Article

Group Test ทดสอบสมาร์ทโฟนในราคาหมื่นกลางๆ รุ่นไหนจะแรงสุด คุ้มค่าที่สุด | mLife

ในฉบับที่แล้วเราได้ทำการทดสอบความแรงของสมาร์ทโฟนตัวท็อปของแต่ละค่ายกันไปแล้ว ในฉบับนี้ขอเอาใจท่านผู้อ่านที่มีงบประมาณจำกัด แต่อยากได้สมาร์ทโฟนที่แรง คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป

Group Test ในฉบับที่แล้วเราได้ทำการทดสอบความแรงของสมาร์ทโฟนตัวท็อปของแต่ละค่ายกันไปแล้ว ในฉบับนี้ขอเอาใจท่านผู้อ่านที่มีงบประมาณจำกัด แต่อยากได้สมาร์ทโฟนที่แรง คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป โดยการทดสอบครั้งนี้เราได้นำสมาร์ทโฟนในราคาหมื่นกลางๆ มาทดสอบเป็นกลุ่ม ซึ่งมีราคาเท่ากันทั้งหมดคือ 15,900 บาท มีทั้งหมด 4 รุ่นดังนี้

LG G5SE

LG-G5-SE-Gold-หน้าตรง

เป็นโอกาสอันดีที่ LG G5SE ลดราคาลงมาจาก 18,900 บาทเหลือ 15,900 บาทเท่ากับรุ่นอื่นๆ พอดี จึงตัดตัวแปรด้านราคาออกไปได้ แต่จะแรงสู้รุ่นอื่นได้หรือไม่นั้น เดี๋ยวเรามาทดสอบกัน

 OPPO F1 Plus

OPPO F1 Plus หน้าตรง

จะว่าไปตอนนี้ OPPO F1 Plus ถือเป็นรุ่นท็อปของค่ายไปแล้วก็ว่าได้ เพราะยังไม่มีรุ่นไหนที่มาแรงกว่านี้อีกแล้ว แต่ขอบอกว่ารุ่นนี้มีดีที่กล้องหน้าที่มีความละเอียดมากกว่ากล้องหลังซะอีก ส่วนประสิทธิภาพความแรงจะเหนือกว่าหรือไม่ต้องติดตาม

Samsung Galaxy A9 Pro

Samsung-Galaxy-A9 หน้าตรง

พึ่งวางจำหน่ายไปเมื่อปลายเดือนที่แล้ว ถือว่าเปิดตัวในราคาต่ำกว่าที่คิด ซึ่งหากเป็นรุ่น A8 ที่วางจำหน่ายในราคา 18,900 บาทก็ถือว่าถูกกว่าพอสมควร แต่ก็มีคู่แข่งที่เปิดตัวไล่เลี่ยกัน สเป็คใกล้เคียงกันมาก งานนี้ทดสอบกันสนุกแน่นอน

Sony Xperia XA Ultra

xperia2

รุ่นที่ว่านี้ก็คือ Sony Xperia XA Ultra นั่นเอง แถมยังเปิดตัวราคาเท่ากับ A9 Pro ด้วย ลองจับดูแล้วสวยงามทั้งคู่ แต่ต้องมีเพียง 1 เดียวเท่านั้นที่ทำได้ดีกว่า งั้นเรามาเริ่มต้นทดสอบกันเลยดีกว่า

ขนาด วัสดุ และการควบคุมขนาด

ดูจากขนาดแล้วจะเห็นได้ชัดว่า LG G5SE มีขนาดที่เล็กที่สุดในกลุ่ม เพราะด้วยขนาดหน้าจอเพียง 5.3 นิ้วเท่านั้น ส่วนรุ่นที่บางที่สุดเป็น OPPO F1 Plus ที่บางเพียง 6.6 มม. และเบาที่สุดในกลุ่มด้วยน้ำหนัก 145 กรัม ส่วนรุ่นที่หนักที่สุดเป็น Samsung Galaxy A9 Pro ที่หนักถึง 210 กรัม และรุ่นที่ใหญ่ที่สุดคือ Sony Xperia XA Ultra แต่กลับมีน้ำหนักน้อยกว่า Samsung Galaxy A9 Pro เล็กน้อย

LG G5SE ถึงแม้ว่าตัวเครื่องจะเล็กที่สุดในกลุ่ม แต่ก็มีขนาดที่จับได้ถนัดมือที่สุด เพราะมีขนาดที่ไม่ใหญ่จนเกินไป ตัวเครื่องใช้วัสดุโลหะ มั่นใจในเรื่องของความแข็งแกร่งได้ ด้านท้ายเครื่องสามารถถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ หรืออุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่นกล้องถ่ายภาพ ที่ทาง LG เรียกว่าโมดูลนี้ว่า Magic Slot ส่วนการใช้งานก็มีปุ่มเปิด/ปิดเครื่องอยู่ที่ด้านหลัง แต่ปุ่มปรับระดับเสียงย้ายมาอยู่ด้านข้างแล้ว

OPPO F1 Plus ตัวเครื่องทำจากโลหะชิ้นเดียว จึงไม่มีส่วนประกอบใดๆ กรอบแกรบให้เสียอารมณ์ แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแบตเองได้เหมือนกับ LG G5SE การใช้งานก็แตะผ่านหน้าจอสัมผัสเป็นหลัก มีปุ่ม Home อยู่ด้านล่างพร้อมเป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือในตัว และมีปุ่ม Recent App และปุ่ม Back แบบสัมผัสอยู่ใต้จอภาพด้วย จึงไม่กินพื้นที่หน้าจอแสดงผล ซึ่งหลายๆ คนก็ยังคงชอบแบบนี้อยู่

Samsung Galaxy A9 Pro โดยรวมแล้วดีไซน์ยังดูคล้ายกับ Galaxy รุ่นอื่นๆ โดยด้านหน้า และด้านหลังเป็นกระจก แกนกลางเป็นโลหะ แต่งานประกอบก็ทำได้ดีทีเดียว การใช้งานก็แตะผ่านหน้าจอเป็นหลัก ด้านล่างมีปุ่ม Home ตรงกลาง และปุ่ม Recent App, ปุ่ม Back เหมือนเช่นเคย

Sony Xperia XA Ultra มีขนาดใหญ่ที่สุด หากเป็นผู้ชายมือใหญ่ๆ ก็น่าจะใช้งานได้สะดวก แต่หากเป็นผู้หญิงอาจจะต้องใช้ 2 มือประคองขณะใช้งาน ด้านหลังวัสดุทำจากพลาสติกที่ดูเหมือนจะถอดได้ แต่ไม่สามารถเปิดออกมาได้ แกนกลางเป็นวัสดุโลหะ และด้านหน้าเป็นกระจก ส่วนการสั่งงานก็แตะผ่านหน้าจอทั้งหมด ไม่มีปุ่มใต้หน้าจอมาให้

ขนาดจอแสดงผล

ขนาดจอ

ในราคาระดับ 15,900 บาทจะมีเพียง LG G5SE รุ่นเดียวที่มีหน้าจอความละเอียดสูงถึง 2K แต่ก็มีขนาดหน้าจอที่เล็กที่สุดเช่นกัน อีก 3 รุ่นที่เหลือมีความละเอียดในระดับ Full HD ซึ่งก็ถือว่ามีความละเอียดเพียงพอสำหรับการใช้งานบนมือถือ มองแทบไม่เห็นเม็ดพิกเซลแล้ว ส่วน Samsung Galaxy A9 Pro และ Sony Xperia XA Ultra มีขนาดหน้าจอใหญ่สุด โดยขอบจอนี่แทบจะไม่เหลือขอบด้านข้างกันแล้ว และสำหรับสีสันของภาพก็คงจะเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากหน้าจอแบบ Super AMOLED ของ Samsung Galaxy A9 Pro รองลงมาก็เป็นจอภาพของ OPPO F1 Plus ส่วน LG G5SE และ Sony Xperia XA Ultra ก็ให้สีสันได้ใกล้เคียงกัน

หน้าจอ LG หน้าจอ oppo หน้าจอ Sony หน้าจอ SS

ระบบปฏิบัติการ หน่วยประมวลผล และหน่วยความจำ

 ตารางระบบ

การทดสอบครั้งนี้มีสมาร์ทโฟนเข้าชิง 4 รุ่น แต่หากมองจากหน่วยประมวลผลแล้วจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม นั่นก็คือ กลุ่มที่ใช้ CPU Mediatek MT6755 Helio P10 Octa-core ความเร็ว 2.0 GHz หน่วยประมวลผลภาพ 3 มิติ Mali Mali-T860MP2 ซึ่งก็มี OPPO F1 Plus และ Sony Xperia XA Ultra ส่วน LG G5SE และ Samsung Galaxy A9 Pro นั้นจะใช้หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 652 แต่ Samsung Galaxy A9 Pro จะใช้สัญญาณนาฬิกาเร็วกว่าเล็กน้อย

สำหรับหน่วยความจำ RAM ซึ่งเป็นที่พักข้อมูลรอประมวลผล จะเห็นได้ว่า OPPO F1 Plus และ Samsung Galaxy A9 Pro มี RAM 4 GB อีก 2 รุ่นมี RAM ขนาด 3 GB ซึ่งหน่วยความจำ RAM นี้หากมีความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูง ก็จะมีผลทำให้การประมวลผล และการทำงานโดยรวมเร็วขึ้นด้วย

ทดสอบความแรงด้วย Geekbench 3

Geekbench 3 จะทำการทดสอบความเร็วหน่วยประมวลผลทั้งส่วนของ Integer และ Floating Point รวมถึงหน่วยความจำ โดยจะทดสอบด้วยหน่วยประมวลผลแกนเดียว หรือ Single-core และ Multi-core คะแนนจึงออกมาเป็น 2 ค่าอย่างที่ปรากฏในตาราง

ตาราง geek

จากการทดสอบพบว่า LG G5SE และ Sony Xperia XA Ultra ไม่สามารถแสดงผลคะแนนได้เมื่อทำการทดสอบเสร็จ ซึ่งจากการสันนิษฐานเบื้องต้นคาดว่าเครื่องที่ได้มานั้นเป็นเครื่องทดสอบภายในบริษัท โดยปิดกั้นการส่งข้อมูล Benchmark ไปยังเซิฟเวอร์ของ Geekbench เพื่อไม่ให้ข้อมูลตัวเครื่องรั่วไหลไปยังภายนอกก่อนเปิดตัววางจำหน่าย แต่หากเครื่องที่วางจำหน่ายจริงจะสามารถทดสอบได้เต็มรูปแบบ แต่เรายังมีอีก 2 การทดสอบที่สามารถ Test ได้อย่างฉลุย

ก่อนจะข้ามไปทดสอบ เรามาดูคะแนนของสองรุ่นที่ทำการทดสอบผ่านกัน จะเห็นว่า Samsung Galaxy A9 Pro มีคะแนนเหนือกว่าเล็กน้อย โดยการทดสอบทั้ง Integer, Floating Point และ Memory Samsung Galaxy A9 Pro ทำได้เหนือกว่าทั้งหมด เดี๋ยวเรามาดูกันดีกว่าว่าการทดสอบต่อไปจะเป็นอย่างไร

ตาราง G

ทดสอบความแรงด้วย AnTuTu Benchmark v6.1.4

Antutu Benchmark ก็เป็นอีกหนึ่งแอพพลิเคชั่นหนึ่งที่ชาวแอนดรอยด์นิยมนำมาทดสอบความเร็วกัน หลักการทดสอบก็คล้ายๆ กับ Quadrant แต่จะมีการทดสอบที่ละเอียดกว่า คือมีการทดสอบความเร็ว 3D, UX, CPU, RAM ผลการทดสอบออกมาดังนี้

ตาราง antutu

สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพด้วยแอพฯ Antutu สามารถทดสอบผ่านทุกรุ่น แสดงให้เห็นถึงความเร็วในการทำงานชัดเจน ซึ่งจากคะแนนผลการทดสอบรวมพบว่า LG G5SE ทำคะแนนได้ดีที่สุด ตามมาติดๆ กับ Samsung Galaxy A9 Pro, OPPO F1 Plus และสุดท้ายกับ Sony Xperia XA Ultra

หากพิจารณาดูช่องคะแนน 3D จะพบว่าหน่วยประมวลผล 3 มิติของ Adreno 510 นั้นทำคะแนนได้ดีกว่า Mali-T860MP2 กว่าเท่าตัว ซึ่งหากคุณเป็นคนที่เล่นเกมที่ต้องใช้การประมวลผลภาพ 3 มิติหนักๆ ก็ขอให้มองสเป็คชิพหน่วยประมวลผล Adreno ไว้ก่อนได้เลย

ตาราง A

GPU benchmark 3D

 สำหรับการทดสอบนี้จะทำการทดสอบเกี่ยวกับการประมวลผลภาพ 3D โดยเฉพาะ ซึ่งเราจะได้ใช้หน่วยประมวลผล 3D หนักๆ ก็ต่อเมื่อเล่นเกมที่มีภาพกราฟฟิคความละเอียดสูงนี่แหละ หากหน่วยประมวลผลกราฟฟิค หรือ GPU มีความเร็วสูง ภาพก็จะลื่นไหล ไม่กระตุก เล่นเกมสนุก ไม่เสียอารมณ์ ผลการทดสอบออกมาได้ตามตารางนี้

ตาราง GPU

มาถึงผลการทดสอบสุดท้ายคือการทดสอบที่เน้นการประมวลผลภาพ 3D โดยเฉพาะ เมื่อดูจากตารางคะแนนพบว่า Samsung Galaxy S7 edge ก็ยังคงทำคะแนนได้ดีกว่ารุ่นอื่นๆ ตามมาด้วย Sony Xperia Z5 Premium และสุดท้าย Huawei P9 Plus

เมื่อมาดูที่ช่อง Graphics score จะเห็นว่า Sony Xperia Z5 Premium ทำคะแนนได้ดีกว่า Samsung Galaxy S7 edge เล็กน้อย แต่หากเทียบกับ Physics Score แล้วยังถือว่าห่างกันพอสมควร ซึ่งคะแนน Physics Score นี้จะรวมเอาประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมทั้งหมดของเครื่อง ทั้ง CPU, RAM จะเห็นว่า Huawei P9 Plus ทำคะแนนช่องนี้ได้ดีที่สุด แต่คะแนนในช่อง Graphics Score ทำคะแนนได้น้อยสุด ผลรวมของคะแนนจึงได้น้อยกว่านั่นเอง

ตาราง G

บทส่งท้าย

จากการทดสอบประสิทธิภาพทั้ง 3 แอพฯ ที่ผ่านมาเราต้องการสื่อให้เห็นว่าสมาร์ทโฟนรุ่นไหนที่มีความเร็วในการประมวลผลสูงกว่า ซึ่งยังมีอีกหลายปัจจัยในการเลือกซื้ออีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความคมชัดของกล้องถ่ายภาพ หรือการใช้งานในด้านอื่นๆ โดยแต่ละรุ่นก็จะมีจุดเด่นแตกต่างกันออกไป แต่ในด้านประสิทธิภาพที่เราทดสอบมา หลายๆ ท่านน่าจะทราบแล้วว่ารุ่นไหนแรงสุด แต่เราขอสรุปออกมาดังนี้

ในเรื่องของความแรงคงต้องยกให้ 2 รุ่นที่ทำคะแนนออกมาได้สูสี ทั้ง LG G5SE และ Samsung Galaxy A9 Pro ที่ใช้หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 652 และหน่วยประมวลผลภาพ 3 มิติ Adreno 510 แต่ทั้งสองรุ่นก็มีความแตกต่างในด้านอื่นๆ ซึ่งหากเป็น LG G5SE จะเหมาะกับผู้ใช้ที่ไม่ต้องการเครื่องใหญ่จนเกินไป มีขนาดที่เหมาะกำลังดี ส่วน Samsung Galaxy A9 Pro ก็เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการหน้าจอใหญ่ๆ ดูหนัง เล่นเกม พิมพ์ข้อความได้สะดวกกว่า แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ใช้งานได้ยาวนาน เราจึงให้คะแนนทั้งสองรุ่นในด้านความคุ้มค่าที่สุดในราคา 15,900 บาท

ส่วน OPPO F1 Plus และ Sony Xperia XA Ultra แม้ว่าจะได้คะแนนทดสอบน้อยกว่า แต่อย่าง OPPO F1 Plus ก็มีจุดเด่นในด้านการถ่ายภาพเซลฟี่ ซึ่งสาวๆ น่าจะชอบใจที่กล้องหน้ามีความละเอียดมากกว่ากล้องหลัง แถมยังมีแอพฯ แต่งภาพ Beautify 4.0 ของ OPPO ที่ขึ้นชื่อ ถูกอกถูกใจสาวๆ ถึงกับวางไม่ลง ส่วน Sony Xperia XA Ultra ก็มีหน้าจอที่ใหญ่กว่า กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล น่าจะเป็นรุ่นเดียวที่มีระบบโฟกัสอัตโนมัติในตอนนี้

สำหรับท่านผู้อ่านที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนในราคาหมื่นกลางๆ ก็ขอให้พิจารณาปัจจัยอื่นๆ ดังที่กล่าวไว้ด้วยนะครับ เพราะผู้ใช้บางท่านอาจจะไม่เน้นเรื่องความแรงอย่างที่ Group Test เราทดสอบไป แนะนำให้ไปลองเล่นตัวจริงก่อน เพราะเดี๋ยวนี้มีเครื่องจริงวางให้ลองเล่นเกือบทุกร้าน ขอให้สนุกกับสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ครับ แล้วพบกับการทดสอบอื่นๆ ของ Group Test ในฉบับหน้า สวัสดีครับ

 

 

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top
ปิดโหมดสีเทา