Article

เปิดตัว iPhone 7 ได้อย่างน่าสนใจ มาพร้อม Apple Watch Series 2 ตามคาด พร้อมหูฟังไร้สาย AirPods | ปีเตอร์กวง

iPhone 7

เก็บตกข่าวเปิดตัวของ iPhone 7 สมาร์ทโฟนเรือธงจาก Apple พร้อม Apple Watch Series 2 รุ่นใหม่และหูฟังไร้สาย AirPods ตัวแรกของ Apple โดย ปีเตอร์กวง ควงมือถือ

สวัสดีครับ พบกับผมเช่นเคย ปีเตอร์กวง ควงมือถือ พิธีกรรายการ “ล้ำหน้าโชว์” ซึ่งรายการนี้ผลิตและสร้างสรรค์โดย บริษัท ล้ำหน้าโชว์ จำกัด ที่เราทั้งสาม (พี่หลาม ปีเตอร์กวง อาจารย์ศุภเดช) ได้ก่อตั้งขึ้นมาใหม่ด้วยกันเพื่อให้ผู้ชมได้บริโภคสาระดีๆ ที่ให้ความรู้ด้านไอทีและเทเลคอม บวกกับความบันเทิงตามสไตล์แบบของพวกเราไปด้วย โดยออกอากาศทางช่อง Nation Channel (เนชั่นแชนแนล) รับชมได้ที่ช่อง 22 ทั้งทางทีวีดิจิตอลและทีวีดาวเทียม ทุกวันอาทิตย์ ออกอากาศสดเวลา 15:00-16:00 อยากให้ติดตามกันเยอะๆ นะครับ แล้วบ่ายวันอาทิตย์ของคุณ จะมีความหมายมากกว่าเดิม… สำหรับตัวผมเองก็ยังประจำการใน What Phone Magazine ทุกเดือนเหมือนเช่นเคยครับ เพื่อไขข้อข้องใจและเก็บตกข่าวคราวความเคลื่อนไหวในวงการเทเลคอม ทั้งในบ้านเราและต่างประเทศ สำหรับฉบับนี้จะมาพูดเรื่องของ การเปิดตัว iPhone 7 สมาร์ทโฟนเรือธงจากค่าย Apple ที่เตรียมมาพบกับเราทุกๆปีในช่วงเดือนกันยายน มาปีนี้มีอะไรเด็ดให้ชวนซื้อหรือไม่ มาดูกัน

8

เปิดตัว iPhone 7 ได้อย่างน่าสนใจ มาพร้อม Apple Watch Series 2 ตามคาด พร้อมหูฟังไร้สาย AirPods

ทุกครั้งในงานเปิดตัว iPhone ของทุกปี ถือเป็นไฮไลท์ของอุตสาหกรรมเลยก็ว่าได้ เพราะการมาของ iPhone ในแต่ละปี มันสร้างมูลค่าอุตสาหกรรมอย่างมหาศาล ตั้งแต่การผลิตยันไปถึงการบริการในแง่ของเครือข่ายโทรศัพท์ระบบไร้สายทั่วโลก เงินหมุนสะพัดหลักระดับหมื่นล้านเหรียญ การเปิดตัวสินค้าใหม่อย่าง iPhone จึงเป็นที่จดจ้องของทุกสายตาทั่วโลก งานเปิดตัวครั้งนี้สร้างเซอร์ไพรส์เล็กๆ ตั้งแต่เปิดงานโดย ทิม คุก CEO ของ Apple นั่งรถมาพร้อมกับ Celeb ระดับโลกอย่าง James Corden แล้วเข้ามาทางด้านหลังเวที เรียกเสียงฮาได้พอสมควรจากมุขช่วงที่เขานั่งรถและสนทนากับ Celeb ทั้งสองคน และเรียกน้ำย่อยด้วยการเปิดตัวเกม Nintendo “Super Mario Run” ชนิดที่ว่าผู้คนอ้าปากค้างกันไปตามๆ กัน เพราะแต่ไหนแต่ไรเราก็เชื่อว่าเกมบน Platform อย่าง Nintendo ทั้งหลายทั้งปวง ไม่มีวี่แววที่จะไปอยู่ในมือถือสมาร์ทโฟนกันแน่ๆ โดยเฉพาะอย่างเกม Super Mario เข้าใจว่าจากความสำเร็จของ Pokemon Go ย่อมทำให้ผู้บริหารและผู้ถือหุ้นของ Nintendo มองเห็นทางรอดในอุตสาหกรรมเกมต่อไป เปิดตัวอีกไฮไลท์หนึ่งก็เป็นสินค้า Wearable ที่ทาง Apple หมายมั่นปั้นมือในการครองตลาดนี้ให้จงได้ ซึ่งการเปิดตัว Apple Watch ตัวแรกเมื่อเกือบสองปีก่อนก็ได้สร้างให้ Apple กลายเป็นอันดับหนึ่งในตลาด Smart Watch อย่างไม่ยากเย็นนัก

14

มาคราวนี้ก็ได้พัฒนาแก้ไขให้ Apple Watch Series 2 ลบข้อบกพร่องเก่าๆ ออกไป ไม่ว่าจะเป็นการกันน้ำได้ลึกกว่าเดิม และใส่ว่ายน้ำได้อย่างจริงจัง โดยวางเป้าหมายให้ Apple Watch Series 2 เป็น Smart Watch สำหรับการออกกำลังกายอย่างแท้จริง ตอบรับกับกระแสโลกที่ผู้คน ต่างให้ความสำคัญต่อสุขภาพ และการออกกำลังกายกันอย่างจริงจังมากขึ้น

ที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือการร่วมมือกันกับ Niantic ในการทำให้ Apple Watch สามารถทำงานกับเกมฮิตอย่าง Pokemon Go ได้อย่างน่าสนใจ เพราะมันจะช่วยคอยเตือนเราเมื่อเราอยู่ในระยะที่ใกล้ๆ กับ Pokemon หรือ Pokestop ทำให้ผู้เล่นไม่ต้องคอยยก iPhone ขึ้นมาดูว่าเราอยู่ในระยะที่จะใกล้เจอ Pokemon หรือ Pokestop หรือไม่ อันนี้เป็นการล่อผู้ใช้คอเกมเข้ามาอยู่ในกับดักได้อย่างจังครับ 555 ใครเห็นก็ต้องร้องว้าวอ่ะ ยกเว้นคุณเป็นคนใช้สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ อันนี้ก็ยากทำใจที่จะเปลี่ยน Platform ข้ามมานะ เพราะหมายถึงคุณต้องเปลี่ยนเครื่องสมาร์ทโฟนก่อนเลย ลำบากๆ อันนี้พูดเลย

และพอจบการเปิดตัว Apple Watch ไฮไลท์สุดท้ายก็คือการเปิดตัว iPhone หมายเลข “7” ก็เป็นดังคาด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชื่อ เรื่องสเปคเครื่อง หรือแม้แต่ราคา ทำให้ว่าไปแล้ว ความว้าวของงานเปิดตัวก็หายไปครึ่งนึง เพราะรู้มาระดับหนึ่งแล้วของข้อมูลที่จะชี้แจงแถลงไข แต่ยังไงผู้คนก็ต้องมาให้เห็น ให้รู้ และได้ดูกับตาว่า iPhone ใหม่มันดีกว่าเก่ายังไง

1

5

นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาอีกตัวหนึ่งนั่นคือ AirPods หูฟังไร้สายตัวแรกของ Apple ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การไปสู่โลกไร้สายอย่างแท้จริง (แม้ดีไซน์จะดูแปลกๆ ไปก็ตามที) เนื่องจากการตัดออกของช่องเสียงหูฟัง 3.5 มม.ใน iPhone 7 นั่นเอง ถึงแม้ว่าจะมีหูฟัง EarPods แบบสายต่อ Lightning แล้วก็ตาม งานนี้ Apple โชว์เรื่อง Chip ที่ฟังอยู่ในตัวหูฟังไร้สายที่เรียกว่า “W2” ในการแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของหูฟังไร้สายยุคใหม่ แต่ว่าจะดีหรือไม่ดีก็ต้องรอทดสอบกันก่อนนะครับ ตอนนี้ได้แต่ชมรูปกะสเปคกันไปก่อนนะครับ สนนราคาก็ไม่ถูกนะ อยู่ที่ 6,900 บาทเลยเชียว มาพร้อมกล่องชาร์จไฟที่ทำให้ผู้ใช้สามารถอยู่รอดได้ 1 วันครับ ก็ดูกันไปว่าจะรุ่งหรือจะแป้กครับ

iphone-7-series

iPhone 7 และ iPhone 7 Plus เหล้าใหม่ในขวดเก่า เหมือนจะไม่มีอะไร แต่มีอะไรๆ

มาถึงการเปิดตัว iPhone ใหม่ซึ่งตรงนี้ก็มาถึงเลข “7” พอดิบพอดี เหมือนรอให้เลขคู่แข่งเข้ามาทันกันไม่ว่าจะเป็น Samsung Galaxy S7 หรือ Samsung Galaxy Note7 เลขเหมือนกันอย่าเรียกกันผิดเชียวล่ะ การเปิดตัว iPhone 7 ครั้งนี้ ชัดเจนเมื่อตอนต้นปีแล้วว่าการเปิดตัว Body ดีไซน์ใหม่ของ iPhone ปี 2016 ไม่น่าจะเกิดขึ้นเพราะ CEO ของ Apple อย่าง ทิม คุก กล่าวไว้ว่าจากนี้ไปในการดีไซน์แต่ละครั้ง Apple ใช้ดีไซน์หลักนั้นเป็นรอบเวลา 3 ปี ก่อนที่จะทำการ Major Change (ไม่รู้เอา Concept มาจากรถยนต์หรือป่าว) ขณะที่คู่แข่งอย่าง Samsung นั้นจะทำการ Major Change อยู่ทุกปีไป ซึ่งว่าไปแล้ว Samsung ดูจะเข้าใจลูกค้าดีกว่านะ ขณะที่ Apple ก็ตามสไตล์ของเขา ไม่เปลี่ยนดีไซน์เร็วนัก เหมือนกับพวก Mac Book หรือ iMac ที่ 3 ปีจะเปลี่ยนรูปโฉมเสียที เพราะเชื่อว่าการเปลี่ยนไส้ในหรือ Hardware จำพวก CPU, RAM, กล้อง เป็นสิ่งสำคัญกว่า

iphone-7-a10-fusion

อันที่จริงผมก็พอรับได้กับ Concept เหล่านี้นะ ตราบใดที่รูปพรรณสัณฐานของ iPhone นี้มันยังสวยพอถือได้ไม่อายใคร ทั้งบางและแข็งแรงด้วยโลหะอลูมิเนียม ติดนิดเดียวตอนนี้ผมว่าพื้นที่สัดส่วนของจอกับบอดี้เครื่องมันน้อยไปหน่อย แปลว่าอะไร ก็แปลว่าจอใหญ่ขณะที่เครื่องก็ใหญ่มากด้วย ต่างกับของ Samsung Galaxy Note 7 ที่ล่าสุดออกมาในขนาดหน้าจอเท่าเดิมคือ 5.7” แต่ขนาดเครื่องเล็กของกว่าสมัย Galaxy Note 5 หนำซ้ำล่าสุดนั้นขอบข้างจอก็แทบไม่มีแล้ว ทำให้เวลาเอาเครื่องมาเทียบกับ iPhone 7 Plus นั้น Samsung Galaxy Note 7 ได้เปรียบตรงนี้

7

แต่ Apple ก็คือ Apple ครับ ฉันจะมาของฉันอย่างนี้ต่อไปไม่แคร์ เพราะขายได้ตลอด นั่นแหละทำให้ Apple ก็ไม่ค่อยจะฟังเสียงผู้บริโภคเท่าไรนัก แต่ว่าไปในไส้ในของ iPhone 7 ครั้งนี้ก็เปลี่ยนหลายอย่าง สำหรับดีไซน์ก็คงเป็นแค่เรื่องสีที่มีสีดำด้าน และดำมัน (Jet Black) เพิ่มเข้ามาโดยถ้าใครจะซื้อ Jet Black ต้องเลือกความจุ 128 GB ขึ้นไปเท่านั้น (iPhone 7, 7 Plus จะมีสามความจุ ได้แก่ 32 GB, 128 GB, 256 GB) ส่วนสีอื่นๆ ได้แก่ สีดำ สีทอง สีทองชมพู สีเงิน มีอยู่ในทุกความจุครับ

01-iPhone-7-jet-black

จากการคาดคะเนของผม ทายได้เลยว่าสี Jet Black จะมีความต้องการมากที่สุด แต่จะหาของยากเช่นกันครับ เนื่องจากข้อจำกัดในการผลิตที่มีข่าวออกมาว่า ของที่ผลิตนั้นผ่านการตรวจสอบคุณภาพในแง่ของสีดำเงาอยู่ในปริมาณไม่เต็มร้อย สีที่น่าจะมาทดแทนความต้องการได้ดีก็น่าจะเป็นสีดำด้านครับ เพราะว่ามันเป็นสีใหม่ และการดูแลก็จะง่ายกว่า ไม่น่ากังวลเรื่องการเป็นรอยขนแมวเหมือนอย่างสีดำเงา

มาดูสิ่งใหม่ๆ ที่มีมากับ iPhone 7, 7 Plus ที่น่าจะมีมานานแล้ว นั่นก็คือการกันน้ำกันฝุ่น ตามมาตรฐาน IP67 ซึ่งกันน้ำได้ในระดับ 1 เมตรภายในเวลา 30 นาที เพราะถ้าลึกเกินกว่านี้ใช้เวลานานกว่านี้จะทำให้เครื่องไม่สามารถรับแรงดันน้ำได้อีกต่อไป และจะทำให้น้ำทะลักเข้าไปในเครื่องซึ่งทาง Apple มีเขียนไว้ชัดในเงื่อนไขการรับประกันว่า ไม่รับประกันเครื่องที่เสียหายจากการโดนน้ำ แปลว่าคุณไม่ควรเอา iPhone 7, 7 Plus ของคุณลงไปแช่น้ำ หรือถ่ายภาพใต้น้ำด้วยความสนุกสนาน เพราะเขาไม่ได้ชวนให้คุณทำอย่างนั้นนะครับ การกันน้ำเพราะช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดจากการทำเครื่องตกลงน้ำโดยไม่ได้ตั้งใจมากกว่า

9

ในเรื่องของกล้องงานนี้ก็มีพัฒนาการไปมากอยู่สำหรับ iPhone 7 โดยมีความละเอียดเท่ากับรุ่นก่อนคือ 12 ล้านพิกเซล แต่มีดีขึ้นตรงที่การถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยนั้นจะดีขึ้นมาก ประกอบกับไฟแฟลชหลังสี่ดวง จะทำให้การถ่ายในที่มืดไม่ต้องกังวลเรื่องแสงน้อยอีกต่อไป ส่วนกล้องหน้าความละเอียดอัพไปเป็น 7 ล้านพิกเซลแล้วสำหรับ iPhone 7 Plus นั้นมีดีขึ้นตรงที่กล้องคู่อย่างที่เราเห็นในภาพ โดยทั้งสองเลนนั้นมีความละเอียดเท่ากันที่ 12 ล้านพิกเซล โดยเลนส์หนึ่งจะมีทางยาวโฟกัส 28 มม. F/1.8 ส่วนอีกเลนส์หนึ่งจะมีทางยาวโฟกัส 56 มม. F/2.8 ทำให้เราสามารถถ่ายภาพที่ซูมเข้าไปเป็น 2X หรือซูมได้เท่าตัวนั่นเอง แถมยังซูมแบบดิจิตอลได้อีก ทำให้การซูมทำได้ถึง 10X เลยทีเดียว

iphone-7-camera

สำหรับไฮไลท์ของกล้อง iPhone 7 Plus อยู่ที่โหมด Portrait หรือการถ่ายภาพบุคคล อันนี้เป็นสิ่งที่เจ๋งกว่าสมาร์ทโฟนยี่ห้ออื่น เพราะจากการที่มีเลนส์ซูม 56 มม. ทำให้การถ่ายภาพบุคคลแบบหน้าชัดหลังเบลอนั้นมีมิติชัดลึกได้ดีมาก และภาพที่ได้ก็จะทำให้คนนั้นเด่นลอยออกมาอย่างชัดเจน ราวกับเราใช้กล้อง Digital SLR ตัวใหญ่ๆ ถ่ายกันเลย อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่พูดไม่ได้ นั่นก็คือ ปุ่ม Home ที่อยู่หน้าเครื่องนั้นครั้งนี้ทาง Apple ได้ทำการเปลี่ยนเป็นปุ่มแบบ Touch ที่มันจะไม่บุ๋มลงไปเวลาเรากดปุ่มนั้น แต่เมื่อกดแล้วเครื่องจะมีการสั่นตอบสนองกับนิ้วมือเราทำให้เรารู้ได้ว่าเราได้กดปุ่มจริงๆ โดยเครื่องจะให้เราสามารถเลือกระดับความสั่นแรงสั่นน้อยใน 3 ระดับ เพื่อเลือกว่าอยากให้ตอบสนองกับเราได้มาแค่ไหน ส่วนการใช้งานก็ยังเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นการปลดล็อคด้วยลายนิ้วมือ การกดปุ่มสองครั้งเพื่อเรียก Multi-Task หรือกดปุ่มค้างเพื่อเรียก Siri มาใช้งาน งานนี้ปุ่ม Home น่าจะทนและไม่เสียอีก อย่างที่เคยเป็นมาใน iPhone เวอร์ชั่นก่อนๆ

12

อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นไส้ในสำคัญนั่นก็คือเรื่องของ CPU หน่อยประมวลผลและหน่วยความจำ RAM ในครั้งนี้ Apple ก็ได้พัฒนา CPU ใหม่ A10 Fusion ซึ่งให้พลังในการประมวลผลอย่างที่สุดของสมาร์ทโฟนตอนนี้เลย ผมทำการทดสอบผ่านทาง App Antutu Benchmark (เพราะแอพฯ นี้ใช้ทดสอบประสิทธิภาพของ Android ได้ด้วยเช่นกัน บนพื้นฐานการทดสอบเดียวกัน) ผลปรากฏว่า iPhone 7 Plus ชนะขาดโดยได้คะแนนดัชนีในการทดสอบสูงสุดถึง 183,000 คะแนน ขณะที่ Android ตัวที่แรงที่สุดอย่าง Xiaomi Mi5s นั้น มี RAM 6 GB ใช้ CPU Snapdragon 821 ได้คะแนนอยู่ในระดับที่ 163,000 คะแนน ยังแพ้ iPhone 7 Plus ไปกว่า 20,000 คะแนน เลยทีเดียว (iPhone 7 Plus ใช้ RAM 3 GB, iPhone 7 ใช้ RAM 2 GB) นั่นทำให้ iPhone 7 Plus กลายเป็นสมาร์ทโฟนที่ทรงพลังที่สุดในโลกตอนนี้ ตำแหน่งนี้ตกเป็นของ Apple iPhone ทุกๆ ปีเมื่อ Apple ออก iPhone ใหม่ สะท้อนให้เห็นความเสถียรและความนิ่งของ iOS ที่ยังไงก็ยังเหนือกว่า Android OS อยู่ 1 สเต็ปเสมอ

อื่นๆ ที่เป็นไส้ในของ iPhone 7 ที่เปลี่ยนไปก็มีเรื่องจอที่ให้การแสดงสีที่ดีกว่าด้วย Wide Color Gamut และสว่างกว่าเดิม 25% ขณะที่ลำโพงของ iPhone 7 ก็กลายมาเป็นลำโพงสเตอริโอสองตัว ตรงด้านท้ายเครื่องและเพิ่มมาอีกตำแหน่งที่ตรงลำโพงด้านหน้าช่วงบนของเครื่องนั่นเอง ทำให้เสียงดังขึ้นกว่าเดิมพอประมาณแต่ให้สภาพเสียงที่มีมิติมากขึ้นกว่ารุ่นก่อน

สุดท้ายเป็นเรื่องของภาพ Cellular ที่ครั้งนี้ระบบ 4G ที่รองรับทำให้เครื่อง iPhone 7 สามารถทำความเร็วบนการใช้เครือข่าย 4G สูงถึง 450 Mbps เลยนะครับ ถือว่าเป็นเหล้าใหม่ สเปคใหม่แทบหมดจด แต่อยู่ในขวดเก่า รูปลักษณ์ดีไซน์เก่าแต่มีสีใหม่นั่นเอง นับว่าเป็นการ Minor Change ที่เรียกเสียงกรี๊ดได้มากมายอยู่พอสมควรสำหรับสาวก iPhone ใครอยากเปลี่ยนแล้วใช้ตัวเดิมมากว่าสองปี งานนี้ก็จัดไปเถอะครับ ของต้องใช้ทุกวันอย่าได้ไปกังวล

3

กระแสตอบรับดี ยอดขายพุ่งกว่าที่คิด อนิจสงฆ์จากการหยุดขายของ Note 7

หลังจากงานเปิดตัว iPhone 7 การคาดการณ์การขายก็เกิดขึ้นมากมาย แต่งานนี้ Apple ไม่ออกมาพูดเรื่องตัวเลขในการรับจอง หรือการขายในช่วงอาทิตย์แรกแต่อย่างใด อย่างไรก็ดียอดการขายครั้งนี้ถือว่าแรงมากพอสมควรหลังจากเปิดตัวมาแล้วกว่า 3 อาทิตย์ ยอดขายไม่แพ้ตอนเปิดตัว iPhone 6 เมื่อสองปีก่อน (ปีที่แล้วยอดวูบลงไปมาก ปีนี้เลยอาจไม่อยากพูดเยอะ) ในขณะที่คู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้ออย่าง Samsung Galaxy Note 7 ดันมาเจอปัญหาเรื่องแบตเตอรี่ที่เกิดการระเบิดในขณะชาร์จไฟ ถึงแม้จะเป็นเปอร์เซ็นต์ที่ต่ำมาก แต่นั่นก็เกิดเป็นที่วิจารณ์อย่างมากในสำนักข่าวทั่วโลก จนทำให้ Samsung ต้องออกมารับผิดชอบแล้วผลิตเครื่อง Note 7 ใหม่ทั้งหมดเอาไปแลกกับเครื่องที่ขายออกไปแล้ว และเรียกเก็บคืนในล็อตเก่าที่ผลิตไป นั่นทำให้การขาย Note 7 ชะงักงันไปมากพอสมควร

4

โดยคาดการณ์กันว่า Samsung ต้องสูญเงินเพื่อการณ์นี้ไปกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐเลย อย่างประเทศไทยสำหรับคนที่จองเครื่องต้องรอถึงปลายเดือนพฤศจิกายนกว่าจะได้รับเครื่องกัน ส่วนเครื่องขายต้องรอไปเดือนธันวาคมนู่นเลย ยังดีว่าทาง Samsung ก็ออกมารับผิดชอบอย่างดี สำหรับคนที่อยากคืนก็คืนได้ พร้อมยังให้ Voucher ไปซื้ออุปกรณ์เสริมในร้านกว่า 2,000 บาท สำหรับคนที่ยังเฝ้ารออย่างเหนียวแน่นก็จะได้รับของกำนัลเพื่อเป็นการปลอบใจกลับไปเป็นมูลค่าเกือบ 9,000 บาทเลยทีเดียวถือว่าทาง Samsung กล้าหาญและรับผิดชอบดีมากๆ ในการปฏิบัติการครั้งนี้ ผมยอมรับเลยว่า Samsung เขานี่ระดับ World Class ของแท้จริงๆ (ต่างจากมือถือบางยี่ห้อที่แบตระเบิดแล้วก็เอาแต่ปิดข่าว สุดท้ายก็โดนจนได้) นั่นเป็นเหตุให้หลายๆ คนที่กำลังจะตัดสินใจว่าจะเลือก Android อย่าง Note 7 หรือเลือก iOS อย่าง iPhone 7 กลายเป็นไม่ต้องคิดกันแล้ว มุ่งหน้าไปเลือก iPhone 7 กันอย่างมากมาย ทำให้ตอนนี้ยอดผลิตจนถึงสิ้นปีคาดว่าจะอยู่ที่ 80 ล้านเครื่องกันเลยทีเดียว ส่วนสีไหนที่มาแรงก็ต้องบอกว่า Jet Black ที่ตอนนี้ของขาดแคลนสุดๆเลยครับ สำหรับสีรองลงมาก็เป็นสีดำ Black นั่นเอง เดี๋ยวมาดูกันว่ายอดขายในประเทศไทยจะแรงอย่างที่ต่างประเทศเป็นกันไหม

iPhone 8 การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากการคาดการณ์ปีหน้า iPhone จะยิ่งแรงกว่านี้

ในปีหน้าคาดการณ์ว่า Apple จะต้องเปลี่ยนดีไซน์ใหม่อย่างแน่นอน ซึ่งมีข่าวลือว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่พลิกดีไซน์ระดับโลกเลยทีเดียว นั่นน่าจะทำให้ Apple กลับมาครองตลาดนี้อย่างเหนียวแน่นตามเดิม และอาจจะยิ่งทำให้ยอดขายทะลุทะลวงไปกว่าเดิม เพราะหลายๆ คนก็อาจใช้ iPhone รุ่นเก่ามานานพอที่จะสมควรเปลี่ยนเป็น iPhone รุ่นใหม่เสียที อย่างไรก็ดียังมีเวลาอีกมากกว่าจะถึงเวลานั้น ยังไงต้นปีนี้เราก็คงได้เริ่มเห็นข่าวลือ ข่าวหลุดกัน ก่อนที่เครื่องรุ่นใหม่จะเปิดตัว … เหมือนเคย J ดูการเปิดตัวของ iPhone รุ่นใหม่กัน แล้วฉบับหน้าผมจะมาวิเคราะห์ถึง iPhone ใหม่และทิศทางที่จะเป็นไปของตลาด ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี แล้วพบกันฉบับหน้าครับ

สำหรับแฟนๆท่านใดที่มีคำถาม สามารถติดตามมาได้ที่ twitter ของผม @peter2514 นะครับ ส่วน facebook ตามมาได้ที่ Techoffside ถ้าจะติดตาม Instagram ก็ Search หา ID “peter2514” ได้นะครับ แล้วเจอกันใหม่ฉบับหน้านะครับ ขอบคุณทุกการติดตามครับ J

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top
error: Content is protected !!