารถตรวจวัดได้ดังนี้

  • วัดระดับออกซิเจนในเลือด หรือค่า SpO2 มีหน่วยเป็นเปอร์เซ็นต์ เป็นการวัดระดับค่าออกซิเจนในเม็ดเลือด ซึ่งค่าที่วัดได้ตามปกติจะอยู่ที่ 95% หรือมากกว่า แต่หากวัดตอนนอนจะอยู่ที่ 90% หรือมากกว่า ซึ่งการวัดค่าจะใช้เวลาประมาณ 1 นาที

  • ระดับความเครียด (Stress) โดยการวัดค่าความเครียดจะอาศัยค่าอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งหากมีอัตราการเต้นสูง ก็จะทำให้ค่าความเครียดสูงตามไปด้วย

  • PAI (Personal physiological Activity Indicator) หรือคะแนนการทำกิจกรรมต่างๆ โดยอ้างอิงจากอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งหากเราทำกิจกรรมใดๆ ที่ทำให้หัวใจเราเต้นเร็ว อย่างเช่นการเดินเร็ว วิ่ง ปั่นจักรยาน เล่นโยคะ หรือเล่นกีฬา ทำกิจกรรมอื่นๆ สมาร์ทแบนด์ก็จะทำการบันทึกค่าระยะเวลาการทำกิจกรรม โดยแต่ละสัปดาห์ควรจะทำให้ได้ถึง 100 PAI หรือมากกว่า ซึ่งเป็นค่าที่เหมาะสมในการออกกำลังกายในแต่ละสัปดาห์ 

AMAZFIT GTR 2

  • คุณภาพการนอนหลับ เราสามารถดูระยะเวลาการนอนหลับของเราคร่าวๆ ได้จากหน้าปัดนาฬิกา แต่หากต้องการดูข้อมูลการนอนหลับแบบละเอียดสามารถเปิดแอพฯ ดูได้ และยังมีระบบการให้คะแนนการนอนหลับในแต่ละคืนด้วยโดยอิงจากระดับการนอนหลับ ซึ่งสามารถตรวจจับได้ตั้งแต่ Deep Sleep, Light Sleep, REM และ Awake หากหลับลึก หลับนานก็จะได้คะแนนสูง แต่หากตื่นบ่อยก็จะได้คะแนนน้อย

AMAZFIT GTR 2

รองรับการออกกำลังกายมากถึง 60 แบบ กันน้ำลึก 50 เมตร พร้อม GPS และเครื่องเล่นเพลงในตัว

อีกหนึ่งจุดเด่นของสมาร์ทวอชทั้งสองรุ่นคือรองรับการออกกำลังกายมากถึง 60 แบบ ทั้งกิจกรรมกลางแจ้งอย่างเดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ พายเรือ ฯลฯ สมาร์ทวอชทั้งสองรุ่นก็มี GPS คอยบันทึกตรวจจับตำแหน่งและเส้นทางให้โดยไม่ต้องพกสมาร์ทโฟนไปด้วย หรือกิจกรรมในร่มอย่างเดิน วิ่งบนลู่วิ่ง เต้นแอโรบิค โยคะ หรือกิจกรรมต่างๆ ในฟิตเนสก็สามารถตรวจจับได้

ทั้งสองรุ่นยังใช้เล่นกีฬาทางน้ำได้โดยไม่ต้องกังวลว่าน้ำจะเข้าด้วยการกันน้ำลึกถึง5 ATM หรือประมาณ 50 เมตร 

AMAZFIT GTR 2

นอกจากนี้ยังมีหน่วยความจำภายในมาให้ถึง 3GB สำหรับดาวน์โหลดเพลงลงหน่วยความจำ แล้วใช้ชุดหูฟังบลูทูธเชื่อมต่อกับนาฬิกาเพื่อฟังเพลงได้โดยอิสระ จึงไม่ต้องพกสมาร์ทโฟนไปออกกำลังกายนอกบ้านให้เกะกะ มีเพียงนาฬิกาเรือนเดียวก็เพียงพอแล้ว หรือหากยังต้องรับสายโทรศัพท์ก็สามารถโทรคุยได้จากนาฬิกาผ่านบลูทูธโดยไม่ต้องหยิบโทรศัพท์ออกมาให้เกะกะ ทำให้การออกกำลังกายทำได้อย่างไม่มีสะดุด

AMAZFIT GTR 2

AMAZFIT GTR 2

สรุปการใช้งาน Amazfit GTR 2 และ GTS 2 จากความเห็นของ What Phone

อย่างแรกเลยที่เราประทับใจคือดีไซน์ของทั้งสองรุ่น มีให้เลือกทั้งแบบหน้าปัดกลม และหน้าปัดเหลี่ยม สามารถเลือกได้ตามใจชอบ อีกทั้งวัสดุของตัวเรือนยังมีความแข็งแรงทนทาน ทั้งกระจกหน้าจอ ตัวเรือน และสายนาฬิกา มีน้ำหนักเบา สามารถใส่ได้ทั้งวัน และใส่นอนตลอด 24 ชม. ไม่อึดอัด มีฟังก์ชั่นการใช้งาน ฟังก์ชั่นการออกกำลังกาย และเซ็นเซอร์ตรวจวัดต่างๆ ได้เทียบเท่ากับสมาร์ทวอชราคาหลักหมื่น ด้วยราคาเพียงห้าพันกว่าบาท ถือว่าคุ้มมากสำหรับใช้งานทั่วไป หรือใช้ออกกำลังกายแบบหนักๆ ก็รองรับ จากการใช้งาน GTR 2 แบบเปิดใช้งานทุกอย่าง และเปิดหน้าจอ Always On Display ตลอดเวลาใช้งานได้ประมาณ 6-7 วัน แต่จากสเป็คสามารถใช้งานแบบพื้นฐานได้สูงสุด 38 วัน ส่วน GTS 2 ที่มีแบตเตอรี่ขนาดเล็กกว่าสามารถใช้งานแบบเต็มที่ เปิดทุกอย่างได้ประมาณ 3-4 วัน จากสเป็คใช้งานแบบพื้นฐานได้สูงสุด 20 วัน โดยรวมแล้วทั้งฟังก์ชั่นการใช้งาน เทียบกับราคาถือว่าคุ้มมากเหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการสมาร์ทวอชไว้ออกกำลังกายทั้งหนัก และเบา

ราคา และการวางจำหน่าย

GTS 2 ราคา 5,599 บาท มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Midnight Black, Desert Gold และ Urban Grey 

Shopee : https://bit.ly/3kLE4WS

ThaiMall : https://bit.ly/3kJLr0Q

GTR 2 ราคา 5,599 บาท (Sport Edition) และ ราคา 5,799 บาท (Classic Edition)

Shopee : https://bit.ly/3pSxRfA

ThaiMall : https://bit.ly/35HShQ8

 

คุณสมบัติของตัวเครื่อง[1]  
Amazfit GTR 2 Amazfit GTS 2
หน้าจอ 1.39” AMOLED 1.65” AMOLED
ขนาด (หน้าปัด) 46.4 x 46.4 x 10.7 มม. 42.8 x 35.6 x 9.7 มม.
น้ำหนัก แบบคลาสสิก 39 กรัม ไม่รวมสายนาฬิกา

แบบสปอร์ต  31.5 กรัม ไม่รวมสายนาฬิกา

24.7 กรัม ไม่รวมสายนาฬิกา
ทัชสกรีน กระจกนิรภัยเทมเปอร์ + เคลือบฟิล์มกันรอย นิ้วมือ + เคลือบฟิล์ม ODLC กระจกนิรภัยเทมเปอร์ + เคลือบฟิล์มกันรอยนิ้วมือ + เคลือบฟิล์ม ODLC
สี Obsidian Black Midnight Black, Desert Gold, Urban Grey
การเชื่อมต่อ บลูทูธ 5.0 บลูทูธ 5.0
เซ็นเซอร์ เซ็นเซอร์จับการเคลื่อนไหว เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ BioTracker™ 2 PPG เซ็นเซอร์ตรวจจับการหมุน เซ็นเซอร์วัดแรงดันอากาศ เซ็นเซอร์วัดสภาพแสงโดยรอบ เซ็นเซอร์จับการเคลื่อนไหว เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ BioTracker™ 2 PPG เซ็นเซอร์ตรวจจับการหมุน เซ็นเซอร์วัดแรงดันอากาศ เซ็นเซอร์วัดสภาพแสงโดยรอบ
การจับตำแหน่ง GPS + GLONASS GPS + GLONASS
วัสดุตัวเรือน สเตนเลสสตีล หรือ อะลูมิเนียมอัลลอย อะลูมิเนียมอัลลอย
ไมโครโฟน มี มี
ลำโพง มี มี
วัสดุสายนาฬิกา ซิลิโคน หรือ หนัง ซิลิโคน
ความกว้างสายนาฬิกา 22 มม. 20 มม.
ความสามารถกันน้ำ 5 ATM[2] 5 ATM[3]

 
 
 

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top