Article

เทียบสเปค 3 รุ่นโปร OPPO R17 Pro, Xiaomi Mi 8 Pro, Huawei Mate 20 Pro

Huawei Mate 20 Pro

คราวนี้ขอนำสมาร์ทโฟน 3 รุ่นโปรมาเทียบสเปคให้ดูว่า รุ่นไหน แบรนด์ไหน ใครจะโปรกว่ากัน ทั้ง OPPO R17 Pro, Xiaomi Mi 8 Pro และ Huawei Mate 20 Pro

เพราะสมาร์ทโฟนจะมีหลายรุ่นหลายแบบ หลายช่วงราคา จึงทำให้หลายๆ รุ่นจากหลายยี่ห้อบังเอิญมีชื่อรุ่นบางส่วนซ้ำกันจนอาจทำให้สับสนได้ว่ารุ่นไหนเป็นรุ่นไหน เพื่อไม่ให้เกิดความงงงวยไปมากกว่านี้ จึงขอนำสมาร์ทโฟน 3 รุ่นโปร (เพราะลงท้ายด้วยคำว่าโปรทั้งหมดนั่นเอง ฮ่าๆ ๆ) มาเทียบสเปคให้ดูกันว่า รุ่นไหนจากแบรนด์ไหน ใครจะโปรกว่ากัน ซึ่งผู้เข้าประกวดทั้ง 3 ท่าน ประกอบไปด้วย OPPO R17 Pro ที่มาพร้อมสีสันจัดจ้านและกล้อง 3D Stereo camera, Xiaomi Mi 8 Pro ที่ใส่ความโดดเด่นอย่างฝาหลังจำลองกึ่งโปร่งใสให้เห็นแผงหน่วยประมวลผล และ Huawei Mate 20 Pro ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือสมาร์ทโฟนกล้องเทพที่สุดจากหัวเว่ย

ดีไซน์ที่แข่งกันโดดเด่นทั้งสามรุ่น

 

Oppo R17 Pro

OPPO R17 Pro Preview

OPPO R17 Pro คราวนี้ไม่ธรรมดา มาพร้อมกับสีสันที่เด็ด เผ็ดใช้ได้ ทั้งสี Radiant Mist (ขวา) ไล่เฉดสีม่วงไปฟ้าจากซ้ายไปขวาคล้ายแสงออโรร่าสุดโรแมนติก หรือถ้าใครมาสายเรียบหรูก็น่าจะเหมาะกับสีเขียว Emerald Green ที่ดูไม่น่าเบื่อจำเจ ส่วนหน้าจอแสดงผล 6.4 นิ้วยึดพื้นทีเกือบเต็มหน้าจอ เหลือเพียงติ่งทรงหยดน้ำไว้สำหรับกล้องหน้าเซลฟี่

Xiaomi Mi 8 Pro พรีวิว

 

Xiaomi Mi 8 Pro พรีวิว

ส่วน Xiaomi Mi 8 Pro นั้นออกแบบตัวเครื่องได้แบบไม่เหมือนใครและไม่น่าจะมีใครเหมือน เพราะได้จำลองฝาหลังให้เป็นแบบโปร่งแสง เห็นแผงชิปเซ็ตและแบตเตอรี่ภายใน แต่พอสังเกตดีๆ จะพบว่าร่องระหว่างตัวเครื่องและและชุดกล้องเป็นจุดที่ฝุ่นเข้าไปรวมกันได้ง่าย แต่โดยรวมก็ออกแบบมาให้ชวนให้น่ามอง น่าสนใจอยู่นะ ส่วนหน้าจอของรุ่นนี้มีขนาด 6.21 นิ้ว ความละเอียด Super AMOLED 1080 x 2248 พิกเซล พร้อมพื้นที่ Notch ด้านบนที่ดูเยอะไปนิด แต่ก็เป็นขนาดที่พอดีๆ ใช้ได้อยู่

Huawei Mate 20 Pro รีวิว

ส่วน Huawei Mate 20 Pro นั้นได้ชื่อว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่สวยแพงมากๆ ส่วนหนึ่งมาจากการเป็นรุ่นแรกที่เปลี่ยนมาใช้สีเขียว Emerald Green ปรับขนาดตัวเครื่องให้หน้าแคบลงพร้อมตัวเครื่องโค้งมนรับกับอุ้งมือ จับถือง่ายในมือเดียว แตกต่างจากซีรี่ส์ Mate เดิมๆ โดยสิ้นเชิง แต่ด้วยผิวตัวเครื่องที่เน้นไปทางเงางาม จึงทำให้รอยนิ้วมือตามมาเยอะไปหน่อย และด้วยตัวเครื่องที่ลดความกว้างลง จึงต้องเปลี่ยนมาใช้หน้าจอ 19.5:9 ขนาด 6.39 นิ้ว แบบขอบข้างโค้งมนแทน

ชิปเซ็ตและหน่วยประมวลผล

Snapdragon 710

OPPO R17 Pro เปลี่ยนมาใช้ชิปเซ็ตตัวใหม่ Snapdragon 710 Octa-core 2.2 GHz, จีพียู Adreno 616 มี RAM เยอะถึง 8GB ร่วมกับพื้นที่ในเครื่อง 128GB แถมยังเพิ่ม microSD ได้ถึง 256GB ส่วนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ในรุ่นนี้เป็นเวอร์ชั่น 8.1 โอรีโอ

Qualcomm Snapdragon 845 Platform

Xiaomi Mi 8 Pro ก็เป็นอีกรุ่นที่ใช้ชิปเซ็ตที่ขึ้นชื่อว่าเร็ว แรงสุดๆ ฉุดไม่อยู่อย่าง Snapdragon 845 Octa-core 2.8 GHz ใช้จีพียูรันกราฟิกอย่าง Adreno 630 มี RAM 8GB LPDD4X ร่วมกับ MIUI และแอนดรอยด์ 8.1 โอรีโอ ส่วนพื้นที่เก็บข้อมูลและแอปต่างๆ มีอยู่ที่ 128GB แต่ไม่สามารถเพิ่มหน่วยความจำใดๆ ได้

Huawei-mate20-x-large-kirin980-dual-npu-3

ส่วนเจ้าหัวเว่ย Mate 20 Pro นี่ก็เป็นตัวแรงที่หลายคนสัมผัสของจริงมาแล้ว จากชิปเซ็ต Kirin 980 เวอร์ชั่นล่าสุดที่การันตีความแรง แถมได้แอนดรอยด์เวอร์ชั่นล่าสุด 9.0 พายมาตั้งแต่กำเนิด ส่วนเวอร์ชั่นที่วางจำหน่ายเป็น RAM 6GB และความจุ 128GB แต่ถ้าใครจะใช้หน่วยความจำภายนอกร่วมด้วย อย่าลืมว่ารุ่นนี้เปลี่ยนมาใช้ Nano Memory ของหัวเว่ยเองแล้วนะ

กล้องสองเลนส์และสามเลนส์

เนื่องจากทั้งสามรุ่นที่ผ่านมามีกล้องทั้งสองเลนส์และสามเลนส์ ซึ่งนอกจากเลนส์ทั้งหลายเหล่านี้ ก็มีลูกเล่นปรับแต่งภาพสวยให้เลือกพอสมควร

OPPO R17 Pro Preview

โดย OPPO R17 Pro มาพร้อมกล้อง 12 ล้านพิกเซล เลนส์มุมกว้าง 26 มม. รูรับแสง F1.5-2.4 ปรับอัตโนมัติได้ตามสถานการณ์และสภาพแสง เลนส์กล้องหลักความละเอียดสูง 20 ล้านพิกเซล และเลนส์พิเศษที่เรียกว่า 3D Time of Flight Sensor ช่วยจับภาพวัตถุสามมิติ และยังประมวลผลภาพได้ชัดเจนมากขึ้นด้วยระบบ AI Ultra-Clear Engine ส่วนเรื่องกล้องเซลฟี่ ออปโป้ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ด้วยความละเอียดสูง 25 ล้านพิกเซลและระบบ AI

Xiaomi Mi 8 Pro Unboxing Preview

แต่ใน Xiaomi Mi 8 Pro นั้นยังใช้กล้อง 12 ล้านพิกเซลคู่สองเลนส์  แต่มีระบบ AI เข้ามาเสริมทัพขณะถ่ายภาพ ทำได้ทั้งปรับสีสันขณะถ่ายภาพและเลือกโหมดถ่ายภาพให้เข้ากับสถานการณ์ เพิ่มฟีเจอร์การซูมภาพได้ 2 เท่า รวมถึงการถ่ายวิดีโอ 4k และสโลว์โมชั่น ใครที่อยากดูตัวอย่างภาพถ่ายแบบจัดเต็มก็เข้าไปดูได้ที่นี่

รีวิว Xiaomi Mi 8 Pro สมาร์ทโฟนเรือธง กล้องคู่ AI ฝาหลังใส ใส่สแกนนิ้วใต้จอ ในงบไม่ถึง 20,000 บาท

ส่วนกล้องสามเลนส์ของ Huawei Mate 20 Pro ใครได้ลองแล้วรับรองว่าจะต้องติดใจ! ตั้งแต่เลนส์ที่พัฒนาร่วมกับ Leica ให้ความละเอียด 40+20+8 ล้านพิกเซล รูรับแสง F1.8, F2.2 และ F2.4 ตามลำดับ, Master AI ที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากการซูมภาพ 3 เท่า ซูมไฮบริด 5 เท่าแล้ว ยังมีเลนส์มุมกว้าง Super Wide Angle มาให้ลองเล่นถ่ายภาพมุมกว้างทั้งแนวตั้งและแนวนอน หรือใครจะเซลฟี่ด้วยกล้องหน้า 24 ล้านพิกเซลก็มีเลนส์มุมกว้างมาให้ พร้อมลูกเล่นเซลฟี่ที่สาวๆ ไม่ว่าจะสายฟรุ้งฟริ้งหรือเซลฟี่แบบเหมือนตัวจริงก็น่าจะชอบ

รีวิว Huawei Mate 20 Pro เพิ่มความสมบูรณ์แบบในทุกด้านยิ่งขึ้นไปอีก

เปรียบเทียบสเปค

Huawei Mate 20 Pro

 

ความเห็นจาก WhatPhone

OPPO R17 Pro : เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสมาร์ทโฟนรุ่นใหญ่จากออปโป้ โดยที่ยังไม่ทิ้งลายเรื่องเซลฟี่และถ่ายภาพ ยิ่งรุ่นนี้มีคอนเซปต์ว่า “Seize the night” ก็แปลว่าน่าจะเข้ามาเป็นอีกตัวเลือกหลักของการถ่ายภาพในที่แสงน้อย และยังได้นวัตกรรมใหม่เรื่องกล้อง หน้าจอใหญ่พร้อมติ่ง แบตเตอรี่ความจุสูง และสีสันตัวเครื่องที่เด่นเตะตา

Xiaomi Mi 8 Pro : สำหรับผู้ที่ต้องการสมาร์ทโฟนระดับโปรในงบสองหมื่นมีทอน ดีไซน์ก็สวยแปลกตาใช้ได้ ความแรง ความลื่นไหลก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่แบตเตอรี่รุ่นนี้ให้น้อยกว่าอีกสองรุ่นไปหน่อย แถมเรื่องการถ่ายภาพก็ยังไม่ใช่ที่สุด แต่ถ้าใครจะซื้อรุ่นนี้ก็แนะนำนะ ด้านอื่นๆ ก็ไม่แย่เลย

Huawei Mate 20 Pro : ถ้าคุณมีงบประมาณแบบไม่จำกัดและอยากได้สมาร์ทโฟนที่ใครเห็นเป็นต้องทัก Huawei Mate 20 Pro นี่แหละตัวเลือกที่ใช่ เอาแค่เรื่องกล้องสามเลนส์ก็กินขาดแล้ว นี่ยังไม่นับพลังความแรงจากเจ้า Kirin 980 หน้าจอสวยใสกิ๊งที่สะกดทุกสายตา แบตเตอรี่ความุจสูงบนตัวเครื่องที่บางเพียง 8.6 มิลลิเมตร แต่ถ้าใครคิดว่าความโปรระดับนี้แต่ต้องแลกด้วยค่าตัวที่แรงไปหน่อย ลองถอยไปดูอีกสองรุ่นที่นำมาเทียบกันก็ไม่เสียหาย

สำหรับใครที่อยากติดตามบทความดี ๆ แบบนี้ หรือข่าวสารใหม่ ๆ ก็สามารถกดไลค์เพจ WhatPhone.net หรือเข้ามาพูดคุยกันได้ที่ WhatPhone – Commu ได้เลย

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top