PR News

เมนทาแกรมเปิดตัว 2 กล้องโกโปรใหม่ HERO4 Session กล้องโกโปรที่เล็กและเบาที่สุด และ HERO+ LCD กล้องโกโปรราคาประหยัดสะดวกด้วยหน้าจอสัมผัส

กล้องสปอร์ตแอคชั่น “โกโปร” อย่างเป็นทางการแต่เพียงรายเดียวในประเทศไทย เปิดตัว GoPro HERO4 Session และ GoPro HERO+ LCD สองกล้องโกโปรใหม่ GoPro HERO4 Session

กรุงเทพฯ – 13 กรกฎาคม 2558 – บริษัท เมนทาแกรม จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายกล้องสปอร์ตแอคชั่น “โกโปร” อย่างเป็นทางการแต่เพียงรายเดียวในประเทศไทย เปิดตัว GoPro HERO4 Session และ GoPro HERO+ LCD สองกล้องโกโปรใหม่ GoPro HERO4 Session (โกโปร ฮีโร่4 เซสชั่น) เป็นกล้องโกโปรที่เล็กที่สุด เบาที่สุด และใช้งานสะดวกที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยขนาดเล็กกะทัดรัดพร้อมดีไซน์กันน้ำ และการควบคุมด้วยปุ่มกดเพียงปุ่มเดียว มอบความง่ายแต่ทรงพลังในการบันทึกภาพทุกไลฟสไตล์ GoPro HERO+ LCD (โกโปร ฮีโร่พลัสแอลซีดี) เป็นกล้องโกโปรสำหรับผู้เริ่มต้นใช้งานเพิ่มความสะดวกด้วยหน้าจอสัมผัส พร้อมฟีเจอร์ตัดวิดีโอใหม่ล่าสุดและมี Wi-Fi ในตัว เพิ่มความสะดวกในการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน

_MG_8841

นายณัฐพล ปัทมพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมนทาแกรม จำกัด กล่าวว่า “เมนทาแกรมตั้งใจนำผลิตภัณฑ์แนวใหม่ที่มีความน่าสนใจมาสู่ผู้บริโภคชาวไทยเพื่อตอบสนองไลฟสไตล์ที่ไม่หยุดนิ่งของคนรุ่นใหม่ที่หันมาสนใจกิจกรรมนอกบ้านและท้าทายมากยิ่งขึ้น” พร้อมเสริมว่า “ด้วยนวัตกรรมจากโกโปร และผลิตภัณฑ์แบรนด์อื่นๆ ที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งเมนทาแกรมจัดจำหน่ายผ่านทางเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายกว่า 250 แห่ง ทำให้เมนทาแกรมจะเป็นบริษัทที่เติบโตไปกับผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มีไลฟสไตล์ที่เปลี่ยนไปจากเดิม”

_MG_8732

HERO4 Session – กล้องโกโปรที่เล็กที่สุด เบาที่สุดและสะดวกที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ด้วยขนาดที่เล็กลง 50% และเบากว่าเดิม 40% เมื่อเทียบกับกล้องที่ขายดีที่สุดอย่าง GoPro HERO4 Black และ Silver กล้อง HERO4 Session มาในดีไซน์กันน้ำที่ช่วยให้ไม่จำเป็นต้องใช้กล่องกันน้ำอีกต่อไป ทั้งยังใช้งานง่ายด้วยปุ่มกดเพียงปุ่มเดียว ซึ่งทำให้การบันทึกภาพและวิดีโอในสถานการณ์กระทันหันได้อย่างรวดเร็วและสะดวกยิ่งขึ้น กล้อง HERO4 Session ยังสามารถใช้งานร่วมกับ mount ทุกรุ่นของโกโปรที่วางจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน โดยกล้อง GoPro HERO4 Session จะจำหน่ายในราคา 14,800 บาท ณ ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคมนี้ เป็นต้นไป

HERO4 Session สามารถบันทึกวิดีโอคุณภาพในความละเอียด 1440p30, 1080p60, และ 720p100 พร้อมการบันทึกภาพนิ่งขนาด 8 เมกะพิกเซล ทั้งในโหมดภาพเดี่ยว ภาพนิ่งต่อเนื่อง (Burst) และภาพแบบตั้งเวลา (Time Lapse) โดยมีฟีเจอร์ล้ำๆ ที่พบได้ในกล้อง HERO4 Black และ Silver รวมถึง SuperView (ซูเปอร์วิว) Protune (โปรทูน) และ Auto Low Light หรือการบันทึกภาพในสภาวะแสงน้อยอัตโนมัติ การควบคุมและตั้งค่าที่ทำได้มากขึ้นผ่านแอพโกโปร หรือ
ตัวควบคุมระยะไกลอัจฉริยะ (Smart Remote)

_MG_8719

HERO4 Session มีความทนทานตามมาตรฐานของ GoPro สามารถลงน้ำได้ลึกถึง 33 ฟุต (10 เมตร) โดยยังคงระบบ mounting ที่สามารถเข้ากันได้กับ mount อื่นๆทุกชนิดของโกโปรที่มีจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน ระบบไมโครโฟนคู่ที่สลับกันบันทึกเสียงระหว่างการใช้งาน เพื่อลดเสียงลมรบกวนขณะบันทึกภาพกิจกรรมต่างๆ การบันทึกเสียงกิจกรรมต่างๆในน้ำได้รับการปรับปรุงให้ดีมากยิ่งขึ้น การออกแบบเพื่อกันน้ำในตัว ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้กล่องกันน้ำซึ่งมักจะไปปิดกั้นเสียงในขณะทำกิจกรรม

การใช้งาน HERO4 Session ทำได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่กดปุ่มชัตเตอร์สั้นๆ กล้องจะเปิดและเริ่มบันทึกวิดีโอโดยอัตโนมัติ กดปุ่มชัดเตอร์ค้างไว้จะเปิดกล้องและเริ่มบันทึกภาพนิ่งแบบ Time Lapse กดปุ่มชัตเตอร์อีกครั้งเพื่อบันทึกวิดีโอและภาพถ่าย และปิดกล้อง การออกแบบให้สั่งการด้วยปุ่มเพียงปุ่มเดียวมอบความรวดเร็วและสะดวกในการบันทึกภาพทุกไลฟสไตล์ได้ทันที

HERO__LCD_Lockup.tif_11476921_master

HERO+ LCD สะดวกครบเครื่องด้วยหน้าจอสัมผัสและการเชื่อมต่อผ่านระบบ Wi-Fi

บันทึกภาพวีดีโอด้วยความละเอียดสูงถึง 1080p60 และภาพนิ่ง 8 เมกะพิกเซล กล้อง HERO+ LCD มาพร้อมหน้าจอสัมผัสเพื่อให้การถ่ายภาพเป็นไปอย่างง่ายดาย ทั้งยังช่วยในการตั้งค่าและเข้าถึงฟีเจอร์ตัดวิดีโอใหม่ล่าสุดอีกด้วย HERO+ LCD มาพร้อมกับกล่องกันน้ำในตัว (housing) เช่นเดียวกับกล้อง HERO รุ่นปกติ ด้วยการออกแบบที่ครบในหนึ่งเดียวพร้อมผนึกฟีเจอร์ที่มากขึ้น ช่วยให้การบันทึกช่วงเวลาที่น่าจดจำแห่งชีวิตได้สะดวกและง่ายยิ่งขึ้นกว่าเดิม

ทนทาน กันน้ำได้ถึง 131 ฟุต (40 เมตร) HERO+ LCD ได้รวมฟีเจอร์ขั้นสูงอย่าง HiLight Tag และฟีเจอร์ตัดวิดีโอในตัวกล้อง (video trimming) ช่วยให้ง่ายในการเลือกและแบ่งปันช่วงเวลาที่คุณโปรดปราน HiLight tag ให้คุณกำหนดช่วงเวลาสำคัญขณะบันทึกภาพและระหว่างเล่นวิดีโอ เพื่อให้คุณค้นหาช่วงเวลาดังกล่าวได้ง่ายขึ้น ฟีเจอร์การตัด
วิดีโอใหม่นี้ช่วยให้คุณทำคลิปสั้นๆ พร้อมแชร์ใน Social Media ได้โดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์

ระบบ Wi-Fi และ Bluetooth ในตัวช่วยเชื่อมต่อ HERO+ LCD กับแอพโกโปรบนสมาร์ทโฟนหรือแทบเล็ตของคุณเพื่อควบคุมกล้องและถ่ายภาพพรีวิวได้ง่ายขึ้นเมื่อกล้องของคุณ mount ติดกับอุปกรณ์อื่นหรืออยู่ไกล แอพโกโปรยังช่วยแบ่งปันคอนเทนต์ไปยังอินสตาแกรม เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ และอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น พร้อมผนึกฟีเจอร์ตัดวิดีโอลงไปด้วยเพื่อความสะดวกในการมอบโซลูชั่นสำหรับการแบ่งปันคอนเทนต์

กล้อง GoPro HERO+ LCD วางจำหน่ายแล้วในราคา 10,999 บาท ณ ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

สรุปข้อมูลทางเทคนิค

Hero4Session_SF_Horizontal_0_03.tif_10716840_master

HERO4 Session    ราคา 14,800 บาท

  • บันทึกวิดีโอ 1440p30, 1080p60, และ 720p100
  • กันน้ำ 33 ฟุต (10 เมตร) ไม่จำเป็นต้องใช้กล่องกันน้ำ
  • ควบคุมง่ายด้วยปุ่มเดียว: กดปุ่มชัตเตอร์สั้นๆเพื่อเปิดกล้องและเริ่มถ่ายวิดีโอ กดปุ่มชัตเตอร์ค้างไว้เพื่อเปิดกล้องและเริ่มถ่ายภาพนิ่งแบบ Time-lapse
  • ถ่ายภาพขนาด 8 เมกะพิกเซล ได้ทั้งภาพเดี่ยว ภาพต่อเนื่อง (Burst) และภาพแบบตั้งเวลา (Time Lapse)
  • เข้ากันได้กับ mount และอุปกรณ์เสริมอื่นๆทุกชนิดของโกโปร
  • ระบบไมโครโฟนคู่ช่วยบันทึกเสียงในที่ลมแรงและกิจกรรมในน้ำได้ดียิ่งขึ้น
  • WiFi และ Bluetooth ในตัวช่วยให้เชื่อมต่อกับแอพโกโปรและตัวควบคุมระยะไกล (Smart Remote)
  • การปรับทิศทางภาพอัตโนมัติจะปรับแนวการวางภาพให้ถูกต้องขณะบันทึกภาพ
  • รวม mount มาตรฐานและแบบบางเพื่อเพิ่มความหลากหลายของ mount
  • มากับ mount แบบ Ball Joint Buckle ช่วยให้สามารถปรับมุมกล้องได้หลากหลายยิ่งขึ้น
  • รองรับเมมโมรี่การ์ด microSD (อย่างน้อย Class 10 หรือ UHS-I) ความจุสูงสุด 64GB

 

HERO+ LCD ราคา 10,999 บาท

  • บันทึกภาพวิดีโอด้วยความละเอียดสูง 1080p60 และภาพนิ่ง 8 เมกะพิกเซล
  • หน้าจอสัมผัส ช่วยให้สะดวกในการควบคุมกล้อง การจัดภาพ และการดูวิดีโอบนกล้อง
  • มี WiFi และ Bluetooth เพื่อเชื่อมต่อกับแอพโกโปรและ Smart Remote
  • HiLight Tag ช่วยกำหนดช่วงเวลาสำคัญระหว่างการถ่ายวิดีโอ หรือขณะเล่นวิดีโอ เพื่อตัดต่อได้รวดเร็วขึ้น
  • ฟีเจอร์ตัดวิดีโอในกล้องช่วยให้สร้างคลิปสั้นๆ สำหรับการแบ่งปันเนื้อหาได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์
  • เปิดเครื่องแล้วบันทึกทันที ด้วยการกดปุ่มเพียงปุ่มเดียวด้วย QuikCapture
  • แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ยาวนานขึ้น บันทึกภาพได้นานถึง 2 ชั่วโมง
  • Housing ในตัว ช่วยให้ใช้งานได้สะดวกและง่ายยิ่งขึ้น

รองรับเมมโมรี่การ์ด microSD  (อย่างน้อย Class 10 หรือ UHS-I) ความจุสูงสุด 64GB

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top