News & Update

CES 2022 พบปัญหาหนัก ผู้จัดงานแห่ถอนตัวหลายรายหลัง COVID-19 สายพันธ์ใหม่แพร่ระบาดหนักในสหรัฐ

CES 2022 งานใหญ่โลกไอทีที่จะจัดขึ้นช่วงต้นปีใหม่นี้ประสบปัญหาใหญ่ หลังจากเคสผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในสหรัฐพุ่งสูงขึ้นอย่างมากจากสายพันธ์ใหม่จนผู้เข้าร่วมจัดงานถอนตัวไปหลายราย

CES 2022

แรกเริ่มมีรายใหญ่ไม่กี่รายที่ประกาศถอนตัวไม่เข้าร่วมจัดงาน ไม่ว่าจะเป็น Amazon, Meta, T-Mobile ซึ่งล้วนแต่เป็นบริษัทที่จองพื้นที่จัดงานขนาดใหญ่ (T-Mobile เป็นสปอนเซอร์หลักของงานนี้) และหลังจากกลุ่มแรกประกาศไม่เข้าร่วมงานแล้ว ก็มีตามมาอีกจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น AT&T, Intel, Google, Lenovo, Panasonic, HyperX, General Motors, Twitter, Pinterest, iHeartRadio และอีกมากมาย รวมแล้วกว่า 42 บริษัท

ผู้จัดงานส่วนใหญ่ตั้งใจจะมาเปิดตัวผลิตภัณฑ์บนเวทีงาน CES 2022 การเปลี่ยนแผนกระทันหันเช่นนี้แปลว่าน่าจะเปลี่ยนมาเป็น Virtual Event ไม่ทันกัน อย่าง General Motors ที่มีแผนจะเปิดตัวรถยนตร์ไฟฟ้าก็ต้องเลื่อนการเปิดตัวออกไปก่อน แต่บางรายที่มีแผนจะจัดงานควบคู่กันไปทั้ง CES และออนไลน์ เช่น Hisense, Nvidia ก็ประกาศว่าจะจัดงานของตัวเองแบบ Virtual ต่อไป แม้จะไม่ได้ออกงานที่ CES แล้วก็ตาม และบางรายแม้จะไม่ไปออกงานแล้ว แต่ก็ยังจะพูดที่งาน CES ผ่านระบบวิดิโอคอลแทน

บางรายจ่ายค่าที่ไปเยอะ และมีพื้นที่เยอะเกินกว่าจะยกเลิกงานก็จะจัดแบบใช้พื้นที่ไม่มาก จำกัดจำนวนผู้เข้าพื้นที่ ได้แก่ LG และ AMD โดยทาง LG ระบุว่าจะใช้ QR และ AR ในการแสดงผลงานแทนของจริง จะได้ไม่ต้องมีการสัมผัสและเสี่ยงแพร่เชื้อ

กลุ่มสุดท้ายคือบริษัทที่ยืนยันว่าจะจัดงานแน่นอน แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าการจัดงานจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง ได้แก่ Qualcomm, OnePlus, HTC ส่วน SONY และ Samsung ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะจัดงานหรือไม่ โดยบอกว่าจะติดตามการแพร่ระบาดอย่างใกล้ชิดแล้วตัดสินใจในภายหลัง

Consumer Technology Association ผู้จัดงาน CES ระบุว่าปีนี้แม้จะมีความเสี่ยงเรื่อง Omicon สายพันธ์ล่าสุดของ COVID-19 ที่ถูกขึ้นทะเบียนให้จับตามองเป็นพิเศษแพร่ระบาดอยู่ก็ตาม โดยจะยังคงควบคุมความปลอดภัย และขั้นตอนต่างๆ ในการเข้าร่วมงานเพื่อให้ผู้เข้าร่วมรู้สึกถึงความปลอดภัยในการมาเยือนงาน CES และเผยว่าแม้จะมีบริษัทจำนวนมากถอนตัวไป (42 ราย) แต่ขณะเดียวกันก็มีบริษัทอื่นๆ สมัครขอเข้าร่วมจัดงานเพิ่มขึ้นอีก 60 รายด้วยเช่นกัน

ที่มา – The Verge (1), (2),

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top