Social Update

เทรนด์เทคโนโลยีในโทรศัพท์มือถือปี 2014 จะมีโฉมหน้าเป็นอย่างไร

สำหรับฉบับนี้จะมาพูดถึงเทรนด์หรือแนวโน้มของเทคโนโลยีในโทรศัพท์มือถือในปี 2014 กันว่าจะมีโฉมหน้ากันเป็นอย่างไร และผู้ผลิตจะมีแนวทางอย่างไรในการออกแบบและพัฒนา

สวัสดีครับ ผมปีเตอร์กวงควงมือถือ จากรายการ “แบไต๋ไฮเทค เดลี่ไฟว์ไลฟ์” ที่ถ่ายทอดสดออกอากาศ ตรงจาก Beartai Digital Gateway Studio ชั้น 4 Digital Gateway สยามสแควร์ ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ โดยออกอากาศสดไปยังสถานีทีวีดาวเทียมต่างๆ 2 ช่อง ไม่ว่าจะเป็น Mango TV และ Dude TV  ส่วนใครที่ดูสดไม่ทันก็ติดตามการ Re-Run ได้ทาง Nation Channel ทุกวันตอนเที่ยงคืนนะครับ โดยผมมาประจำการใน What Phone Magazine ทุกเดือน เพื่อไขข้อข้องใจและเก็บตกข่าวความเคลื่อนไหวในวงการเทเลคอม ทั้งในบ้านเราและต่างประเทศ

ก่อนอื่นก็ต้องขอกล่าวคำว่า “สวัสดีปีใหม่ 2557” นะครับ ขอให้ผู้อ่านและแฟนๆ นิตยสาร What Phone ทุกท่านจงมีแต่ความสุข สุขภาพแข็งแรง เงินทองมีใช้ไม่ขาดมือ และพบเจอแต่สิ่งดีๆ ตลอดปี 2557 และตลอดไปนะครับ

สำหรับฉบับนี้จะมาพูดถึงเทรนด์หรือแนวโน้มของเทคโนโลยีในโทรศัพท์มือถือในปี 2014 กันว่าจะมีโฉมหน้ากันเป็นอย่างไร และผู้ผลิตจะมีแนวทางอย่างไรในการออกแบบและพัฒนาสินค้าให้เราได้เลือกหากัน

เมื่อสมาร์ทโฟนมาแรงสุดบรรยาย แล้วจะมีใครทำโทรศัพท์แบบปุ่มกดอีกไหมเนี่ย

13600131

แนวทางตลาดตอนนี้น้ำหนักออกไปทางสมาร์ทโฟนค่อนข้างมากถึงมากที่สุด เพราะเทรนด์ในตอนนี้คนใช้ส่วนใหญ่จะมองหาโทรศัพท์มือถือที่เป็นจอสัมผัสไปหมดแล้ว ไม่ว่าจะถูกหรือแพง แต่ที่แน่ๆ ตั้งแต่ยุคการก่อกำเนิดของ Apple iPhone ในปี 2550 หรือเจ็ดปีก่อนนั้น ทำให้กระแสของโทรศัพท์จอสัมผัสซึ่งจริงๆ ก็มีอยู่แล้วในตลาด ยิ่งทวีคูณความเป็นที่นิยมมากขึ้นเท่านั้น เพราะเนื่องจากกระแสนิยมของ iPhone ที่ทำให้คู่แข่งทุกรายในตลาดต้องหันมาทำสมาร์ทโฟนแบบจอสัมผัสกันหมด ขณะที่พัฒนาการของโทรศัพท์แบบที่ใช้ปุ่มกดตัวเลขอยู่นั้น กำลังหมดเสน่ห์ไปเรื่อยๆ เพราะพัฒนาการของโทรศัพท์แบบนี้ไม่มีอะไรให้เป็นลูกเล่นอีกต่อไป ถึงแม้ยักษ์ใหญ่อย่าง Nokia จะพยายามยืดอายุของมันให้ยาวไปให้นานที่สุด โดยพยายามคิดฟีเจอร์ใหม่ๆออกมายังไง ก็ไม่สามารถพัฒนาฟีเจอร์ให้ดูดีได้แบบสมาร์ทโฟนจอสัมผัส

ขณะที่ตลาดเฉพาะอีกหลายๆ แห่งที่เป็นตลาดเกิดใหม่ (Immerging Market) จะยังต้องการโทรศัพท์ฟีเจอร์โฟน (Feature Phone) แบบนี้อยู่ก็ตามที แต่ก็ไม่ได้สะท้อนมูลค่าของตลาดรวมได้ดีเท่ากับมูลค่าของตลาดสมาร์ทโฟนจอสัมผัสที่โตแบบหลายเท่าทวีคูณอยู่ทั่วโลกได้เลย สิ่งที่จะเห็นในปีนี้ก็คือพัฒนาการของฟีเจอร์โฟนหรือโทรศัพท์แบบปุ่มกดนั้นจะมีรุ่นใหม่ๆ ออกมาค่อนข้างน้อย หรือถึงออกมาก็เป็นเพียงการปรับเปลี่ยนเล็กๆ น้อยๆ ไม่มีอะไรให้หวือหวา และคงขายรุ่นเก่าๆ ต่อไปอีกนานๆ เพราะต้องยอมรับว่าโทรศัพท์มือถือที่ถูกที่สุดก็ยังเป็นโทรศัพท์ฟีเจอร์โฟนประเภทนี้ โดยเฉพาะคนที่ต้องการซื้อไปเพื่อการโทรอย่างเดียว ยังคงมีอยู่ในตลาดอยู่อีกมาก และด้วยราคาที่เริ่มต้นเพียงห้าร้อยหกร้อยบาทจะเป็นพื้นที่ที่สมาร์ทโฟนจอสัมผัสยังไปไม่ถึงในเวลาอีกสี่ห้าปีนี้ โดยคาดว่าบริษัทที่จะยังพยายามคงตลาดฟีเจอร์โฟนให้ได้มากที่สุดก็คงไม่พ้นยักษ์ใหญ่อดีตแชมป์อันดับหนึ่งอย่าง Nokia เพราะ Nokia เองยังต้องการจำนวนยอดขายให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะเนื่องจากยอดขายสมาร์ทโฟนของตัวเองนั้นยังเทียบไม่ติดเมื่อเปรียบเทียบกับ Samsung หรือ Apple iPhone ขณะที่ยักษ์อันดับหนึ่งอย่าง Samsung ก็เพียงคงรุ่นที่มีอยู่ไว้แล้วขายต่อไปตามความต้องการของตลาดที่ยังมีอยู่ แต่ไม่เน้นการสร้างรุ่นใหม่ๆ มากนัก หรืออาจจะไม่มีเลยก็เป็นได้ เพราะ Samsung นั้นจะไปเน้นการพัฒนาสมาร์ทโฟนแทนซึ่งตอนนี้ก็ต้องถือว่าเป็นสัดส่วนยอดขายที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันไปแล้ว (มากกว่ายอดขายฟีเจอร์โฟน)

ขณะที่ผู้ผลิตรายใหญ่อื่นๆ อย่าง LG, HTC, Sony, Motorola, Acer, Asus นั้นก็ผลิตแต่เพียงสมาร์ทโฟนเท่านั้นแล้ว ยังมีอยู่บ้างก็ Huawei, ZTE, Alcatel ที่ยังอาจรับผลิตฟีเจอร์โฟนอยู่ แต่ก็มีรุ่นให้เลือกไม่มากนักแล้ว เพราะมีแนวทางเดียวกันก็คือไปเน้นการพัฒนาสมาร์ทโฟนหมดแล้ว ฉะนั้นหลายๆ ท่านที่ยังไม่คุ้นชินกับโทรศัพท์สมาร์ทโฟน แบบจอสัมผัส ก็ลองเล่นกันให้คุ้นนะครับ เพราะแนวโน้มมาทางนี้หมดแล้ว และทางเลือกก็มีเยอะ ราคาก็ไม่แพงแล้วมีงบประมาณสองพันกว่าบาทก็เป็นเจ้าของได้แล้วครับ

จอแสดงผล คือหน้าต่างของชีวิต…แต่จอมือถือจะละเอียดไปถึงไหนเนี่ย

lg-g2

พูดถึงโทรศัพท์สมาร์ทโฟนแล้วหน้าจอแสดงผลนี่ถือว่าเป็นจุดแรกของการใช้งานเลย อย่างที่เกริ่นหัว จอแสดงผล คือหน้าต่างของชีวิต… ก็เพราะจะทำอะไร สั่งงานอะไร จะดูอะไร เล่นอะไร ก็ล้วนแล้วแต่ผู้ใช้จะต้องทำงานกับโทรศัพท์สมาร์ทโฟนของคุณผ่านหน้าจอแสดงผลเท่านั้น จากจอที่มีขนาด 2 นิ้วกว่าๆ ตอนนี้สมาร์ทโฟนเริ่มต้นคงต้องไปที่ 3 นิ้วเป็นอย่างต่ำที่สุด เล็กกว่านี้คงไม่สามารถขายได้ แนวโน้มในปีนี้น่าจะเป็นที่ 3.5 นิ้วเป็นอย่างต่ำ และไล่ไปที่ 3.7” 4.0” 4.3” 4.5” 4.7” 5.0” 5.5” 5.8” 6.0” ขณะที่ความละเอียดของหน้าจอกำลังจะไต่ไปสู่อีกระดับหนึ่งแล้ว โดยปัจจุบันถ้าถามว่าหน้าจอของสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดตอนนี้ก็ต้องบอกว่าอยู่ที่ FHD – Full High Definition คือความละเอียด 1920 x 1080 pixel (2K หรือ 2 Mega pixel)หรือเท่ากับจอทีวี Full HD ที่เราใช้ดูกันตามบ้านนั่นเอง ขณะที่ตอนนี้จอทีวีในอุตสาหกรรมทีวี กำลังก้าวไปสู่ระดับที่สูงขึ้นก็คือ UHD (Ultra HD) หรือระดับ 4K หรือ 4 Mega pixel นั่นเอง โดยมีความละเอียดอยู่ที่ 3840 x 2160 pixel หรือพูดง่ายๆ ก็คือมากกว่าแบบ HD ถึง 4 เท่า (คือความละเอียดมากกว่าด้านละ 2 เท่า 2 x 2 ก็เลยเป็น 4 เท่า) แต่ในแง่ของสมาร์ทโฟน ถ้าบอกว่าตอนนี้เหมาะไหมที่จะใช้จอแบบ UHD ก็ต้องบอกเลยว่าไม่เหมาะด้วยประการทั้งปวง โดยเฉพาะในแง่ของการพัฒนาและต้นทุน รวมถึงเรื่องความจำเป็นว่าจะต้องมีจอขนาดเท่าเดิมแต่ละเอียดกว่าเดิม 4 เท่าไปเพื่ออะไร เพราะจอสมาร์ทโฟนอย่างมากก็ 6” ขณะที่จอทีวีที่เราพูดถึงกันนี่มันขนาด 40” ขึ้นไปด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพัฒนาการของจอสมาร์ทโฟนจะหยุดอยู่แค่ FHD เพราะล่าสุดมีสื่อต่างชาติออกมาเผยว่ามีการพัฒนาการของจอไประดับ 2K แบบที่ใหญ่กว่าจอ FHD 1080p แล้ว โดยมีสมาร์ทโฟนจีนอย่าง Viva Play 3S เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่เปิดตัวในเดือนธันวาคมที่ผ่านมาที่ใช้หน้าจอแบบ QHD (Quad HD) 2560 x 1440 พิกเซล หรือ 4 เท่าของ HD 720p นั่นเอง (ปกติพิกเซลของจอ HD = 1280 x 720 เมื่อนำมาเพิ่มพิกเซลด้านละเท่าตัว ก็จะทำให้เราได้จอที่มีขนาด 2560 x 1440 นั่นเอง) ทำให้จอของ Viva Play 3S ที่มีขนาดถึง 6” QHD ยังมีความละเอียดได้ในระดับ 490 ppi (Pixel ต่อตารางนิ้ว) ซึ่งถือว่าสูงมาก

ขณะที่สมาร์ทโฟนจอขนาด 6” FHD ยี่ห้ออื่น จะมีความละเอียดอยู่ที่เพียง 367 ppi เท่านั้น หรือน้อยกว่าถึง 25% เลยทีเดียว ทำให้จอที่มีหน้าจอขนาดเท่ากันถ้าหันมาใช้จอแบบ QHD จะทำให้ภาพที่ได้คมชัดกว่ามากๆ เพราะละเอียดมากกว่า และได้ภาพที่ดูได้เต็มตากว่าในขนาดหน้าจอที่เท่ากันอีกด้วย ล่าสุดก็มีข่าวลือจากสำนักข่าวในเกาหลีใต้บอกว่า เป็นได้อย่างมากที่ทาง Samsung จะเตรียมใช้หน้าจอแบบ QHD กำลังสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงในปีนี้อย่าง Galaxy S5 และ Galaxy Note 4 ตามลำดับ นั่นจะเป็นการเปิดศึกชิงความได้เปรียบทางด้านเทคโนโลยีกันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการที่ Samsung เองนั้นมีโรงงานผลิตจอภาพได้เองย่อมต้องใช้ความได้เปรียบตรงนี้เป็นสำคัญ แต่แอบเสียหน้านิดๆ นะ เพราะตอนนี้สมาร์ทโฟนจีนดันมาชิงเปิดตัวเป็นรายแรกของโลกไปก่อนแล้ว แต่เชื่อว่านั่นจะเป็นแรงกระตุ้นที่ดีที่จะทำให้ผู้ผลิตแนวหน้าอย่าง Samsung, Nokia, HTC, LG, Sony หันมาเร่งรีบในการนำเอาเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของจอภาพอย่าง QHD 2K มาใช้เร็วขึ้น ยิ่งมีการนำมาใช้กันมากเท่าไร อนาคตราคาของเทคโนโลยีนี้ก็จะเคลื่อนตัวเร็วขึ้นและถูกลงต่อไปในอนาคต

เทคโนโลยีการประมวลผล CPU 64 bits จะดีจริงหรือแค่กลยุทธทางการตลาดเนี่ย (ว่าแต่…เอาไปทำไรอ่ะ)

htc_one

ap621

ขณะที่ตอนนี้เราอยู่ในยุคสมาร์ทโฟนเฟื่องฟูนั้น ต้นทุนในเรื่องหน่วยประมวลผล (CPU) สำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นเริ่มต้นก็มีแนวโน้มที่ถูกลงในทุกขณะจิต จนผู้ผลิต CPU เองก็ต้องหันไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงที่ใช้สำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นท็อปของตลาดไปด้วยเช่นกัน เพราะ CPU สำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นเริ่มต้นนั้นไม่ค่อยจะได้กำไรเสียเท่าไร แต่ได้ตรงจำนวนมากกว่า เพราะบอกให้รู้ว่าของใครมีความนิยมมากกว่า ก็บอกได้ตรงปริมาณที่ขายนี่แหละ ในอดีต CPU ของ Qualcomm ถือว่าไม่มีใครเทียมเท่าได้ ไม่ว่าจะในเรื่องจำนวนยอดขาย หรือมูลค่าของยอดขาย

แต่โลกนี้ไม่มีเทคโนโลยีใดที่จะผูกขาดตลาดได้แล้ว ในการแข่งขันของตลาดสมบูรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับตลาดสมาร์ทโฟนที่แข่งขันกันแบบน้ำไหลไฟดับเลยทีเดียว เลยมีผู้ผลิตรายรองลงมาที่เริ่มโตขึ้นอย่างรวดเร็วอย่าง Mediatek (MTK) ที่เน้นราคาเป็นหลัก และเน้นการใช้งานที่ประหยัดพลังงานให้สมาร์ทโฟนเป็นเรื่องสำคัญรองลงมา เพราะสมาร์ทโฟนที่ผ่านมาเรื่องของการใช้งานได้นานๆ ยังเป็นเรื่องยาก เพราะส่วนใหญ่สมาร์ทโฟนจะกินพลังงานค่อนข้างมาก เปิดเครื่องอยู่ได้อย่างมากก็วันเดียว แต่ CPU ของ Mediatek ค่อนข้างกินพลังงานจากแบตเตอรีต่ำกว่า เพราะใช้สถาปัตยกรรมการออกแบบ CPU แบบ ARM A7 ที่การประมวลไม่ดุดันมากเท่าพวก ARM A9 หรือ A15 ทำให้ CPU ของค่าย Mediatek ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากกับผู้ผลิตในระดับ 2 และ 3 (Tier 1 = ผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกอย่าง Samsung, Nokia, Apple, LG, Sony, HTC เป็นต้น ส่วน Tier 2 = ผู้ผลิตรายใหญ่จากประเทศจีนอย่าง Huawei, ZTE, TCT (Alcatel) ส่วน Tier 3 = ผู้ผลิตที่รับจ้างผลิตโทรศัพท์มือถือตามสั่ง และไม่มียี่ห้อเป็นของตัวเอง ซึ่งมีทั้งรายใหญ่และรายเล็กมากมายเต็มตลาดจีนไปหมด) ซึ่งผู้ผลิตระดับ 2 และ 3 นั้นมีจำนวนมากมายมหาศาลเลยทีเดียว เมื่อรวมยอดเข้าด้วยกันทั้งหมด โดย Mediatek นั้นจะเน้นที่การออกแบบโดยสถาปัตยกรรมแบบ ARM A7 อย่างที่กล่าวไป ซึ่งมีการพัฒนาออกมาเป็น CPU แบบ Single-Core, Dual-Core, Quad-Core และล่าสุดเป็น Octa-Core (8 แกนสมองประมวลผลพร้อมกันได้ในเวลาเดียวกัน) แต่ประหยัดพลังงานมากกว่า CPU ของ Qualcomm ที่ใช้สถาปัตยกรรมการออกแบบของ ARM A15 มาประยุกต์เป็น CPU Snapdragon Quad Core ที่เร็วกว่าใครบนโลก CPU สมาร์ทโฟน แต่แน่นอนย่อมแพงกว่า และกินพลังงานมากกว่าเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว ทำให้สมาร์ทโฟน Quad-Core ที่ใช้ CPU ของฝั่ง Mediatek มีต้นทุนถูกกว่า ราคาเครื่องก็ถูกกว่าไปโดยปริยาย ทำให้ค่ายมือถืออย่าง Sony, LG เริ่มเตรียมหันมาใช้ CPU Mediatek บ้างเพื่อทำให้ราคาต้นทุนของเครื่องฝั่งตัวเองถูกลงมาสู้กับ มือถือระดับ 2 และระดับ 3 (ในบ้านเราก็มีอย่าง Huawei, ZTE, i-mobile) นั่นทำให้ทางฝั่ง Qualcomm ต้องหันมาทำ CPU ระดับ Dual-Core, Quad-Core ระดับล่างลงมาสู้กับ Mediatek ทำให้เป็นโอกาสของมือถือสมาร์ทโฟนในระดับราคาช่วง 3 พันเริ่มหันมาใช้ CPU Dual-Core และระดับราคาช่วง 5 พันขึ้นไปกลายมาเป็น CPU Quad-Core ระดับเริ่มต้นให้เลือกใช้กันแล้วในตอนนี้

แต่ถ้าต้องการ CPU ระดับเทพก็ต้องยอมรับว่า Qualcomm ยังเป็นแชมป์โลกอย่างไม่ต้องสงสัยสำหรับ Android Smartphone และ Windows Phone ที่ Nokia เน้นใช้กับ Qualcomm เป็นหลัก ขณะที่ยักษ์ใหญ่ CPU สำหรับคอมพิวเตอร์อย่าง Intel ก็ยังหาช่องว่างเพื่อพยายามที่จะสอดแทรกเข้าสู่ตลาดต่อไป แต่ค่อนข้างยาก จึงต้องพยายามหาคู่ค้าทางธุรกิจที่เป็นผู้ผลิตคอมพิวเตอร์อย่าง Acer, Asus, Lenovo มาช่วยพัฒนาตลาดด้วยกันให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น คงต้องใช้เวลาอีกสองปีถึงน่าจะเข้ามาแข่งขันได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้

แต่มีข้อสังเกตอยู่อย่างหนึ่งอย่างสำหรับ CPU บนสมาร์ทโฟนของ Apple อย่าง iPhone 5s รุ่นล่าสุดที่หันมาใช้ CPU 64 bits บนสมาร์ทโฟน ซึ่งดูไปแล้วทำให้ Apple ดูจะเป็นเหมือนผู้นำในด้านการประมวลผลบนสมาร์ทโฟนไปเลย เพราะหันมาใช้ CPU 64 bits แบบเดียวกับที่ใช้บนคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน แต่ในอีกมุมหนึ่งอาจจะพูดได้ว่ายังเร็วไปหรือป่าว สำหรับการก้าวไปสู่ระบบ 64 bits CPU สำหรับสมาร์ทโฟนที่ไม่ได้ต้องการการประมวลผลที่ลึกล้ำซับซ้อนอย่างคอมพิวเตอร์… แต่อีกนัยหนึ่งถ้าเรารู้ว่า CPU 64 bits สามารถมีขีดความสามารถที่จะทำอะไรได้บ้าง เราก็อาจจะพัฒนาแอพฯ บนสมาร์ทโฟนที่ใช้ CPU 64 bits ให้ได้สามารถใช้ศักยภาพของ CPU ได้อย่างเต็มที่ เกินกว่าที่เราจะคาดถึง แต่กระนั้นก็คงต้องใช้เวลาในการปรับเปลี่ยน โดยเฉพาะการที่นักพัฒนาจะต้องหันมาปรับแอพฯ ของตัวเองให้ทำงานได้กับแพลตฟอร์มการประมวลผลระดับ 64 bits ให้ได้เต็มศักยภาพ ถ้าว่าไปแล้วเริ่มก่อนย่อมได้เปรียบครับ แต่จะเห็นผลลัพธ์ของมันได้เร็วได้ช้านั่นขึ้นอยู่กับการวางแผนในระยะยาวครับ ขณะที่ Qualcomm เองก็เริ่มชักคิดแล้วว่างานนี้คงอยู่เฉยไม่ได้เป็นแน่แท้ ต้องรีบเร่งในการเตรียมออก CPU 64 bits ให้เร็วขึ้น แต่ก็ต้องทำงานกับ Google Android อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การทำงานของ CPU และ Android OS สัมพันธ์กันให้ได้ดีที่สุด คาดว่าน่าจะพร้อมในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้เมื่อ Google จะประกาศ Android OS ในเวอร์ชั่นใหญ่ถัดไป อย่างไรก็ตามช่วงครึ่งปีแรก Qualcomm ก็คงผลักดัน CPU Snapdragon 805 ที่เป็นตัวเรือธงล่าสุดมาบุกตลาดบนเสียก่อน หลังจากที่เปิดตัว Snapdragon 800 ไปเมื่อปีที่แล้ว เชื่อว่าสมาร์ทโฟนที่จะใช้ CPU Snapdragon 805 น่าจะเริ่มได้เห็นในไตรมาสที่สองของปีนี้เป็นต้นไป จับตาดูกันว่าค่ายยักษ์ใหญ่หลายไหนจะเป็นรายแรกที่ใช้ Snapdragon 805 ก่อนกัน…

กล้องบนสมาร์ทโฟน จะชัดไปไหนเนี่ย แต่ก็ต้องชัดกันต่อไปอีกนะ จะบอกให้…

Nokia-Lumia-1020-Off-to-a-Slow-Start-in-the-US-371892-2

กล้องบนสมาร์ทโฟนนี่ถือว่าเป็นจุดขายหลักอีกอย่างหนึ่งที่ผู้ผลิตยังต้องเน้นย้ำกันต่อไป เพราะถ้าอะไรๆ ก็ดีไปหมดตั้งแต่รูปทรงการออกแบบ หน่วยประมวลผลเร็ว จอใหญ่จอคมจอสวย แต่ถ้ากล้องห่วยๆ ละก็ตกม้าตายหมดทุกรายครับ ปัจจุบันต้องยอมรับว่าผู้ผลิตรายใหญ่ของโลก เน้นมากๆ กับเทคโนโลยีกล้องและเซ็นเซอร์รับภาพที่ใช้กับสมาร์ทโฟนของตนเอง ยิ่งจอสวยถ่ายรูปก็ต้องสวยตามด้วย ไม่งั้นโดนจับผิดง่ายๆ เลยนะว่าไหม ในปีที่ผ่านมาต้องยอมรับเราได้เห็นการพัฒนาการของกล้องบนสมาร์ทโฟนมากมาย ตั้งแต่ค่าย Nokia ที่มาพร้อมกล้อง 41 ล้านพิกเซล PureView เลนส์ Carl Zeiss อันเลื่องชื่อ ถ่ายตรงไหนซูมภาพได้ทุกพื้นที่ ชัดเว่อร์ ใหญ่และละเอียดเว่อร์ แต่น่าเสียดายที่ Lumia 1020 ไม่ค่อยได้รับความนิยมในบ้านเราสักเท่าไร

ค่าย Sony ก็มาพร้อมเลน G ที่ใช้ชิ้นเลนส์ 5 ชิ้น เปรียบดั่งย่อส่วนเทคโนโลยี DSLR ของกล้องรุ่นใหญ่ของตัวเองลงมา ด้วยความละเอียดระดับ 20 ล้านพิกเซล ก็ถือว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียวทำให้ Xperia Z1 ดูโดดเด่นน่าใช้สมความเป็น Sony เลยจริงๆ ส่วนค่าย HTC ก็มีเทคโนโลยี Ultra Pixel ที่เน้นความหนาแน่นของแต่ละพิกเซลขึ้นถึง 4 เท่าทำให้ภาพที่ได้คมชัดเว่อร์ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว การโฟกัสก็เร็ว ถ่ายวิดีโอก็เยี่ยม ทั้งหมดอยู่บน HTC One Family : One, One Mini, One Max รักตัวไหนก็ไปเลือกกันได้เลย ต้องบอกว่า HTC One นี่สุดยอดสมาร์ทโฟนจริงๆ

นอกจากจะกล้องเยี่ยมแล้ว วัสดุยังเป็นเลิศ การทำงานประมวลก็เร็วปรี๊ด สมกับเป็น Smartphone of the Year 2013 เลยทีเดียว ขณะที่ค่าย Samsung, LG อาจไม่ได้มีเทคโนโลยีพิเศษอะไรเว่อร์ๆ แต่ก็ยังเน้นเรื่องโหมดการถ่ายภาพที่เน้นให้การทำ Digitization ในโหมดต่างๆ ทำให้ภาพที่ได้มีลูกเล่นและความคมชัดสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการถ่ายในที่มืด หรือแม้แค่ค่าย Apple ที่ใช้เลนคุณภาพสูงบน iPhone 5s ที่มี 5 ชิ้นเลนส์เช่นกัน ทำให้ภาพที่ได้ออกมานั้นต้องบอกว่าสุดยอดสมกับเป็นสมาร์ทโฟนขวัญใจประชาชนทั้งโลกเลยทีเดียว คาดว่าในปีนี้การแข่งขันในด้านกล้องจะยังคงสู้กันหนักต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านความละเอียดของกล้องยังเป็นตัวเลขที่ต้องมาวัดมาสู้กันต่อไป ความคมชัดที่จะต้องใช้ชิ้นเลนส์ของกล้องอย่างน้อย 5 ชิ้นเลนส์ขึ้นไปเพื่อให้คุณภาพของภาพไม่มีที่ติ รวมถึงในเรื่องของการพัฒนา Software ในการใช้งานการถ่ายภาพนิ่ง ภาพวิดีโอ ก็ถือเป็นส่วนสำคัญมากอีกส่วนหนึ่ง เพราะนั่นหมายถึงประสบการณ์การใช้งานที่จะสร้างความประทับใจเพื่อผู้ใช้จะได้ไปบอกต่อนั่นเอง เพราะต้องยอมรับว่าการถ่ายภาพบนสมาร์ทโฟนถือเป็นเรื่องสำคัญใกล้ตัว เราใช้กันบ่อยๆ แทบจะตลอดเวลา และน่าจะเป็นฟังก์ชั่นที่ผู้ใช้ใช้มากที่สุดไปแล้ว

สำหรับแฟนๆท่านใดที่มีคำถาม สามารถติดตามมาได้ที่ twitter ของผม @peter2514 นะครับ ส่วน facebook ตามมาได้ที่ www.facebook.com/Peerapol หรือจะติดตาม Instagram ก็ Search หา ID “peter2514” ได้นะครับ แล้วเจอกันใหม่ฉบับหน้านะครับ ขอบคุณทุกการติดตามครับ

 

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

Click to comment

You must be logged in to post a comment Login

Leave a Reply

To Top