Review - Mobile Review, Gadget, Games

รีวิว Xiaomi Mi 8 Pro สมาร์ทโฟนเรือธง กล้องคู่ AI ฝาหลังใส ใส่สแกนนิ้วใต้จอ ในงบไม่ถึง 20,000 บาท

Xiaomi Mi 8 Pro

กลับมาพบกับรีวิวสุดยอดสมาร์ทโฟนเรือธงราคาไม่ถึง 20,000 บาทอย่าง Xiaomi Mi 8 Pro ที่มากับกล้องคู่ AI บอดี้ใสสวยงาม แถมยังมีสแกนลายนิ้วมือใต้จออีกด้วย

กลับมาพบกับรีวิวสุดยอดสมาร์ทโฟนเรือธงราคาไม่ถึง 20,000 บาทอย่าง Xiaomi Mi 8 Pro ที่มากับกล้องคู่ AI บอดี้ใสสวยงาม แถมยังใส่เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้จอและมีระบบสแกนใบหน้าแบบ IR อีกด้วย

แกะกล่องพรีวิวตัวเครื่อง

Xiaomi Mi 8 Pro Unboxing Preview

ดีไซน์ : ถือว่าเป็นจุดเด่นของรุ่นนี้เลยก็ว่าได้กับฝาหลังแบบโปร่งใส เห็นชัดทุกรายละเอียดที่มีการตกแต่งให้สวยงาม อย่าง แผงวงจร แบตเตอรี่ ชิปเซ็ต เป็นต้น ตัวเครื่องก็ให้สัมผัสแบบมัน ๆ วาว ๆ ลื่น ๆ แบบกระจก

 

Xiaomi Mi 8 Pro Unboxing Preview

หน้าจอ : AMOLED ให้ความคมชัดสวยงาม แสดงสีขาวดำได้แบบชัดเจน ในขนาด 6.21 นิ้ว ความละเอียด FHD+ แถมยังมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือฝังไว้ใต้หน้าจออีกด้วย ตัวติ่งที่หน้าจอก็ฝั่งเซ็นเซอร์มากมายเพื่อใช้ในการสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อกตัวเครื่อง ลำโพงสนทนา ไฟแสดงสถานะ และยังมีกล้องหน้าความละเอียดสูงฝังไว้ด้วย หากใครที่ไม่ชอบติ่งใหญ่ ๆ ยาว ๆ ยังกะ iPhone XS ก็สามารถปิดได้เช่นกันครับ

 

ปลอดภัยขั้นสุดด้วยฟีเจอร์ปลดล็อกเครื่องสุดล้ำ

IR Face Unlock : การสแกนใบหน้าด้วย IR (อินฟราเรด) ก็เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ความปลอดภัยที่ถูกใส่มาในรุ่นนี้ ปลดล็อกได้รวดเร็วทั้งตอนกลางวันและตอนกลางคืน แต่ก็น่าเสียดายเพราะสามารถตั้งได้แค่ 1 หน้า

 

Xiaomi Mi 8 Pro Screenshot

In-display Fingerprint : ฟีเจอร์หลักของรุ่นนี้เลยคือการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอแสดงผล ซึ่งสามารถเพิ่มลายนิ้วมือได้สูงสุด 5 นิ้วเลยทีเดียว ขั้นตอนการสแกนนิ้วก็จะมีความยุ่งยากและนานนิดนึง เพื่อการเก็บลายนิ้วมือไว้บนหน้าจอให้ครบทุกเม็ด แต่ก็ต้องวางนิ้วในตำแหน่งตรงกลางหน้าจอเท่านั้น ถือว่าตอบสนองได้รวดเร็วอยู่ (ทางเสียวมี่ก็เคลมว่าเร็วที่สุดในตลาดสมาร์ทโฟนด้วย) แม้จะช้ากว่าการสแกนใบหน้าก็ตามครับ และในส่วนของการชำระเงินหรือการเข้าถึงแอปพลิเคชั่นของธนาคารก็สามารถสแกนนิ้วเข้าไปใช้งานได้เช่นกันครับ

 

กล้องคู่ AI พร้อมตัวอย่างภาพถ่าย

AI Dual Camera : กล้องหลังคู่ที่มี AI สามารถอ่านฉากต่าง ๆ และปรับสีให้เข้ากับสภาพแวดล้อม อันนี้ก็สามารถเปิด-ปิดได้ ด้วยความที่เป็นกล้องหลังคู่ทำให้สามารถใช้การถ่ายภาพแบบซูม 2 เท่า ไม่เสียความละเอียดได้ รวมถึงยังมีโหมดให้เลือกมากมาย อาทิ เซลฟี่แบบกลุ่ม, โหมดโปร, HDR, ภาพถ่ายบุคคล เป็นต้น

 

Video : ในส่วนของการถ่ายวีดีโอนั้นจะไม่ได้รองรับ AI แต่อย่างใด ซึ่งก็สามารถเลือกฉากเป็นสี ๆ หรือจะถ่ายวีดีโอ Slo-motion ได้สูงสุด 240 fps ส่วนวีดีโอปกตินั้นกล้องคู่ด้านหลังสามารถถ่ายได้สูงสุดที่ระดับ 4K (30 fps) แต่ก็น่าเสียดายที่ไม่สามารถถ่ายวีดีโอ Full HD แบบ 60 fps ได้ (คงต้องรออัพเดตให้เปิดใช้งานกันต่อไป) หลังจากที่ได้ลองใช้ถ่ายวีดีโอทั่วไปก็พบว่า ไมค์อัดเสียงและระบบกันสั่นยังไม่ได้ดีมากเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ระบบกันสั่นก็ใช้ได้ไม่น่าเกลียดแต่ก็ไม่ได้นิ่งมาก

 

ตัวอย่างภาพถ่าย : สำหรับภาพถ่ายที่ได้ออกมานั้น กล้องหน้าก็จะมีการแต่งหน้าโหมดบิ้วตี้แบบจัดเต็มพอสมควร คาดว่าถ้าอยากได้แบบธรรมชาติปิดไว้จะดีกว่าครับ ส่วนกล้องหลังคู่ก็มีระบบ AI ช่วยทำให้ภาพที่ได้นั้นสีสดขึ้นและสว่างขึ้นกว่าปกติซึ่งในบางภาพอาจจะมีการปรับให้ภาพเนียนขึ้นจนเสียรายละเอียดไปบางส่วน แต่ก็ถือว่าทำออกมาได้ไม่เลวทั้งในที่แสงน้อยและสภาพแสงปกติเลย

 

ประสิทธิภาพเร็วแรงขั้นสุดด้วยสเปกเรือธงแห่งปี 2018

หน่วยประมวลผล : ด้วยพลังแห่งชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 845 เร็วสุด แรงสุดแห่งปี 2018 บวกกับ RAM 8 GB LPDD4X ร่วมกับ MIUI ก็ให้ประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหลขั้นสุด ตอบสนองไว้ แทบจะไม่มีอาการหน่วงหรือกระตุกเวลาใช้งานให้เห็นเลยครับ

 

Xiaomi Mi 8 Pro PUBG Mobile

คะแนน Antutu และการเล่นเกมส์ : คะแนนของรุ่นนี้อยู่ที่ 286,146 คะแนน ซึ่งเทสในห้องแอร์และมีการเปิด Performance Mode ไว้ช่วงทดสอบครับ และในส่วนการเล่นเกมส์ PUBG Mobile สามารถปรับภาพกราฟิกได้สูงสุด ตอนทดสอบนั้นเล่นในห้องแอร์ก็ไม่ได้รู้สึกว่าร้อนแต่อย่างใด (มีอุ่น ๆ บ้าง) ลื่นไหลใช้ได้ ภาพไม่กระตุกเลย ซึ่งเล่นจบไปหนึ่งเกมส์แบตเตอรีก็ลดไปราว ๆ 8-10% ในช่วงเวลา 20 นาทีครับ

 

Dual-GPS : ระบบการนำทางสุดล้ำด้วยการนำทาง 2 คลื่นความถี่ ซึ่งทำให้สามารถจับตำแหน่งได้แม่นยำกว่าสมาร์ทโฟนรุ่นอื่น ๆ ในตลาด เห็นได้ชัดในพื้นที่ ตึก อาคาร หรือมุมอับ ๆ

 

แบตเตอรี่ : หลังจากที่ใช้งานทั่ว ๆ ไป เล่นเกมส์ Social ดู Youtube และอื่น ๆ ก็พบว่าแบตเตอรี่ของรุ่นนี้นั้นอยู่ได้เกือบเต็มวัน ส่วน Screen On Time หรือเปิดหน้าจอตลอดแบบ Auto Brightness ก็อยู่ราว ๆ 4 ชั่วโมงกว่า ๆ ถือว่าไม่แย่ครับ เพราะชาร์จเร็วมาก ด้วยระบบ Quick Charge 3.0 ทำให้ชาร์จแบตเตอรี่ตั้งแต่ 0 – 100% ได้ในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง 30 นาทีเท่านั้น

 

ฟีเจอร์เด่นของ MIUI 9.6.5

Split Screen : แบ่งสองหน้าจอ เล่น 2 แอปพลิเคชั่นได้พร้อม ๆ กันก็มีมาให้ใช้กัน

 

Record Screen : อัดวีดีโอบนหน้าจอก็มี สามารถเลือกปรับแต่งได้สูงสุดที่ความละเอียด 1080p Full HD 30 fps

 

Performance Mode : การปรับแต่งประสิทธิภาพเครื่อง อาทิ การเร่งความเร็วของแอพเกมส์, เคลียร์ RAM, ลบขยะต่าง ๆ ที่มีอยู่ในเครื่อง เพื่อการใช้งานลื่นไหลขั้นสุด

 

Clone App : อีกหนึ่งฟีเจอร์เด็ดของ MIUI ที่มีมาช้านานก็คือการโคลนแอพที่จะสามารถใช้งานแอปพลิเคชั่นนั้น ๆ ได้อีกแอพ เช่น Facebook หรือ Line แบบ 2 Account เป็นต้น

 

Second Space : หรือพื้นที่ทับซ้อนเป็นการแบ่งพื้นที่ส่วนตัว และพื้นที่การใช้งานทั่วไป (เลือกปิดใช้งานบางแอปพลิเคชั่นได้) สามารถล็อกรหัสไว้ได้ครับ

 

สรุปการใช้งาน (น่าซื้อหรือไม่?)

Xiaomi Mi 8 Pro Unboxing Preview

จากการที่ได้ใช้งานเจ้า Xiaomi Mi 8 Pro มาราวหนึ่งสัปดาห์ โดยรวมก็ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงสเปกแรงที่มีดีไซน์บาง เบา อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีล่าสุดอย่าง เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ เซ็นเซอร์ IR Face Unlock กล้องหลังคู่ AI ที่มีประสิทธิภาพเน้น ๆ ไม่แพ้เรือธงค่ายอื่น ๆ  การใช้งานลื่นไหลขั้นสุดด้วยรอม MIUI ที่สามารถปรับแต่งได้อย่างอิสระ แถมยังรองรับชาร์จเร็ว(มาก) แต่ก็น่าเสียดายที่รุ่นนี้ไม่รองรับการดู Netflix HD แล้วก็ไม่มีพอร์ตเชื่อมต่อรูหูฟังขนาด 3.5 mm ถ้าถามว่าน่าซื้อมั้ย ก็น่าซื้อพอสมควรสำหรับคนที่ต้องการสมาร์ทโฟนแบบครบเครื่อง สเปกแรง ในราคาที่ไม่แรงเลยครับ

 

จุดเด่น

  • ดีไซน์ด้านหลังดูเป็นเอกลักษณ์ ด้วยการตกแต่งให้เป็นแบบฝาหลังใส แทบจะไม่เหมือนใคร
  • สแกนใบหน้าได้รวดเร็ว สมกับที่ใช้ IR และเซ็นเซอร์มากมายที่กองอยู่บนติ่งหน้าจอ
  • กล้องคู่หลังทำได้ดีพอสมควร ทั้งในที่แสงน้อย และที่มีแสงสว่างมากพอ
  • ระบบระบายความร้อนของตัวเครื่องทำมาได้ดี เล่นเกมส์ไปก็ยังรู้สึกอุ่น ๆ ไม่ร้อนเท่าไหร่
  • MIUI ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Xiaomi มีฟีเจอร์ให้เล่นมากมาย แถมยังมีอัพเดตให้ทุกเดือนอีกด้วย
  • แบตเตอรี่ขนาด 3,000 mAh ถึงจะดูไม่มากนักแต่ก็อึดใช้ได้ และมีอแดปเตอร์ชาร์จเร็วแถมมาให้ ทันใจ วัยรุ่นชอบ (จาก 10%-100% ไม่ถึง 1 ชั่วโมง 20 นาที เมื่อใช้อแดปเตอร์ที่แถมมาให้ในกล่อง)
  • ราคา 19,990 บาท สุดคุ้มด้วยสเปกระดับเรือธง พร้อมเทคโนโลยีล่าสุด

 

ข้อสังเกต

  • การปลดล็อกด้วยการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอยังไม่แม่นยำมากนัก แม้ทางเสียวหมี่จะเคลมว่ามันเร็วที่สุดในตลาดสมาร์ทโฟน ณ ตอนนี้แล้วก็ตาม
  • ยังหาซื้อได้ยาก เพราะตอนนี้วางจำหน่ายแค่ช่องทาง Online อุปกรณ์เสริมอย่างเคสฟิล์ม ก็แทบจะไม่มีในตลาดบ้านเรา ต้องสั่ง Online เช่นกัน

Xiaomi Mi 8 Pro Widevine L3

  • ยังไม่รองรับ Widevine L1 ทำให้ไม่สามารถดู Nexflix แบบ HD ได้ (คาดว่าต้องรออัพเดตในอนาคต)
  • คุณภาพของการอัดวีดีโอไม่ดีเท่าที่ควร ไมค์อัดเสียงแย่ ระบบกันสั่นเหมือนไม่ทำงาน
  • อัดวีดีโอแบบ Full HD 1080p ที่ 60 fps ไม่ได้
  • กล้องหน้าถ่ายภาพออกมาค่อนข้างไม่ธรรมชาติ บางคนน่าจะไม่ชอบ
  • ยังเป็น MIUI เวอร์ชั่น 9.6.5 อยู่ (Android 8.1 OREO)  ต้องรออัพเดต MIUI 10 ที่จะมาพร้อมกับ Android Pie ในอนาคต
  • ไม่มีพอร์ตเสียบรูหูฟังขนาด 3.5 mm
  • ไม่ได้มีการรับรองมาตรฐานการกันน้ำ กันฝุ่น

 

Full Specification

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.21 นิ้ว อัตราส่วนจอ 19:9 ความละเอียด FHD+
  • ใช้เซ็นเซอร์ Infrared แบบเดียวกับ Xiaomi Mi 8 ในการสแกนใบหน้า
  • รองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอเร็วขึ้น 29% และแม่นยำกว่า 8.8 % เมื่อเทียบกับ Xiaomi Mi 8 Explorer Edition
  • CPU : Qualcomm Snapdragon 845 AIE
  • RAM : 8 GB | ROM : 128 GB
  • กล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 20 MP (f/2.0)
  • กล้องหลังคู่ความละเอียด 12 MP (มี OIS พร้อม f/1.8) + 12 MP (f/2.4) คาดว่าน่าจะเป็นตัวเดียวกับ Mi 8
  • แบตเตอรี่ขนาด 3,000 mAh รองรับระบบชาร์จเร็ว Quick Charge 4.0+ ผ่านพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB-C
  • รันบนระบบปฏิบัติการ Android 8.1 OREO ครอบทับด้วย MIUI 9.6.5

 

ก็จบไปแล้วสำหรับรีวิวของ Xiaomi Mi 8 Pro ที่ทางเว็บไซต์เรานำมาฝากกัน และสำหรับใครที่อยากติดตามบทความดี ๆ แบบนี้ หรือข่าวสารใหม่ ๆ ก็สามารถกดไลค์เพจ WhatPhone.net หรือเข้ามาพูดคุยกันได้ที่ WhatPhone – Commu ได้เลยครับ

 

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top