Article

ก้าวไกลไปกับ NFC เทคโนโลยีนี้บูมแน่ พร้อมกับแอพ Touchanote

Touchanote

แอบอิจฉาผู้ที่มีโอกาสได้ใช้จริงๆ ค่ะ app นี้มีชื่อว่า Touchanote ที่สามารถเปลี่ยน Note อย่าง Evernote ให้กลายเป็น Post-it แบบดิจิตอลดีๆ นี่เอง และแน่นอนนำ NFC มาเป็นตัวช่วย

ในบทความเมื่อ 2 เดือนก่อน ผู้เขียนได้มีโอกาสเล่าเรื่องของเทคโนโลยี NFC (Near Field Communication) หรือ การสื่อสารสนามใกล้ ที่ได้พบเห็นในงาน CommunicAsia 2011 ให้ผู้อ่านกันไปบ้างแล้ว ซึ่งต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีตัวนี้มาแรงจริงๆ ค่ะ หลังจากนั้นยังมีบริการใหม่ๆ ที่นำ NFC มาใช้กันอย่างต่อเนื่อง โดยคราวนี้จะพาเพื่อนๆ ไปทำความรู้จักกับ 2 บริษัทกันอีกเพิ่มเติมแอบอิจฉาผู้ที่มีโอกาสได้ใช้จริงๆ ค่ะ

app นี้มีชื่อว่า Touchanote ที่สามารถเปลี่ยน Note อย่าง Evernote ให้กลายเป็น Post-it แบบดิจิตอลดีๆ นี่เอง และแน่นอนนำ NFC มาเป็นตัวช่วย บริษัทนี้มีนามว่า Wiseleap ที่มาที่ไปของ app นี้น่าสนใจไม่น้อยค่ะเพราะได้รับรางวัลชนะเลิศจากการแข่งขันพัฒนาของ Evernote ซึ่งจะกลายเป็น Platform ที่นักพัฒนาสามารถนำมาต่อยอดได้ โดย Touchanote นำคอนเซ็ปต์ที่ว่าวัตถุต่างๆ สามารถที่จะเป็นเครื่องมือในการช่วยเตือนความจำของคุณได้ อาทิเช่น โต๊ะทำงานของคุณจะบอกสิ่งที่ต้องทำวันนี้, ตู้เสื้อผ้าจะบอกว่าเสื้อผ้าชิ้นไหนในตู้ที่สามารถนำมาใส่ให้ match กันแล้วดูสวย, อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าสามารถบอกได้ว่าใช้งานอย่างไร, ตู้เย็นที่บอกรายการที่ต้องซื้อของเข้ามา, กระเป๋าที่คอยเตือนสิ่งที่ต้อง packing ก่อนเดินทาง เป็นต้น

Touchanote

Touchanote

เป็น app ที่นำเอาฟีเจอร์ของ NFC บนโทรศัพท์มือถือมาใช้งาน เพียงนำ NFC tag ไปติดยังวัตถุที่ต้องการ ทำการบันทึกข้อมูลที่เขียนไว้ด้วย app นี้ และเมื่อต้องการอ่านข้อมูลในภายหลังก็เพียงเอาโทรศัพท์ไปแตะกับ tag ดังกล่าว ก็จะเปิด note นั้นขึ้นมา เสมือนเป็นการเปลี่ยนวัตถุต่างๆ ให้เป็นเครื่องเตือนความจำแบบดิจิตอลได้เลย

รูปภาพ

Business Model ของ Touchanote คือการหารายได้จากการขาย NFC tag

โดย 1 tag ราคาอยู่ที่ 3 เหรียญสหรัฐฯ แต่ถ้าซื้อ 10 tag คิดราคา 10 เหรียญ และถ้า 25 tag คิดที่ 20 เหรียญ

รูปภาพ

ดูๆ ไปแล้วมันก็คล้าย Post-it ดีๆ นี่เองค่ะ แต่เปลี่ยนเป็นการนำเอาเทคโนโลยีมาช่วยเสริมแค่แอบรู้สึกว่า Solution นี้ต้องเสียเงินให้กับต้นทุนของ tag มากพอสมควร และแม้ตอนนี้เครื่องโทรศัพท์ที่ออกมารองรับ NFC จะยังมีไม่มากนัก แต่ก็ถือว่ากำลังเติบโต โดยได้มีการคาดการณ์ว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีเครื่องโทรศัพท์มือถือกว่า 40 ล้านเครื่องที่วางขาย และรองรับเทคโนโลยีดังกล่าว
อีกบริษัทมีชื่อว่า Blue Bite ซึ่งจับมือกับ Peal Media ในการโปรโมทซีรี่ย์เรื่อง Rizzoli & Isles ถือเป็นการนำ NFC มาประยุกต์ใช้กับหน้าร้านค้าเป็นครั้งแรก เค้าใช้คำว่า “1st -ever NFC-enabled strorefront”

รูปภาพ

mTAG solution คือชื่อบริการของทาง Blue Bite ที่นำเอาเทคโนโลยี NFC มาเป็นสื่อกลางเพื่อให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาสามารถมีส่วนร่วมกับแคมเปญนี้ได้ โดยการนำเครื่องโทรศัพท์มือถือที่รองรับ NFC ไปแตะใกล้ๆ กับ Marker ที่หน้าร้านค้าหลังจากนั้นตัวคอนเทนต์ต่างๆ ก็จะถูกส่งมายังเครื่องโทรศัพท์ อันได้แก่ เกมเฉพาะของแคมเปญนี้, สมัครรับข้อมูลการแจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาของรายการ, คอนเทนต์ประเภทวอลเปเปอร์ และวิดีโอคลิปตัวอย่าง ไม่ใช่แค่เครื่องที่รองรับ NFC เท่านั้นนะคะ แคมเปญนี้ยังเปิดให้สามารถมีส่วนร่วมผ่านทาง Wi-Fi , Bluetooth และ QR Codes ด้วย โดยขณะนี้ตัวเลขของผลตอบลัพธ์นั้นมีมากกว่า 4,000 รายแล้ว

รูปภาพ

การตลาดแบบนี้เค้าเรียกว่า Proximity Marketing เป็นการกระจายคอนเทนต์ประเภทโฆษณาผ่านทางเทคโนโลยีไร้สายต่างๆ โดยคอนเทนต์เหล่านั้นจะมีความเกี่ยวข้องกับสถานที่ใดสถานที่หนึ่งที่เราเดินผ่านไป ซึ่งเดิมนั้นมักถูกพูดถึงในการใช้เทคโนโลยีอย่าง Bluetooth แต่เนื่องด้วยข้อจำกัดหลายๆ อย่าง อาทิเช่น กินแบตเตอรี่มาก (กรณีที่เปิดตลอดเวลา), ความเข้าใจการใช้งานของแต่ละรุ่น และอื่นๆ อีกมากมาย ปัจจุบันการใช้งานผ่าน Bluetooth จึงมักถูกจำกัดเพียงแค่การเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์กันเองเสียมากกว่า และไม่สำเร็จในโลกของการนำมาเป็นเครื่องมือทางการตลาด

รูปภาพ

ปีหน้าแอบได้ข่าวว่าจะมีอีกหลายภาคธุรกิจ และนักพัฒนาอีกหลายรายนำเทคโนโลยีนี้มาพัฒนาต่อยอดกันอีกเพียบ สำหรับบ้านเราคงต้องรอดูกันว่าจะมีโทรศัพท์มือถือกี่รุ่นที่จะนำเข้ามาและรองรับเทคโนโลยีนี้มากน้อยเพียงใด, มีบริการอะไรที่จะเปิดตัวกันเป็นรายแรกๆ ช่างน่าสนใจจริงๆ เลยใช่ไหมคะ ^_^

 

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

Click to comment

You must be logged in to post a comment Login

Leave a Reply

To Top