News & Update

Vivo V7 Plus กล้องหน้า 24 ล้าน จอไร้ขอบ FullView Display พร้อมวางจำหน่ายที่งาน Mobile Expo 2017

วีโว่ ตอกย้ำตัวจริงเรื่องเซลฟี่ เปิดตัว Vivo V7 Plus กล้องหน้า 24 ล้านพิกเซล หน้าจอไร้ขอบ FullViewTM Display ราคาเพียง 11,900 บาท เจอกันได้ใน TME 2017

ใหม่ล่าสุด! Vivo V7 Plus วางจำหน่ายครั้งแรกที่งาน Thailand Mobile Expo 2017 พร้อมรับของแถมสุดพิเศษมากมายในราคาเพียง 11,900 บาทเท่านั้น มีให้เลือกด้วยกันถึง 2 สีด้วยกัน คือ สีดำและสีทอง

Vivo V7 Plus ตอบโจทย์ “ชีวิตไร้ขีดจำกัด”

อย่างที่ทราบกันดีว่า วีโว่ แบรนด์สมาร์ทโฟนชั้นนำของโลก ประกาศเปิดตัวรุ่นเรือธง Vivo V7+ ไปแล้ว ภายใต้สโลแกน 24MP Clearer Selfie Perfect Shot ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีสุดล้ำ ทั้งความโดดเด่นของกล้องหน้า ที่ให้ความคมชัดสูงถึง 24 ล้านพิกเซล กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล และตอบโจทย์ “ชีวิตไร้ขีดจำกัด”

ด้วยหน้าจอแบบ FullViewTM Display ที่ทำให้ผู้ใช้งานสัมผัสประสบการณ์ใหม่ในมุมมองที่กว้างขึ้น และคมชัดขึ้น ทั้งยังจัดเต็มกับสมรรถนะเครื่องแรง-เร็ว ด้วยเทคโนโลยี Qualcomm octa-core CPU 4GB RAM, 64 GB ROM และระบบการปฏิบัติการรุ่นใหม่ล่าสุด Funtouch OS 3.2 ตั้งอยู่บนพื้นฐาน Android 7.1 ทำให้การทำงานของเครื่องลื่นไหล ไม่สะดุด เต็มประสิทธิภาพ

Vivo V7 Plus
ในฐานะที่ Vivo เป็นแบรนด์ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก บนความเข้าใจ ความต้องการของผู้บริโภค จึงมุ่งมั่นพัฒนา “สมาร์ทโฟน” ที่สามารถตอบสนองไลฟสไตล์ของผู้คนอย่างแท้จริง เพื่อช่วยให้ชีวิตประจำวันของผู้บริโภคสะดวกขึ้น จากการใช้งานสมาร์ทโฟนของ Vivo ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ในราคาเหมาะสม และวันนี้ Vivo มีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งในการแนะนำสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธง Vivo V7+ ที่โดดเด่นและแตกต่างจากสมาร์ทโฟนแบรนด์อื่นๆ

4 จุดเด่นของ 

  1. ระบบการถ่ายภาพที่สมบูรณ์แบบสำหรับสมาร์ทโฟน ที่ให้ความละเอียดสูง ทั้งกล้องหน้า และกล้องหลัง เพื่อมอบประสบการณ์การถ่ายภาพที่ทำให้ผู้ใช้ได้ภาพถ่ายที่ดีที่สุดในทุกโอกาส ไม่ว่าจะไกลหรือใกล้ และแสงจะน้อยแค่ไหนก็ตาม เพื่อเก็บภาพแห่งความประทับใจได้ตลอดไป

    ด้วยกล้องหน้า ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 ตอกย้ำการเป็นสมาร์ทโฟนเซลฟี่ตัวจริง ที่ปฏิวัติทุกการถ่ายภาพเซลฟี่ และไม่เพียงแต่ความละเอียดสูงสุดเท่านั้น ยังได้ยกระดับการถ่ายภาพกล้องหน้า ที่ทำให้ผู้ใช้ดูสวยใส เป็นธรรมชาติในทุกเวลา ไม่ว่าจะแสงมากหรือแสงน้อย ด้วยโหมดใบหน้าสวยเวอร์ชั่น 7.0 (Face Beauty 7.0)

    นอกจากนี้ยังมีโหมดภาพถ่ายบุคคล ช่วยให้ถ่ายภาพบุคคลได้ดูดี โดดเด่นยิ่งกว่าที่เคย เพราะสร้างเอฟเฟ็กต์ระยะชัดลึกให้โดยอัตโนมัติ เพื่อให้ได้ภาพที่มีใบหน้าคมชัด ขณะที่ฉากหลังจะเบลออย่างสวยงาม เป็นธรรมชาติ ยกระดับจากการถ่ายภาพธรรมดาๆ สู่ระดับมืออาชีพ
    กล้องหลัง ความละเอียดสูงถึง 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f2.0 และเสริมประสิทธิภาพกล้องให้โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยโหมดถ่ายภาพ Ultra HD 64 ล้านพิกเซล ทำให้ได้ภาพความละเอียดสูง คมชัด เก็บได้ทุกรายละเอียด
  2. ตอบโจทย์ “ชีวิตไร้ขีดจำกัด” ด้วยหน้าจอ “FullView Display” ให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ใน มุมมองที่กว้างขึ้น ไม่ว่าจะดูหนัง เล่นเกม หรืออ่านไฟล์เอกสาร ด้วยขนาดหน้าจอกว้างถึง 5.99 นิ้ว ความละเอียดจอ 1440 x 720 พิกเซล และความแคบของกรอบเพียง 2.15 มิลลิเมตร แต่จับถนัดมือ นี่เป็นจุดเด่นดีไซน์ล้ำสมัยที่ทำให้สมาร์ทโฟน V7+ โดดเด่นเหนือใคร
  3. ความแข็งแกร่งของสมรรถนะเครื่องที่โดดเด่นด้วยการประมวลผลที่แรงและเร็ว Qualcomm octa-core CPU 4GB RAM, 64 GB ROM และระบบการจัดการ Smart Engine พร้อมด้วยระบบการปฏิบัติการรุ่นใหม่ล่าสุด Funtouch OS 3.2 ตั้งอยู่บนพื้นฐาน Android 7.1 ที่ช่วยให้การทำงานของเครื่องลื่นไหล เต็มที่ทุกความเร็ว อัดแน่นเต็มทุกประสิทธิภาพ และสามารถเพิ่มพื้นที่หน่วยความจำภายนอกได้สูงสุดถึง 256GB

    นอกจากนี้ Vivo ได้จับมือกับบริษัทผู้ผลิตชิปเซ็ตเสียงชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อติดตั้งชิปเสียงรุ่นพิเศษ “Hi-Fi AK4376A” ทำให้ได้อรรถรสการฟังเพลงที่ชัดเจน มีคุณภาพ และไพเราะมากยิ่งขึ้น
  4. เทคโนโลยีอัจฉริยะ Smart Split 3.0, App Clone และ ระบบจดจำใบหน้าเพื่อปลดล็อกโทรศัพท์ Vivo ทุ่มเทการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริง จนได้ออกมาเป็น 3 เทคโนโลยีอัจฉริยะ ที่มาเติมเต็มให้ “V7+” สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ประกอบด้วย

    – Smart Split 3.0 ฟังก์ชั่นที่ทำให้ผู้ใช้งาน สามารถใช้แอพพลิเคชั่นได้หลายแอพฯ เช่น Facebook, WhatsApp, LINE, WeChat, YouTube ได้พร้อมกันในหน้าจอเดียว เพียงใช้ 3 นิ้ว ลากลงมาที่หน้าจอ ก็สามารถแบ่งการใช้งานออกเป็น 2 ส่วน ให้ผู้ใช้งานได้สนุกทั้งความบันเทิง และการแชทได้อย่างอิสระ
    – App Clone ฟังก์ชั่นใหม่ที่ช่วยให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น โดยสามารถเข้าใช้งานแอปพลิเคชันด้วยบัญชี 2 บัญชีพร้อมกันอย่างง่ายดาย

    – ระบบจดจำใบหน้าเพื่อปลดล็อกโทรศัพท์ ยกระดับระบบความปลอดภัยของสมาร์ทโฟนให้ดียิ่งขึ้น เพียงแค่ยกโทรศัพท์ของขึ้นคล้ายกับกำลังถ่ายเซลฟี่ ก็สามารถปลดล็อกโทรศัพท์ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ชีวิตของ ทุกคนง่ายและสะดวกสบายมากขึ้น ไม่ต้องเจอกับปัญหาการจดจำรหัสผ่านอีกต่อไป

นอกจากจุดเด่นของผลิตภัณฑ์แล้ว Vivo ยังใช้กลยุทธ์การสื่อสารผ่านแบรนด์แอมบาสเดอร์ “อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ” ซุปเปอร์สตาร์อันดับหนึ่งของเมืองไทย ด้วยภาพลักษณ์ของสาวที่มีความโดดเด่น ทันสมัยและมั่นใจ ที่จะช่วยสะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้เด่นชัดขึ้น และสามารถสร้างการรับรู้ในกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี

ส่วน Vivo V7 จะมีการเปิดตัวต่อในเร็วๆนี้นะครับผม

สเปคอย่างเป็นทางการของ Vivo V7+

  • ระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 3.2  (based on Android 7.1)
  • จอแสดงผล IPS Capacitive Touch Screen ขนาด 5.99 นิ้ว ความละเอียด 1440*720
  • กล้องหน้า 24 ล้านพิกเซล รูรับแสง f2.0 / กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล  รูรับแสง f2.0 พร้อม Selfie Softlight และ Rear Flash กล้องหลัง
  • ชิพประมวลผล Qualcomm Snapdragon 450 Octa-core  RAM 4GB ROM 64GB
  • มี 3 สี Matte Black, Champagne Gold
  • ขนาดตัวเครื่อง 155.87*75.74*7.7mm น้ำหนัก 160  กรัม 
  • ขนาดแบตเตอรี่  3225mAh
  • มี Hi-Fi Chipset AK4376A
  • โหมดถ่ายภาพ Portrait bokeh, Photo Watermark, Voice, Palm, Gender, ULTRA HD, PPT, PROFESSIONAL, SLOW, TIME-LAPSE, FACE BEAUTY, PANORAMA, GROUP SELFIE, Camera Filter, Detection, HDR, Live photo
  • รองรับสล็อตแบบ Triple : 2 Nano SIM + 1 microSD Card (สูงสุด 256GB)
  • เครือข่าย  2G  GSM B2/B3/B5/B8,  3G  WCDMA B1/B5/B8, 4G  FDD_LTE B1/B3/B5/B8 , 4G TDD-LTE  B40/41
  • รองรับการเชื่อมต่อ USB, Wi-Fi®, Bluetooth®, OTG
  • ระบบเซ็นเซอร์  Accelerometer, Ambient Light Sensor, Proximity Sensor, E-compass        
  • ราคา 11,990 บาท    
  • * V7+ ไม่รองรับเทคโนโลยี NFC และFast Charging

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top
ปิดโหมดสีเทา