Review

รีวิว Wiko U FEEL ความลงตัวของประสิทธิภาพที่คุณรู้สึกได้

Wiko U FEEL ถูกส่งมาลุยตลาดสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้น ด้วยอาวุธครบมือ ทั้งในเรื่องของงานดีไซน์ และวัสดุที่ทำออกมาได้เรียบหรูเกินราคา พร้อมกับนำเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือเข้ามาใส่ไว้พร้อมลูกเล่นการใช้งานที่มากกว่าแค่ปลดล็อคหน้าจอ

Wiko U FEEL

มือถือแบรนด์สัญชาติฝรั่งเศสอย่าง Wiko ปล่อยสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่อย่าง Wiko U FEEL ออกมาชิงพื้นที่ตลาดมือถือราคาเบาๆ ชูจุดเด่นด้วยสเปคที่ค่อนข้างคุ้มค่า ด้วยหน้าจอ IPS ขนาด 5 นิ้ว ไซส์กำลังดีพิมพ์นิยม มีความละเอียดระดับ HD 720p แม้จะไม่คมกริบ แต่ก็ยังใช้งานได้ชัดเจน ให้สีสันที่สดใส ในมุมมองท่ค่อนข้างกว้าง ตามสไตล์ของหน้าจอ IPS ในส่วนของดีไซน์ยังคงยึดแนวทางสวยงาม แบบเรียบง่าย ไม่หวือหวา และแอบเพิ่มความพรีเมียมด้วยขอบเครื่องโลหะโค้งมนรับกับกระจกกันรอยขอบโค้ง 2.5D ได้อย่างลงตัว ให้ความรู้สึกที่ดีในยามจับถือตัวเครื่องใช้งาน ซึ่งถือว่า Wiko ทำการบ้านเรื่องวัสดุ และงานประกอบออกมาได้ดี สำหรับมือถือราคาประมาณครึ่งหมื่นเครื่องนี้

ในเรื่องของประสิทธิภาพการใช้งานของ Wiko U FEEL จะถูกขับเคลื่อนด้วยขุมพลังจากชิป MediaTek 6735 ซึ่งมีหน่วยประมวลผลแบบ Quad-Core ความเร็ว 1.3 GHz พร้อม RAM 3 GB รันระบบปฏิบัติการ Android 6.0 (Marshmallow) เวอร์ชันใหม่ล่าสุด ซึ่งจากการทดลองใช้งาน ก็พบว่าสามารถตอบสนองการใช้งานทั่วไปได้ลื่นไหลดี แต่ในส่วนของการประมวลผลภาพ 3 มิติ ของเกมที่มีกราฟิกหนักๆ ในบางจังหวะของการเล่นหากต้องไปเจอฉากที่มีเฟรมเรทสูงๆ ก็จะมีอาการหน่วงให้ได้พบเจออยู่บ้าง

Physical Overview

1

Wiko U FEEL มาพร้อมหน้าจอ IPS HD ขนาด 5 นิ้ว ขอบด้านบนหน้าจอเป็นตำแหน่งของลำโพงสนทนา, เซ็นเซอร์วัดแสง, เซ็นเซอร์วัดระยะห่าง ขาดไม่ได้กับกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ที่มีเซลฟี่แฟลชติดมาให้ใช้งาน รวมไปถึงไฟ LED Notification ที่ส่องสว่างเพื่อแจ้งสถานะต่างๆ

2

พื้นที่ด้านล่างหน้าจอเป็นตำแหน่งของปุ่ม Home ซึ่งมีความพิเศษตรงที่สามารถใช้งานเป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ เพื่อปลดล็อคเข้าใช้งานตัวเครื่อง รวมถึงสามารถตั้งค่าให้สแกนนิ้วเพื่อเข้าถึงฟังก์ชั่นการใช้งานอื่นๆ ได้อย่างหลากหลาย

3

อีกหนึ่งจุดเด่นของ Wiko U FEEL คือมีขอบตัวเครื่องที่ใช้วัสดุโลหะ โดยที่ขอบด้านขวาของตัวเครื่องมีปุ่มปรับระดับเสียง ซึ่งสามารถใช้งานเป็นปุ่มชัตเตอร์เมื่ออยู่ในโหมดถ่ายภาพ และยังมีปุ่ม Power สำหรับเปิด-ปิดเครื่อง และ เปิด-ปิดหน้าจอ จัดวางอยู่ใกล้กัน

4

ย้ายมาดูที่ขอบบนของ Wiko U FEEL  จะพบกับช่องต่อหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตร จัดวางอยู่เพียงอย่างเดียว

5

ขอบล่างของตัวเครื่องเป็นตำแหน่งของช่องไมโครโฟนสนทนา, พอร์ท microUSB สำหรับเสียบสายชาร์จ และสายดาต้า (รองรับการใช้งาน USB OTG) นอกจากนี้ยังมีและร่องสำหรับงัดเพื่อเปิดฝาหลังจัดวางอยู่ไม่ไกล

6

พลิกมาที่ด้านหลังจะพบกับกล้องถ่ายภาพระบบออโต้โฟกัสความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED นอกจากนี้ลำโพงตัวเครื่องก็ถูกจัดวางอยู่ที่บริเวณด้านหลังเช่นเดียวกัน

7

เมื่อเปิดฝาหลังออกมาจะพบกับช่องใส่ microSIM 2 ช่อง และช่องใส่ microSD แต่ในส่วนของแบตเตอรี่ความจุ 2500 mAh ที่ด้านล่าง จะเป็นแบบฝังติดมากับตัวเครื่อง ไม่สามารถถอดแปลี่ยนเองได้แต่อย่างใด

Fingerprint Sensor

            นอกจากสเปคกำลังดีในราคาที่ไม่สูงจนเกินไปนัก Wiko U FEEL ยังมีไม้เด็ดอย่างเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดมาให้ได้ใช้งานกัน ด้วยความสามารถในการรองรับลายนิ้วมือได้สูงสุด 5 นิ้ว ซึ่งเราสามารถตั้งค่าการใช้งานเพิ่มเติมให้กับลายนิ้วมือแต่ละนิ้วที่บันทึกไว้นอกเหนือจากการปลดล็อคหน้าจอได้อีกด้วย โดยเราสามารถตั้งค่าจำกัดการเข้าใช้งานแอพฯ รวมไปถึงไฟล์ต่างๆ ให้เข้าถึงได้ด้วยการสแกนลายนิ้วมือที่เราบันทึกเอาไว้เท่านั้น หรือจะเลือกตั้งค่า Quick Actions ให้สแกนนิ้วเพื่อปลดล็อคแล้วเปิดใช้งานแอพฯ ที่เราต้องการ หรือ ไปยังรายชื่อผู้ติดต่อที่เราอยากโทรหาได้ทันที นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์เสริมที่จะมาช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งานอย่าง Smart Action หรือการสั่งงานด้วยท่าทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเคาะหน้าจอ 2 ครั้ง เพื่อเปิดหน้าจอ, คว่ำหน้าจอเพื่อปิดเสียงเรียกเข้า – เสียงปลุก, รับสายอัตโนมัติเมื่อยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู ฯลฯ และ Smart Gesture สำหรับวาดนิ้วลงเป็นตัวอักษรต่างๆ ลงบนหน้าจอ Active Screen เพื่อเปิดแอพฯ, โทรศัพท์ หรือส่งข้อความ SMS หาคนสนิท

13 Mega Pixels Camera

Wiko U FEEL มาพร้อมกล้องถ่ายภาพระบบออโต้โฟกัสความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช LED 1 ดวง ใช้เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX285 ซึ่งภาพที่ได้จากการทดสอบ ก็ต้องถือว่าทำได้ดีในสภาวะแสงปกติ มีการจับโฟกัสที่รวดเร็ว แม่นยำดั่งใจ ไม่ค่อยโชว์วืดให้เห็นสักเท่าไหร่ จะแอบมีเป๋เล็กๆ เมื่อต้องนำไปใช้งานในสภาวะแสงน้อย แต่โดยรวมก็ยังถือว่าเป็นกล้องติดมือถือที่เอาไว้ถ่ายนู่นนี่ อัพขึ้นโซเชียลได้ด้วยคุณภาพที่ไม่อายใคร สำหรับฟีเจอร์การใช้งานกล้อง ก็ได้ใส่โหมด Professional มาให้เราได้ปรับแต่งค่า ISO, White Balance, ความสว่าง และความคมชัดด้วยตัวเอง รวมถึงสามารถล็อคจุดโฟกัส และเลือกจุดวัดแสงแยกกันได้อย่างอิสระ ซึ่งช่วยให้ถ่ายภาพได้สนุกขึ้นพอสมควร แต่จะหวังให้ถึงขั้นที่สามารถปรับสปีดชัตเตอร์ หรือระยะโฟกัสได้แบบรุ่นใหญ่ราคาสูงก็ดูเป็นมวยข้ามรุ่นไปสักหน่อย ส่วนกล้องหน้า 5 ล้านพิกเซลที่ติดมาก็ถือว่าไม่ได้ไก่กา เพราะได้ใส่เซลฟี่แฟลชสำหรับถ่ายเซลฟี่ในที่แสงน้อย ขาดไม่ได้กับโหมดบิวตี้หน้าเนียน ที่เสริมความน่าสนใจด้วยฟังก์ชั่นไวด์เซลฟี่ หรือการถ่ายภาพเซลฟี่มุมกว้าง ให้ถ่ายภาพร่วมกับเพื่อนเป็นหมู่คณะได้โดยไม่ต้องพึ่งไม้เซลฟี่

ภาพโคลสอัพระยะใกล้

ภาพถ่ายกลางแจ้ง

Connectivity

ในเรื่องของการเชื่อมต่อ Wiko U FEEL ก็จัดมาให้ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น 4G LTE, 3G ทุกเครือข่าย (สลับการเชื่อมต่อได้จากทั้ง 2 ซิม), มีพอร์ต microUSB 2.0 ที่รองรับการใช้งาน USB OTG ผ่านสาย OTG หรือใช้ร่วมกับแฟลชไดรฟ์ 2 หัวที่เป็น USB Dual-Drive เอาไว้โอนถ่ายไฟล์ หรือเปิดไฟล์ต่างๆ บน Wiko U FEEL ได้อย่างสะดวก

Final Opinion & Conclusion

Wiko U FEEL ถูกส่งมาลุยตลาดสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้น ด้วยอาวุธครบมือ ทั้งในเรื่องของงานดีไซน์ และวัสดุที่ทำออกมาได้เรียบหรูเกินราคา พร้อมกับนำเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือเข้ามาใส่ไว้พร้อมลูกเล่นการใช้งานที่มากกว่าแค่ปลดล็อคหน้าจอ เสริมด้วยประสิทธิภาพที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปได้เป็นอย่างดี ซึ่งอาวุธเหล่านี้ น่าจะช่วยให้ WiKo U FEEL สามารถฝ่าฟันการแข่งขันอันดุเดือด ผงาดขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งรุ่นเด่นที่น่าสนใจ สำหรับใครที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนราคาเบา สเปคครบมาใช้งานกันสักเครื่อง

Strength

  • หน้าจอ IPS HD ขนาด 5 นิ้ว, กรอบตัวเครื่องโลหะ
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
  • ชิป MediaTek ซีพียู Quad-Core ความเร็ว 1.5 GHz, RAM 3 GB
  • ระบบปฏิบัติการ Android 6.0 (Marshmallow)
  • หน่วยความจำภายใน 32 GB/ รองรับ microSD สูงสุด 64 GB
  • รองรับการใช้งาน 2 ซิม
  • รองรับ 4G / 3G / Wi-Fi
  • กล้องหลัก 13 ล้านพิกเซล , ออโต้โฟกัส, LED Flash
  • กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล, บิวตี้โหมด, ไวด์เซลฟี่, เซลฟี่แฟลช
  • เครื่องเล่น MP3 และ วิทยุ FM
  • รองรับ USB OTG

Weakness

  • ถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่เองไม่ได้
  • ความจุแบตเตอรี่น้อยไปหน่อย

รูปตัวเครื่อง Wiko U FEEL

Wiko U FEEL-01

Wiko U FEEL-02Wiko U FEEL-03

รูปหน้าจอ Wiko U FEEL

1 2

3 4

5 6

7 8

9 10

ข้อมูลทั่วไป

ราคา 5,990 บาท

ขนาด, น้ำหนัก 143 x 70.7  x 8.55  มิลลิเมตร, 145 กรัม
เครือข่าย GSM 850/900/1800/1900 MHz

WCDMA 850/900/2100 MHz

4G LTE 900/1800/2100 MHz

แบตเตอรี่ Li-Po 2500 mAh
ระยะเวลาสแตนด์บาย สูงสุดประมาณ 212 ชั่วโมง
ระยะเวลาสนทนา สูงสุดประมาณ 25 ชั่วโมง (2G), 13 ชั่วโมง (3G)
ระบบการทำงาน
ระบบปฏิบัติการ Android 6.0 (Marshmallow)
หน่วยประมวลผล MediaTek 6735 Quad-Core 1.3 GHz, Mali T720 MP2 GPU
หน่วยความจำภายใน 32 GB, 3 GB RAM
หน่วยความจำภายนอก Micro SD Card สูงสุด 64 GB
จำนวนซิมการ์ด, ประเภท 2, microSIM
 

จอแสดงผล

ความละเอียด, ขนาด HD 1280 x 720 พิกเซล, ขนาด 5 นิ้ว (294ppi)
ชนิดและจำนวนสี IPS Capacitive touchscreen 16 ล้านสี
เสียง
การใช้คำสั่งเสียง มี
ลำโพงสเตอริโอ ไม่มี
แฮนด์ฟรี มี
บันทึกเสียง มี
มัลติมีเดีย
กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล,ออโต้โฟกัส, แฟลช LED
กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล, เซลฟี่แฟลช
กล้องวิดีโอ มี (Full HD 1080p)
วิทยุ FM มี
เครื่องเล่นเพลง MP3 มี
เครื่องเล่นวิดีโอ มี
การเชื่อมต่อและรับส่งข้อมูล
การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอก Bluetooth 4.0 (A2DP), microUSB 2.0 (USB OTG), Wi-Fi 802.11 b/g/n
3G HSDPA 42.2 Mbps
4G LTE LTE Cat. 4, DL 150 Mbps, UL 50 Mbps
อื่นๆ เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

รีวิว Wiko U FEEL ความลงตัวของประสิทธิภาพที่คุณรู้สึกได้
To Top