Review

รีวิว Redmi Note 9 Pro ขั้นสุดของสมาร์ทโฟนตระกูล Redmi

Redmi Note 9 Pro สมาร์ทโฟน Note Series ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากแฟนๆ Mi ทั่วโลก รวมไปถึงไทยด้วย และด้วยสเป็คที่คุ้มค่าเกินราคา ดีไซน์สวยงาม ถ่ายภาพสวย ฟีเจอร์ลูกเล่นมีมาให้ครบครันที่สามารถเอื้อมถึงได้ง่ายๆ มาดูกันว่าคราวนี้สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ยังคงความคุ้มค่าน่าใช้งานอยู่หรือไม่

แกะกล่องลองเล่น Redmi Note 9 Pro

สำหรับกล่องของรุ่นนี้ก็มีอุปกรณ์มาให้เกือบครบ จะขาดก็เพียงแค่หูฟังเท่านั้น ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของค่ายนี้ที่จะมีเพียงแค่อแดปเตอร์ และสายชาร์จ USB แต่ไม่มีหูฟังมาให้ มาดูกันชัดๆ ว่าอุปกรณ์ในกล่องแต่ละชิ้นมีอะไรบ้าง

Redmi Note 9 Pro

  • สมาร์ทโฟน Redmi Note 9 Pro
  • สายชาร์จแบตเตอรี่ USB-C
  • อแดปเตอร์กำลังไฟ 33 วัตต์
  • เคสแบบ TPU สีดำ
  • เข็มจิ้มถาดใส่ซิมการ์ด
  • คู่มือการใช้งาน

แม้ว่าจะไม่มีหูฟัง แต่อุปกรณ์ต่างๆ ก็มีให้ครบ ทั้งเคสป้องกันรอยขีดข่วน, ฟิล์มกันรอยที่ติดมาให้เรียบร้อยจากโรงงาน ไม่ต้องหาซื้อเพิ่ม สำหรับอแดปเตอร์มีขนาดค่อนข้างใหญ่กว่ารุ่นก่อนๆ เป็นเพราะสามารถจ่ายไฟได้สูงสุดถึง 33 วัตต์ และสายชาร์จ USB-C ที่มีมาให้ในกล่องจะมีแถบสีแดง บ่งบอกถึงความเร็วแรงในการชาร์จแบตเตอรี่

Redmi Note 9 Pro

Redmi Note 9 Pro

ตัวเครื่องโดยรวมของรุ่นนี้มีขนาดเทียบเท่ากับ Redmi Note 9S เลยก็ว่าได้ ด้วยขนาด น้ำหนักเท่ากันเป๊ะ 165.75 x 76.68 x 8.8 มม. น้ำหนัก 209 กรัม รวมไปถึงหน้าจอก็มีขนาดเท่ากันด้วย แต่สเป็คโดยรวมของรุ่น Pro จะเหนือกว่ารุ่น 9S ในหลายๆ ด้าน ทั้งความเร็วในการประมวลผล และความละเอียดในด้านการถ่ายภาพ สำหรับดีไซน์ของรุ่นนี้ถูกออกแบบมาเป็นแบบ Symmetric ซึ่งเป็นการออกแบบที่เสมอกันทั้งด้านซ้าย และด้านขวา

Redmi Note 9 Pro

จอแสดงผลของรุ่นนี้มีความละเอียดอยู่ที่ FHD+ หรือ 2400 x 1080 พิกเซล มีขนาดใหญ่ 6.67 นิ้วถือว่าค่อนข้างใหญ่ ดูได้เต็มตา จอภาพแบบ DotDisplay ที่มีเลนส์กล้องฝังอยู่ใต้จอตรงกลาง เหนือจอแสดงผลมีลำโพงสำหรับสนทนา มีไฟกระพริบแจ้งเตือน รวมไปถึงเซ็นเซอร์ต่างๆ กระจกหน้าจอของรุ่นนี้ใช้ Gorilla Glass 5 ที่มีความแข็งแรง ทนทาน ป้องกันรอยขีดข่วนได้ในระดับหนึ่ง ส่วนจอแสดงผลยังได้รับมาตรฐาน TÜV Rheinland ในด้านความปลอดภัยจากแสงสีฟ้าด้วย

Redmi Note 9 Pro

ด้านหลังของเครื่องที่ได้มาทดสอบเป็นสี Interstellar Grey ดูเงางาม ฟิล์มที่เคลือบด้านในสะท้อนแสงดูมีมิติและให้สีสันแตกต่างกันเมื่อกระทบกับแสง เลนส์รับภาพของกล้องทั้ง 4 อยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมที่นูนออกมาค่อนข้างมาก แต่หากใส่เคสที่แถมมาให้ในกล่องก็จะช่วยปกป้องกรอบสี่เหลี่ยมนี้ได้เป็นอย่างดี

Redmi Note 9 Pro

Redmi Note 9 Pro

ถาดใส่ซิมการ์ดอยู่ที่ด้านข้างซ้าย ซึ่งเป็นถาดแบบ 3 ช่อง สามารถใส่ซิมการ์ดได้ 2 ใบ และใส่การ์ดหน่วยความจำแบบ microSD ได้อีก 1 ช่อง ส่วนด้านข้างขวามีปุ่มปรับระดับเสียง ถัดลงมาเป็นปุ่มเปิดปิดเครื่อง ซึ่งทำหน้าที่เป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือเพื่อปลดล็อคไปด้วยในตัว หากใช้ด้วยมือข้างซ้ายสามารถใช้นิ้วชี้สแกนได้สะดวก แต่หากใช้มือขวาจะใช้นิ้วโป้งสแกนนิ้วได้สะดวกกว่า

Redmi Note 9 Pro

Redmi Note 9 Pro

ด้านบนมีช่องไมโครโฟนสำหรับตัดเสียงสนทนา และยังมีพอร์ตอินฟราเรดใช้สั่งงานเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ผ่านแอพฯ ที่เคยมีให้ในหลายๆ รุ่นก่อน ส่วนด้านล่างมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. ถัดมาเป็นช่องเสียบสายชาร์จแบบ USB-C, ช่องไมโครโฟน และลำโพงของตัวเครื่อง

จัดเต็มสเป็คแรงด้วย Qualcomm Snapdragon 720G

ด้วยราคาเปิดตัว 9,999 บาท แต่ Xiaomi จัดสเป็คของรุ่นนี้มาให้เต็มๆ ด้วยชิพประมวลผล Qualcomm Snapdragon 720G ซึ่งเป็นชิพที่ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้ทั่วไปว่าดีที่สุด เสถียรที่สุด ด้วยแกนประมวลผล 8 แกน ความเร็ว 2.3 GHz พร้อมด้วยชิพประมวลผลภาพ 3D อย่าง Adreno 618 ที่จะช่วยประมวลผลในเรื่องของการเล่นเกม ส่วนหน่วยความจำ RAM มีมาให้ 6 GB และ ROM ขนาด 64 GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำ microSD สูงสุด 512 GB โดยมีสล็อตแยกมาให้ต่างหากไม่รวมกับ SIM2 เหมือนกับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ

Redmi Note 9 Pro

จากการทดสอบเล่นเกมต่างๆ ถือว่าเล่นได้อย่างลื่นไหล ไม่มีสะดุด ไม่ว่าจะเป็นเกมที่ใช้ภาพกราฟฟิคหนักๆ อย่าง PUBG Mobile, Call of Duty Mobile หรือเกมรถแข่งอย่าง Asphalt 9 Legend ก็แสดงภาพได้สวยงาม ตัวเครื่องอาจจะอุ่นนิดๆ แต่ก็ไม่ถึงกับร้อน ถือเป็นเรื่องปกติสำหรับการเล่นเกม และจุดเด่นของรุ่นนี้คือมีหน้าจอขนาดใหญ่ ทำให้เห็นภาพเต็มตา จึงไม่ต้องเพ่งสายตามากนัก นอกจากนี้ยังมีโหมด Game Turbo ที่จะช่วยจัดการทรัพยากรในเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นหน่วยประมวลผล หน่วยความจำให้มาสำหรับการเล่นเเกมโดยเฉพาะ และยังช่วยจัดการเรื่องสายโทรเข้า การแจ้งเตือนต่างๆ ด้วย

Redmi Note 9 Pro

และผลการทดสอบด้วยแอพฯ Antutu 3D Benchmark ทำคะแนนได้ค่อนข้างดีอยู่ที่ 264085 ส่วนการทดสอบด้วยแอพฯ Geekbench 5 ก็ทำคะแนน Single core ได้ 546 และ Multi-core ทำได้ 1794 ถือว่าทำคะแนนได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว

Redmi Note 9 Pro

Redmi Note 9 Pro

กล้อง 4 เลนส์ 64 ล้านพิกเซล เทียบชั้นสมาร์ทโฟน Flagship

สมัยนี้ไม่ต้องเป็นสมาร์ทโฟน Flagship ก็มีกล้องเทียบเท่ากันแล้ว อย่างรุ่นนี้กับราคาไม่ถึงหมื่นก็ได้กล้อง 4 เลนส์ความละเอียดสูงถึง 64 ล้านพิกเซล มีเลนส์ให้เลือกถ่ายภาพได้ครบทุกระยะ ประกอบไปด้วยเลนส์หลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/1.89, เลนส์ Ultra-wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซลมุมกว้าง 119 องศา รูรับแสงกว้าง f/2.2, เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล และเลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล 

Redmi Note 9 Pro

โหมดการถ่ายภาพของรุ่นนี้ก็มีให้เลือกอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพ Slow motion สูงสุด 960 เฟรมต่อวินาที, การถ่ายภาพ Portrait ที่สามารถปรับหลังเบลอได้ตั้งแต่ f/1.0 ไปจนถึง f/16, การถ่ายภาพ Night mode, Panorama และโหมด Pro สำหรับการถ่ายภาพในโหมดปกติจะได้ที่ความละเอียดประมาณ 10 ล้านพิกเซล แต่หากต้องการความภาพความละเอียดสูงก็สามารถปรับไปได้ที่ 64M จึงจะสามารถถ่ายได้ที่ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล  

สำหรับการถ่ายวิดีโอสามารถถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 4K 30 เฟรมต่อวินาที หรือสามารถปรับไปได้ที่ Full HD 1080p จะถ่ายได้ 60 เฟรมต่อวินาที ส่วนการถ่ายภาพด้วยกล้องก็มีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.48 มีโหมด AI Portrait ที่จะละลายฉากหลังได้ด้วยกล้องเพียงตัวเดียว มีโหมดแต่งหน้าเนียน หรือโหมด Beauty สำหรับสาวๆ มาให้เช่นเคย และยังสามารถถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียด Full HD, ถ่าย Slow-Selfie ได้ที่ 120 เฟรมต่อวินาที นอกจากนี้ยังมีโหมดใหม่ใน Short Video อย่าง Kaleidoscope ที่ทำให้การถ่ายวิดีโอสั้นๆ ดูแปลกตากว่าเดิมด้วย

แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5,020 mAh ชาร์จไฟได้เร็ว 30 วัตต์

Redmi Note 9 Pro

ในด้านการใช้งานของรุ่นนี้ก็มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 5,000 mAh สามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดทั้งวันได้สบายๆ อีกทั้งยังรองรับการชาร์จแบตเตอรี่ที่รวดเร็วด้วยกำลังไฟถึง 30 วัตต์ ซึ่งอแดปเตอร์ที่แถมมาในเครื่องสามารถจ่ายไฟได้สูงสุด 33 วัตต์ เพียงพอสำหรับการชาร์จด้วยกำลังไฟสูงสุดของรุ่นนี้ และสำหรับการชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มก็ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที ซึ่งก็เป็นเพราะแบตเตอรี่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ จึงใช้เวลานานพอสมควร แต่หากเริ่มต้นจากชาร์จจาก 0% ถึง 57% จะใช้เวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้น หลังจากนั้นระบบจะชาร์จช้าลงเพื่อไม่ให้แบตเตอรี่ร้อนเกินไป และยังช่วยถนอมแบตเตอรี่อีกด้วย

บทสรุป Redmi Note 9 Pro ในความเห็นของ What Phone

จากที่ได้สัมผัสกับ Redmi Note 9 มาทั้ง 3 รุ่นตั้งแต่  Note 9, Note 9S และ Note 9 Pro รุ่นนี้ถือว่าทำให้เราประทับใจมากที่สุด ด้วยความแรงของหน่วยประมวลผลที่ทำให้ใช้งานได้อย่างลื่นไหล การเล่นเกมไม่กระตุก มอบประสบการณ์การใช้งานที่น่าพึงพอใจบนหน้าจอขนาดใหญ่เต็มตา อีกทั้งยังสามารถใช้งานได้อย่างยาวนานด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ หากใช้งานแบบปกติเผลอๆ อยู่ได้นานถึง 2 วันเลยทีเดียว และถึงแม้ว่ารุ่นนี้จะไม่ได้แรงที่สุด แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าที่สุดกับสเป็คที่ได้ในราคาเพียง 9,999 บาท แต่เราเชื่อแน่ว่าท่านผู้อ่านสามารถหาได้ถูกกว่านี้อย่างแน่นอน

Redmi Note 9 Pro

สรุปสเป็ค

  • รองรับเครือข่าย 4G LTE
  • หน้าจอ DotDisplay ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด 2400 x 1080 พิกเซล 
  • กล้องหน้า 16 MP (f/2.48 aperture) บันทึกวิดีโอ FullHD 30fps
  • กล้องหลัง 4 เลนส์ 
    • 64MP Wide Angle, f/1.89 aperture
    • 8MP Ultra-Wide Angle 119°, f/2.2 aperture
    • 5MP Macro AutoFocus 2-10 cm, f/2.4
    • 2MP Depth Camera f/2.4
  • ซูมดิจิตอลสูงสุด 100x
  • หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 720G Octa-core ความเร็ว 2.3 GHz
  • ชิพประมวลผลภาพ 3D GPU Adreno 618
  • 6 GB RAM + 64 GB ROM
  • รองรับ microSD Card สูงสุด 512 GB
  • MIUI 11 บนพื้นฐาน Android 10
  • แบตเตอรี่ 5020 mAh
  • รองรับ Fast charging สูงสุด 30 วัตต์ 
  • รองรับ Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac 2.4 และ 5 GHz, 2 x 2 MIMO
  • มีให้เลือก 3 สี Interstellar Grey, Tropical Green, Glacier White
  • ราคา 9,999 บาท

ตัวอย่างภาพจากกล้อง

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top