Review - Mobile Review, Gadget, Games

รีวิว OnePlus 6T McLaren Edition แรงสุด เร็วสุดกับ RAM 10 GB รุ่นแรกในไทย

OnePlus 6T McLaren Edition

มาแล้ว! รีวิวของ OnePlus 6T McLaren Edition สมาร์ทโฟนสุดแรงแห่งปี 2018 ที่มาพร้อม RAM 10 GB + ROM 256 GB ที่มีดีไซน์หรูหราหมาเห่าจนของขาดตลาดเลยทีเดียว

มาแล้ว! OnePlus 6T McLaren Edition สมาร์ทโฟนนักฆ่าเรือธงสุดแรงแห่งปี 2018 ที่มาพร้อม RAM 10 GB รุ่นแรกที่จำหน่ายในประเทศไทย จนของขาดตลาดไปช่วงนึงเลยทีเดียว วันนี้ทาง WhatPhone ก็มีรีวิวของรุ่นนี้มาฝากกันครับ ไปดูกันเลย!!

แกะกล่องส่องดีไซน์ ที่ได้จาก McLaren 

  • Photobook 1 เล่ม (สามารถดูประวัติของสมาร์ทโฟน OnePlus และ McLaren ได้ผ่าน AR บนตัวเครื่องรุ่นนี้เท่านั้น)
  • ตัวเครื่อง OnePlus 6T McLaren Edition (อยู่หน้าสุดท้ายของ Photobook)

 

OnePlus 6T McLaren Edition

  • เคสลาย Carbon Fibre แบบ TPU บิดงอได้
  • สายชาร์จแบบ USB-C สีส้ม
  • อแดปเตอร์ชาร์จไฟ Warp Charge 30
  • ตัวแปลง Type C to 3.5 mm
  • คู่มือพร้อมเข็มจิ้มซิม

 

  • ชิ้นส่วนรถ McLaren

 

OnePlus 6T McLaren Edition

OnePlus 6T McLaren Edition

รุ่นนี้มาด้วยขนาดหน้าจอ 6.41 นิ้ว ที่ดีไซน์เป็นแบบติ่งหยดน้ำจับถนัดมือ รวมถึงยังมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอให้ได้ใช้งานอีกด้วยครับ

 

OnePlus 6T McLaren Edition

ด้านขวามือของตัวเครื่องมาพร้อมกับปุ่ม Silence ที่สามารถเลื่อนขึ้นลงเลือกปรับโหมดตัวเครื่องได้ 3 แบบ คือ เงียบ สั่น และมีเสียง ถัดมาก็จะปุ่มพาวเวอร์เปิด-ปิดเครื่อง

 

OnePlus 6T McLaren Edition

ด้านซ้ายมือของตัวเครื่องนั้นมาพร้อมช่องใส่ซิมการ์ดแบบ 2 นาโนซิม ไม่สามารถเพิ่ม microSD card ได้ และถัดมาก็จะเป็นปุ่มปรับระดับเสียง 

 

OnePlus 6T McLaren EditionOnePlus 6T McLaren Edition

ดีไซน์ด้านหลังของตัวเครื่องนั้นเป็นกระจกที่มีการเคลือบลายคาร์บอนไฟเบอร์ไว้อย่างสวยหรู แถมยังแฝงไปด้วยขอบไล่เฉดสีส้มดำ Papaya Orange พร้อมโลโก้วันพลัสและ McLaren แบบไม่เหมือนใคร 

 

OnePlus 6T McLaren Edition

ปิดท้ายกันด้วยด้านล่างของตัวเครื่องที่มาพร้อมกับลำโพง ช่องเสียบชาร์จแบบ USB-C และไมโครโฟนสนทนา (รูเยอะๆ)

 

OnePlus 6T McLaren Edirion Full Specification

  • หน้าจอ: 6.41 นิ้ว (Full HD+) แบบติ่งหยดน้ำ ครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 6
  • หน่วยประมวลผล: Snapdragon 845
  • RAM: 10GB LPDDR4X
  • พื้นที่เก็บข้อมูล: 256GB UFS 2.1
  • กล้องหลังคู่ความละเอียด 20 MP (F/1.7) + 16 MP [Sony IMX519/376K] เซ็นเซอร์ใหม่ถ่ายในที่มืดได้ดีขึ้น และมีระบบกันสั่นแบบออปติคัล OIS+EIS 
  • กล้องหน้า: 16 MP (F/1.7)
  • แบตเตอรี: 3,700 mAh รองรับระบบชาร์จเร็ว Warp Charge 30 (อัดไฟแรง 30W) 
  • การเชื่อมต่อ: Bluetooth 5.0, Dual SIM, USB-C, NFC
  • ระบบความปลอดภัย: Face Unlock และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอแสดงผล
  • ระบบปฏิบัติการ: OxygenOS 9.0.1 (Android 9 Pie)
  • ราคา 25,999 บาท

 

ประสิทธิภาพเครื่องสุดแรง

Antutu : ด้วยขุมพลังแห่ง Qualcomm Snapdragon 845 ชิปเซ็ตสุดแรงแห่ง 2018 บวกกับ RAM 10 GB LPDDR4X พร้อมความจุสูง 256 GB (ใช้พื้นที่ระบบไปราว ๆ 17 GB) ถ่ายโอนข้อมูลรวดเร็วแบบ UFS 2.1 แล้วทำให้รีดคะแนนจากแอป Antutu มาได้ 295,643 คะแนนเลยทีเดียวครับ

 

OnePlus 6T Screenshot

การเล่นเกมส์ : ด้วยสเปกระดับท็อปแล้วนั้น ทำให้เล่นเกมส์ได้ลื่นไหล ไม่มีสะดุด ปรับสุดได้อย่างไม่ต้องกังวล แถมตัวเครื่องยังไม่ร้อนเร็วอีกด้วย และยังมีโหมดการเล่นเกมส์ที่สามารถปรับแต่งการแจ้งเตือนหรือหยุดการทำงานของแอปพลิเคชั่นเบื้องหลังให้ไม่รบกวนขณะเล่นเกมส์อยู่อีกด้วย

ในเกมส์ PUBG Mobile ที่ทางทีมงานทดสอบไปก็สามารถเล่นได้อย่างลื่นไหล เครื่องไม่ร้อน แถมยังปรับสุดได้ถึง Ultra HD เลยทีเดียวครับ

 

Oxygen OS : UI ของวันพลัสนั้นดูเหมือนจะไม่ค่อยมีลูกเล่นแบบ Pure Android นัก แต่ก็สามารถใช้งานฟีเจอร์อย่างเล่น 2 แอปบนหนึ่งหน้าจอได้ โคลนแอปพลิเคชั่นเล่นไลน์ เฟสบุ้ค 2 บัญชีได้ง่าย ๆ สามารถใช้งาน Guesture วาดรูปตัว O, S, V เพื่อเข้าแอปพลิเคชั่นหรือเรียกใช้งานตัวเครื่องได้ง่าย ๆครับ โดยรวมก็ถือว่าปรับแต่งมาได้ดี ไม่มีอาการค้าง เอ๋อ หรือมีบัคเล็ก ๆ น้อยๆ แต่อย่างใดครับ

หน้าตา UI ของรุ่นนี้

 

ฟีเจอร์โคลนแอป

 

เล่น 2 แอปบนหนึ่งหน้าจอได้

 

สามารถเลือกปรับปุ่มนำทางได้หลายรูปแบบ

 

มีธีมให้เลือกรวมถึงยังสามารถปิดติ่งหน้าจอ หรือเลือกแอปพลิเคชั่นเพื่อให้แสดงผลเต็มหน้าจอได้ครับ

 

ระบบ Gesture ขณะพักหน้าก็มีให้เลือกหลายรูปแบบ จะวาดรูปไหนก็เข้าถึงแอปพลิเคชั่นได้ง่าย ๆ

 

ระบบความปลอดภัย : รุ่นนี้ยังมาพร้อมกับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอแสดงผล สามารถเลือกใช้ได้หลากหลายนิ้ว แถมยังสามารถเลือกอนิเมชั่นตอนปลดล็อคได้ด้วย และยังมีฟีเจอร์ปลดล็อคด้วยใบหน้า ทำได้รวดเร็วทันใจซะเหลือเกินครับ

 

แบตเตอรี่ 1 วันก็ใช้ได้สบายๆ ไม่ต้องชาร์จบ่อย

ส่วนของแบตเตอรี่นั้นสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องราว ๆ 6 – 8 ชั่วโมงสำหรับการเปิดหน้าจอตลอด ซึ่งก็ถือว่าอยู่ได้หนึ่งวันเต็ม ๆ เผลอถ้าเล่นแต่ Social Network ไม่ถ่ายภาพ ไม่เล่นเกมส์เลยก็อาจจะอยู่ได้สองวันก็เป็นได้ครับ และอีกหนึ่งอย่างที่อัพเกรดมาในรุ่นนี้ก็คงไม่พ้นระบบ Warp Charge 30 ที่เป็นระบบชาร์จเร็วอัดไฟแรง 30W ทำให้สามารถชาร์จไฟได้เต็มภายใน 1 ชั่วโมง 30 นาทีเลยครับ (30 นาทีแรกได้ราว ๆ 50% เลยทีเดียว)

 

กล้องถ่ายภาพคมชัด เก็บทุกรายละเอียด

กล้องหลังของรุ่นนี้มีมาให้ถึง 2 ตัวเลยสามารถถ่ายภาพซูมสองเท่าไม่เสียความละเอียดได้ นอกนั้นหลัก ๆ ก็จะมีโหมดภาพถ่ายบุคคล โหมดโปร (สามารถถ่ายไฟล์ RAW) เลือกปรับแต่งแสงเองได้ และเด็ดสุดคือโหมดกลางคืนที่ต้องจับมือถือไว้ให้นิ่งแล้วถ่ายภาพออกมานั่นเอง พอถ่ายภาพเสร็จแล้วเราก็ยังสามารถปรับแต่งได้เพิ่มเติมไม่ว่าจะเป็นการใส่ลายน้ำหรือแสงสีต่าง ๆ ครับ

โหมดกล้องถ่ายภาพ

 

 

โหมดของกล้องหน้าแบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก ๆ คือ Auto ปรับแต่งอัตโนมัติ และภาพถ่ายบุคคล (ไม่สามารถปรับความเบลอของภาพได้) โดยสามารถเพิ่มเอฟเฟคหน้าเนียน รีทัชใบหน้าได้ครับ 

 

OnePlus 6T Screenshot

และในส่วนของการถ่ายวีดีโอสามารถถ่ายที่ความละเอียด 4K 60 fps ได้แบบเนียนๆ เลยทีเดียว จัดว่างานวีดีโอคือดีมากในเรทราคานี้ ไมค์อัดเสียงดีภาพก็ดี ระบบกันสั่นก็เยี่ยม (OIS+EIS) ครับ 

 

ตัวอย่างภาพถ่าย

OnePlus 6T Photo Sample

OnePlus 6T Photo Sample

OnePlus 6T Photo Sample

ภาพถ่ายอาหาร และท้องฟ้า ในที่มีแสงพอเหมาะ หรือตอนกลางแจ้งทำได้ดีมาก หรือแม้แต่ตอนถ่ายภาพบุคคลก็เบลอออกมาใช้ได้ แม้จะไม่ได้เนียนมากมายก็ตาม ซูมภาพสองเท่ารายละเอียดก็ยังคงชัดเหมือนเดิม

 

ภาพถ่ายตอนกลางคืนก็ถือว่าทำได้ยอดเยี่ยมพอสมควร แต่ถ้าอยากได้ภาพที่สว่างกว่านั้นต้องใช้โหมดกลางคืนช่วยเพราะมันจะเร่งแสงให้สว่างมาก แต่รายละเอียดของภาพก็จะลดลงอย่างเห็นได้ชัดเช่นกัน

 

ในส่วนของภาพถ่ายเซลฟี่ของกล้องหน้านั้น ต้องมีนิ่งพอสมควร เพราะภาพที่ได้จากกล้องค่อนข้างเบลอง่าย ด้วยตัวเครื่องที่ใหญ่อาจต้องตั้งเวลาถ่ายหรือจะตั้งค่าตรวจจับรอยยิ้มให้ถ่ายเองอัตโนมัติจะสะดวกกว่าครับ

 

สรุปการใช้งาน

เนื่องการที่ใช้งานเจ้า OnePlus 6T McLaren Edition เครื่องนี้มาราว ๆ 4 วันเต็ม ก็พบว่าแบตเตอรี่อึดมาก ปรับปรุงจากรุ่นก่อนได้ดี ระบบชาร์จเร็วก็ทำให้ชีวิตสะดวกขึ้นเยอะไม่ต้องรอนาน จะถ่ายรูปหรือลงแอปพลิเคชั่นมากมาย เม็มก็ไม่เต็มเพราะมีความจุสูงถึง 256 GB แถมยังอัดวีดีโอได้ดีงามทั้งภาพและเสียง เรียกได้ว่าใครอยากได้สมาร์ทโฟนดีไซน์หรู สเปกแรง เล่นเกมส์ลื่น กล้องสวย คุ้มค่าต่อราคาที่สุดต้องรุ่นนี้เลยครับ

 

จุดเด่น

  • หน้าจอ Optic AMOLED สวยสวยงาม แถมยังทนทานเพราะใช้กระจก Gorilla Glass 6
  • ดู NEXFLIX HD ได้เพราะรองรับมาตรฐาน Widevine L1
  • มีระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอและระบบสแกนใบหน้าเร็วพอสมควร
  • เครื่องเร็วแรงด้วยสเปกระดับท็อปสุดของปี 2018 (Snapdragon 845 + RAM 10 GB)
  • ความจุเยอะ 256 GB แบบ UFS 2.1 ในราคาสุดคุ้ม
  • แอปพลิเคชั่นกล้องมี Night Mode มาให้ถ่ายภาพตอนกลางคืน สว่างมาก
  • Oxygen OS ให้ประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหล มีอัพเดตให้ทุกเดือน (การันตีอัพเดตเวอร์ชั่น 2 เวอร์ชั่นใหญ่ และอัพเดตแพทช์ความปลอดภัยนาน 3 ปีเต็ม) ลูกเล่นฟีเจอร์มีเยอะ
  • มีปุ่มปรับโหมดการใช้งานที่ด้านข้างตัวเครื่อง เลือกได้ว่าจะสั่นหรือมีเสียงหรือเงียบไปเลย
  • แบตเตอรี่อึดใช้งานทั่วไปได้สองวันเต็ม ๆ 
  • ชาร์จเร็วมากด้วยระบบ Warp Charge 30

 

จุดสังเกตุ

  • ไม่สามารถเพิ่มเม็มโมรี่การ์ดได้
  • ไม่มีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น
  • ไม่มีช่องเสียบรูหูฟังขนาด 3.5 mm
  • โหมดภาพถ่ายบุคคล ถ่ายภาพสิ่งของออกมาได้ไม่เนียน (เบลอไม่เนียน)
  • โหมดภาพถ่ายบุคคล ไม่สามารถปรับความเบลอของภาพได้ คือมันจะถ่ายออโต้ไปเลย (บางแบรนด์เลือกปรับตั้งค่าได้ตอนถ่ายหรือหลังถ่าย)
  • หาซื้อยากมากกกกกกกกก ของขาดตลาดพอสมควร (แต่คาดว่าในงาน Thailand Mobile Expo 2019 นี้คาดว่าจะมีโปรโมชั่นเด็ด ๆ รออยู่แน่นอนครับ)

 

ก็จบไปแล้วสำหรับรีวิวของเจ้า OnePlus 6T McLaren Edition ที่ทางเว็บไซต์เรานำมาฝากกัน และสำหรับใครที่อยากติดตามบทความดี ๆ แบบนี้ หรือข่าวสารใหม่ ๆ ก็สามารถกดไลค์เพจ WhatPhone.net หรือเข้ามาพูดคุยกันได้ที่ WhatPhone – Commu ได้เลยครับ

 

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top