Review

รีวิว vivo X70 Series 5G สมาร์ทโฟนแฟล็คชิปสุดหรู ที่มาพร้อมเทคโนโลยีการถ่ายภาพ ZEISS T*

vivo X70 Series 5G 2 รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง vivo X70 5G และ vivo X70 Pro 5G ทีมงาน What Phone ก็ไม่รอช้ารีบทำรีวิวให้ท่านผู้อ่านให้ได้อ่านก่อนใคร

หลังจากที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการกันไปแล้ว กับสมาร์ทโฟนแฟล็คชิพ vivo X70 Series 5G 2 รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง vivo X70 5G และ vivo X70 Pro 5G ทีมงาน What Phone ก็ไม่รอช้ารีบทำรีวิวให้ท่านผู้อ่านให้ได้อ่านก่อนใคร สำหรับรุ่นนี้ก็ยังได้รับการพัฒนากล้องถ่ายภาพอย่างต่อเนื่องโดยร่วมมือกับ ZEISS พร้อมทั้งได้รับการรับรอง ZEISS T* ที่เข้ามาช่วยให้การถ่ายภาพสวยงามมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังได้พัฒนาให้มีระบบกันสั่นที่ดีขึ้นกว่าเดิมด้วย มาดูกันว่าทั้งสเป็ค และการถ่ายภาพรุ่นใหม่นี้จะดีขึ้นอย่างไรบ้าง

vivo X70 Pro 5G

แกะกล่อง รีวิว vivo X70 Pro 5G

  • vivo X70 Pro 5G สี Cosmic Black
  • อแดปเตอร์ vivo FlashCharge กำลังไฟ 44 วัตต์
  • สายชาร์จแบตเตอรี่แบบ USB-C
  • ชุดหูฟังแบบ In-ear แบบ 3.5 มม.
  • อแดปเตอร์แปลงแจ็ค 3.5 มม. เป็น USB-C
  • เคสแบบซิลิโคนใส
  • เข็มจิ้มถาดซิมการ์ด
  • ใบรับประกันสินค้า, คู่มือการใช้งาน

vivo X70 Pro 5G

vivo X70 Pro 5G

ความพิเศษของสมาร์ทโฟน Flagship จาก vivo ที่สังเกตได้คือกล่องจะมีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ อีกทั้งยังมีความหรูหราสมกับเป็นสมาร์ทโฟน Flagship ด้านหน้ากล่องมีชื่อรุ่น X70 Pro พร้อมข้อความ Co-engineered with ZEISS ซึ่งถือเป็นความร่วมมือในการพัฒนากล้องต่อเนื่องจากรุ่นก่อน ส่วนอุปกรณ์ในกล่องก็มีมาให้อย่างครบครัน ไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่มเติมแม้กระทั่งฟิล์มกันรอย เพราะติดมาให้จากโรงงานแล้ว

vivo X70 Pro 5G

vivo X70 Pro 5G

vivo X70 Series 5G ดีไซน์สวยหรู มีระดับ

ครั้งนี้ทีมงาน What Phone ได้สมาร์ทโฟนสีดำ Cosmic Black มาทดสอบ ซึ่งเป็นสีที่เราไม่ค่อยจะเห็นจากแบรนด์ vivo แต่สำหรับคราวนี้ vivo X70 Series 5G ทำสีดำออกมาได้สวยงามแปลกตามาก เรียกได้ว่าไม่เหมือนใครเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ทั้งสองรุ่นยังมีสี Aurora Dawn ให้เลือกอีกด้วย ฝาหลังใช้เทคโนโลยี Fluorite AG ถือได้สบายไม่เกิดรอยนิ้วมือ คงความสวยงามโดยที่ไม่ต้องเช็ดบ่อยๆ และเมื่อสังเกตใกล้ๆ จะเห็นความระยิบระยับเมื่อสะท้อนกับแสง ดูเหมือนดวงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เผยให้เห็นความยิ่งใหญ่ของจักรวาลอันกว้างใหญ่ นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมีดีไซน์บางเฉียบเพียง 7.99 มม. และเบาเพียง 184 กรัมเท่านั้น

vivo X70 Pro 5G

vivo X70 Pro 5G

vivo X70 Pro 5G

หน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ที่ให้สีสันสมจริง ขนาด 6.56 นิ้ว แสดงผลด้วยอัตรารีเฟรชเรท 120 Hz ความละเอียด FHD+ (1080 x 2376 พิกเซล) รองรับการแสดงผล HDR 10+ หน้าจอมีขอบโค้งรับกับอุ้งมือ ส่วนบนของหน้าจอมีกล้องหน้า พร้อมลำโพงสนทนาที่มีขนาดเล็กมากซ่อนอยู่จนแทบมองไม่เห็น ส่วนล่างของหน้าจอมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ฝังอยู่ใต้หน้าจอ สามารถปลดล็อคได้อย่างรวดเร็วทันใจ

vivo X70 Pro 5G

vivo X70 Pro 5G

vivo X70 Pro 5G

จอแสดงผลยังรองรับการแสดงผลแบบ Always on Display ที่จะแสดงนาฬิกา และการแจ้งเตือนต่างๆ ตลอดเวลา โดยไม่เปิดหน้าจอขึ้นมาดูให้เสียเวลา อีกทั้งยังประหยัดพลังงานด้วย

vivo X70 Pro 5G

ที่ด้านหลังเป็นกระจกแบบด้าน เป็นสี Cosmic Black มีผิวสัมผัสแบบด้าน ไม่ติดลายนิ้วมือ ส่วนของกล้อง 4 เลนส์ พร้อมไฟแฟลชแบบ LED มีการจัดวางรูปแบบ Cloud Valley พร้อมโลโก้ ZEISS T* รับรองว่าเป็นไปตามมาตรฐานของการเคลือบ ซึ่งช่วยปรับปรุงคุณภาพของภาพอย่างมีประสิทธิภาพ ให้ค่าสีได้อย่างแม่นยำ ทำให้ทุกภาพที่คุณถ่าย มีสีสันสดใสยิ่งขึ้น ส่วนกล้องนี้จะนูนขึ้นมาจากตัวเครื่องเล็กน้อย แต่ก็ปกป้องได้ด้วยเคสที่มีมาให้ในกล่อง ไม่ต้องกังวลว่ากล้องจะเป็นรอยเมื่อวางบนพื้นโต๊ะ

vivo X70 Pro 5G

vivo X70 Pro 5G

ด้านข้างได้รับการออกแบบอย่างสมมาตร ขอบโค้งรับกับอุ้งมือ ทำให้จับได้ถนัดมากยิ่งขึ้น ที่ด้านซ้ายดีไซน์แบบโล่งๆ ไม่มีปุ่มกดใดๆ ส่วนข้างขวามีปุ่มปรับระดับเสียงสนทนา ถัดลงมาเป็นปุ่มเปิดปิดเครื่อง

vivo X70 Pro 5G

vivo X70 Pro 5G

ที่ด้านบนของตัวเครื่องมีข้อความ Professional Photography และยังมีช่องไมโครโฟนสำหรับตัดเสียงรบกวน และบันทึกเสียงขณะบันทึกวิดีโอไปด้วยในตัว ใกล้ๆ กันเป็นพอร์ตอินฟราเรดสำหรับสั่งงานเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ โดยใช้งานร่วมกับแอพฯ รีโมทอัจฉริยะ

vivo X70 Pro 5G

และที่ด้านล่างมีช่องใส่ถาดซิมการ์ด 2 ช่อง เป็นแบบประกบด้านบนด้านล่าง ถัดมาเป็นช่องไมโครโฟนสนทนา, ช่องเสียบสายชาร์จแบตเตอรี่แบบ USB-C และลำโพงของตัวเครื่อง 

vivo X70 Pro 5G

กล้องหลัง ZEISS T* ระดับมืออาชีพ พร้อมกันสั่น Gimbal Stabilization 3.0 ที่นิ่งกว่าเดิม

ในรุ่นก่อน vivo X60 Pro 5G ถือเป็นรุ่นแรกที่ vivo ร่วมกับ ZEISS ผู้ผลิตเลนส์มืออาชีพ สำหรับครั้งนี้นอกจากจะยังร่วมกันพัฒนากล้องถ่ายภาพบนสมาร์ทโฟนแล้ว ยังได้นำเอาเทคโนโลยีการเคลือบหน้าเลนส์ที่เข้ามาช่วยปรับปรุงคุณภาพของภาพให้ค่าสีที่แม่นยำมากยิ่งขึ้น ทำให้ภาพถ่ายมีสีสันสดใสสมจริงยิ่งกว่าเดิม และในรุ่นนี้ได้นำเอาเซ็นเซอร์ Sony IMX766V รุ่นใหม่ล่าสุด ความละเอียดสูงถึง 50 ล้านพิกเซล เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีระบบกันสั่นแบบ Gimbal ที่พัฒนามาเป็นเวอร์ชั่นที่ 3.0 ช่วยกันภาพสั่นไหวได้ถึง 4 แกน ช่วยให้ทั้งการถ่ายภาพนิ่ง และถ่ายวิดีโอไม่สั่นไหว ถึงแม้ว่าจะเดินถ่ายวิดีโอก็ตาม สำหรับกล้องหลังของ vivo X70 Series 5G มีรายละเอียดสเป็คดังนี้

vivo X70 Pro 5G

สเป็คกล้อง vivo X70 Pro 5G

  • กล้องหลัง 4 เลนส์
    • กล้องหลักเลนส์ Wide 50 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX766V รูรับแสงกว้าง f/1.75 พร้อมเทคโนโลยีกันสั่น Gimbal Stabilization 3.0
    • กล้อง Periscope Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/3.4 ซูมออฟติคอล 5 เท่า
    • กล้อง Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.0
    • กล้อง Ultra wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.0
  • กล้องหน้า ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.45

สเป็คกล้อง vivo X70 5G

  • กล้องหลัง 3 เลนส์
    • กล้องหลักเลนส์ Wide 40 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX766V รูรับแสงกว้าง f/1.89 พร้อมเทคโนโลยีกันสั่น Gimbal Stabilization 3.0
    • กล้อง Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.2
    • กล้อง Ultra wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/1.98
  • กล้องหน้า ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.45

vivo X70 Pro 5G

สำหรับการถ่ายวิดีโอก็สามารถถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุดถึง 4K 60 เฟรมต่อวินาที มีโหมด Pro Cinematic Mode รองรับการถ่ายวิดีโอภาพด้วยอัตราส่วนกว้างยาว 2.35: 1 ช่วยให้การถ่ายคลิปวิดีโอดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น อีกทั้งยังมีระบบ Gimbal Stabilization 3.0 ช่วยให้ภาพไม่สั่นไหว ทั้งภาพนิ่ง และการถ่ายวิดีโอ ไม่จำเป็นต้องอาศัยอุปกรณ์กันสั่นใดๆ เพิ่มเติมเลย

ย่อเทคโนโลยีเลนส์ ZEISS ให้คุณถ่ายภาพ Portrait ได้ไม่เหมือนใคร

จากเทคโนโลยีเลนส์ถ่ายภาพจาก ZEISS ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการถ่ายภาพ Portriat ถูกย่อขนาดลงมาไว้ในสมาร์ทโฟน vivo ซึ่งหากใครที่เคยเล่นกล้อง DSLR มาก่อนจะทราบดีว่า ZEISS จะมีเลนส์อยู่หลายแบบที่ให้ภาพแตกต่างกันออกไป อย่างในรุ่นก่อนจะมีเพียงแค่เทคโนโลยีเลนส์ ZEISS Biotar เพียงแบบเดียว แต่คราวนี้มามีมาเพิ่มให้อีกถึง 3 แบบ นั่นก็คือ Sonnar, Plana, Distagon โดยเป็นการสร้างภาพ Bokeh และ Facula ทำให้จุดศูนย์รวมของการถ่ายภาพคนนั้นชัดเจนมากยิ่งขึ้น เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเลนส์ ZEISS ที่สมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ไม่มี นอกจากนี้ยังมีฟิลเตอร์แบบอื่นๆ ให้เลือกถ่าย ทำให้ภาพดูแตกต่าง ไม่เหมือนใคร

vivo X70 Pro 5G

vivo X70 Pro 5G

ในโหมดการถ่ายภาพ Portrait ของ X70 Pro ที่นอกจากจะปรับหน้าชัดหลังเบลอได้แล้ว ยังมีลูกเล่นให้เลือกถ่ายภาพอีกมากมาย โดยเฉพาะการถ่ายภาพตอนกลางคืนก็จะช่วยทำให้ใบหน้าสว่างใส พร้อมทั้งปรับไฟด้านหลังให้เป็น Bokeh สวยงาม และยังเลือกได้อีกว่าจะให้ดวงไฟเป็นดวงกลม เป็นดาว รูปหัวใจ ผีเสื้อ หรือดอกไม้ได้อีกด้วย ถือเป็นลูกเล่นในการถ่ายภาพที่เหมาะกับการถ่ายภาพตอนกลางคืนที่จะทำให้ดูแปลกตาไม่เหมือนใคร

ในโหมดการถ่ายภาพอื่นๆ ก็ยังมีลูกเล่นสนุกๆ ให้เราได้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกฟิลเตอร์สีแบบต่างๆ ทั้งแบบธรรมชาติ, วินเทจ, แฟชั่น ฯลฯ มีโหมดใบหน้าสวยที่จะช่วยปรับโทนสีผิว, ปรับความขาวของใบหน้า, ปรับรูปหน้า, ปรับตาโต, ปรับจมูก, ปรับกราม และอื่นๆ อีกมากมาย และยังมีโหมดท่าทางที่มีตัวอย่างการโพสท่าถ่ายภาพให้เลือก และที่ขาดไม่ได้คือการถ่ายหน้าชัดหลังละลาย สามารถปรับค่ารูรับแสงได้ต่ำสุด f/0.95 ซึ่งจะทำให้ฉากหลังละลายพร้อมกับทำให้ภาพบุคคลดูโดดเด่นขึ้นมาทันที

เมื่อถ่ายภาพเสร็จแล้วยังสามารถนำภาพที่ถ่ายด้วยโหมด Portrait มาเลือกจุดโฟกัสภายหลังได้ และยังสามารถนำมาแต่งภาพด้วยระบบ AI เมคอัพ หรือจะใส่เอฟเฟ็คท์แสง ใส่ฟิลเตอร์สีต่างๆ สามารถปรับแต่งภาพได้หลากหลายไม่รู้จบ

vivo X70 Pro 5G

vivo X70 Pro 5G

ถ่ายภาพกลางคืนได้ง่ายขึ้นด้วย Real-Time Extreme Night Vision

จากเดิมการถ่ายภาพตอนกลางคืนเราไม่สามารถจัดองค์ประกอบในการถ่ายภาพได้ทันที เพราะภาพที่ปรากฎบนหน้าจอจะค่อนข้างมืด เมื่อถ่ายภาพออกมาแล้วระบบจึงจะประมวลผลภาพออกมาให้เราได้ดูภายหลัง แต่สำหรับ vivo X70 Series 5G เราสามารถดูภาพการถ่ายตอนกลางคืนแบบ Real-Time ได้เลย จึงไม่ต้องไปลุ้นหลังกล้องว่าภาพจะออกมายังไง ทำให้เราจัดองค์ประกอบภาพได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้เซ็นเซอร์ภาพที่มีขนาดใหญ่ถึง 50 ล้านพิกเซล เมื่อถ่ายในโหมดปกติจะได้ภาพที่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ซึ่งเป็นการนำเอา 4 พิกเซลรวมเป็น 1 พิกเซล ทำให้เซ็นเซอร์รับแสงได้มากขึ้น และอีกหนึ่งคุณสมบัติของการเคลือบ ZEISS T* คือการช่วยลดการเกิด Ghosting และ Stay light เวลาถ่ายภาพตอนกลางคืน ทำให้ภาพที่ออกมาได้แสงที่ไม่ผิดเพี้ยนอีกด้วย

และสำหรับใครที่ชื่นชอบการถ่ายภาพดวงดาวบนท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ก็มีโหมด Astro ที่จะทำให้เราเก็บภาพได้ง่ายขึ้น เพียงแค่มีขาตั้งกล้องแล้วกดถ่ายภาพ ระบบจะคำนวนการเปิดชัตเตอร์ค้างไว้โดยอิงจากแสงอัตโนมัติ ซึ่งหากเป็นการถ่ายภาพดวงดาวก็จะใช้เวลานานประมาณ 60-120 วินาที แต่การรอคอยก็ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ เพราะกล้องสามารถเก็บภาพดวงดาวได้เหมือนกับกล้อง DSLR แต่เราขอแนะนำให้ถ่ายนอกเมืองที่มีแสงน้อย ปราศจากแสงไฟรบกวน จะได้ภาพที่สวยงามน่าประทับใจมากๆ นอกจากนี้ยังมีโหมด Super Moon ที่จะช่วยให้การถ่ายภาพดวงจันทร์มีขนาดใหญ่ และสวยงามมากยิ่งขึ้น

โหมดถ่ายภาพอื่นๆ

นอกจากนี้แล้วยังมีโหมดการถ่ายภาพในแบบอื่นๆ ให้เลือกใช้งานมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

  • 50 MP เหมาะสำหรับใช้ถ่ายภาพความละเอียดสูง โดยกล้องจะถ่ายที่ความละเอียดสูงสุดที่ 50 ล้านพิกเซล 
  • Panorama เหมาะสำหรับใช้ถ่ายภาพในมุมกว้าง สามารถเก็บภาพได้ทีละเฟรมแล้วนำมาต่อกันเป็นภาพมุมกว้างแบบพาโนรามา
  • Live Photo เป็นการถ่ายภาพนิ่งพร้อมเก็บภาพเคลื่อนไหวสั้นๆ ทำให้ภาพถ่ายดูมีชีวิตชีวาเมื่อเปิดดู
  • Slow-Mo เป็นการถ่ายวิดีโอแบบช้า สามารถถ่ายได้สูงสุด 240 เฟรมต่อวินาที
  • Time-Lapse เป็นการถ่ายวิดีโอแบบเร็ว เหมาะกับการตั้งกล้องเพื่อเร่งการเคลื่อนไหวเก็บไว้ในไม่กี่วินาที
  • Pro เป็นการถ่ายภาพในแบบมืออาชีพ สามารถเลือกปรับค่าความสว่าง, ค่า ISO, สปีดชัตเตอร์, White Balance ได้
  • Sticker AR เป็นการถ่ายภาพ หรือคลิปวิดีโอพร้อมสติ๊กเกอร์ AR ที่จะตรวจจับใบหน้า และสติ๊กเกอร์ก็จะติดอยู่บนใบหน้าตลอดเวลา แม้จะเคลื่อนที่ก็ตาม
  • Super Moon เป็นโหมดการถ่ายพระจันทร์ ซึ่งจะมีระบบ AI ช่วยให้การถ่ายภาพพระจันทร์สวยงาม และง่ายยิ่งขึ้น
  • Doc เป็นโหมดช่วยถ่ายภาพเอกสาร ซึ่งจะทำให้ตัวอักษรชัดเจนอ่านง่ายขึ้น
  • Pro Sport Mode เป็นโหมดช่วยถ่ายภาพที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเช่นภาพรถ หรือคนกำลังวิ่ง ทำให้ถ่ายภาพได้คมชัด ไม่เบลอ

MediaTek Dimensity 1200 – vivo 5G Platform หน่วยประมวลผลระดับแฟล็คชิพ 

ด้วยหน่วยประมวลผลระดับ Flagship รุ่นใหม่ล่าสุดจาก MediaTek Dimensity 1200 Octa-core ความเร็ว 3.0 GHz ที่มีประสิทธิภาพทั้งความเร็วแรง และการจัดการพลังงาน ในรุ่น X70 Pro 5G มาพร้อมหน่วยความจำ RAM ขนาดใหญ่ถึง 12 GB และยังเพิ่ม RAM ได้อีก 4 GB รวมเป็น 16 GB รองรับการเปิดใช้งานได้หลายแอพฯ ส่วนพื้นที่หน่วยความจำจัดเก็บช้อมูลขนาดใหญ่ถึง 256 GB เทคโนโลยี UFS 3.1 ช่วยให้จัดเก็บข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ส่วน X70 5G มีหน่วยความจำ RAM มาให้ 8 GB พร้อม ROM ขนาดใหญ่ 128 GB ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย Funtouch OS 12 เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด พร้อมรองรับการอัพเดทเวอร์ชั่นใหม่ๆ ในอนาคต

vivo X70 Pro 5G

vivo X70 Pro 5G

ในการทดสอบประสิทธิภาพพลังการประมวลผลด้วยแอพฯ Antutu Benchmark เวอร์ชั่น 8.5.3 ที่เราใช้ทดสอบเป็นประจำสามารถทำคะแนนได้สูงถึง 605,114 คะแนน

vivo X70 Pro 5G

ส่วนผลการทดสอบด้วยแอพฯ Geekbench 5 ก็สามารถทำคะแนน Single-core ได้สูงถึง 876 คะแนน และ Multi-core ทำคะแนนได้ถึง 3028 คะแนนเลยทีเดียว

vivo X70 Pro 5G

ในการเล่นเกมก็มีระบบ Multi-Turbo ที่จะเข้ามาช่วยให้การเล่นเกมลื่นไหลมากขึ้น ซึ่งฟีเจอร์เหล่านี้จะช่วยจัดสรรทรัพยากรที่มีในเครื่องมาสำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะ และยังช่วยให้การแจ้งเตือน หรือโทรเข้าขัดจังหวะการเล่นเกมอีกด้วย นอกจากนี้ vivo X70 Series 5G ยังเปลี่ยนมาใช้ระบบสั่นแบบ Linear Motor ทำให้เอฟเฟ็คท์การสั่นสะเทือนในการเล่นเกมสมจริงมากยิ่งขึ้น จากการทดสอบเล่นเกม PUBG Mobile ซึ่งเป็นเกมที่ใช้การประมวลผลภาพ 3D ที่หนักมาก แต่ก็ยังสามารถเลือกปรับได้ที่ความละเอียดสูงสุดที่ระดับ Ultra สามารถเล่นได้อย่างลื่นไหล ไม่มีกระตุก

vivo X70 Pro 5G

vivo X70 Pro 5G

ชาร์จเร็วทันใจด้วย vivo FlashCharge 44 วัตต์

พัฒนาไปอีกขึ้นด้วยการชาร์จแบตเตอรี่ด้วยกำลังไฟสูงถึง 44 วัตต์ สามารถชาร์จได้อย่างรวดเร็วด้วยอแดปเตอร์ vivo FlashCharge ซึ่งถือว่าเป็นระบบชาร์จที่มีความปลอดภัยสูง ไม่ทำให้เครื่องร้อนขณะชาร์จ และตัวเครื่องมาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 4450 mAh พร้อมเทคโนโลยี VEG (vivo Energy Guardian) ช่วยให้การทำงานของระบบ และแอพพลิเคชั่นต่างๆ เป็นไปได้อย่างราบรื่น ช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานของเครื่องทั้งหมด ทำให้การใช้งานแอพพลิเคชั่น หรือเกมต่างๆ ได้อย่างยาวนาน จากการทดสอบชาร์จจาก 2% ไปจนถึง 63% ใช้เวลาเพียง 32 นาที และหากชาร์จจนเต็ม 100% ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง ถือว่าเร็วมากๆ เสียบชาร์จแป๊บเดียวก็เต็มแล้ว

บทสรุปรีวิว vivo X70 Series 5G จากความเห็นของ What Phone

สมาร์ทโฟน Flagship ครึ่งปีหลังของ vivo รุ่นนี้ถือว่าทำการบ้านมาดีมากๆ ตอบโจทย์ทั้งประสิทธิภาพความเร็วแรง เล่นเกมได้อย่างลื่นไหลบนจอแสดงผล 120 Hz การถ่ายภาพที่นำเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกอย่าง ZEISS T* มาใช้กับสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ ถ่ายภาพสวยงามทั้งกลางวัน และกลางคืน รวมไปถึงดีไซน์การออกแบบที่เรียบหรู สวยงาม มีระบบชาร์จเร็ว 44 วัตต์ที่ถือว่าเร็วที่สุดในบรรดาสมาร์ทโฟน vivo ส่วนราคาเปิดตัวในรุ่น X70 Pro 5G นั้นอยู่ที่ 27,999  บาท และ X70 5G เปิดตัวในราคา 21,999 บาท แต่ถ้าเปิดแพ็คเก็จกับโอเปอเรเตอร์จะมีราคาเริ่มต้นเพียง 12,999 บาทเท่านั้น หากต้องการสมาร์ทโฟนแรงๆ ถ่ายภาพสวยๆ อย่างรุ่นนี้  ถือว่าไม่แพงเลยถ้าเทียบกับสมาร์ทโฟน Flagship รุ่นอื่นๆ และประสบการณ์การใช้งานทั้งหมดที่ได้รับ

vivo X70 Pro 5G

สรุปจุดเด่นของ vivo X70 PRO 5G

  • ขนาด 1ุ58.3 x 73.21 x 7.99 มม., น้ำหนัก 184 กรัม
  • หน้าจอ AMOLED FHD+ ขนาด 6.56 นิ้ว อัตรารีเฟรชเรท 120 Hz รองรับ HDR10+
  • หน่วยประมวลผล MediaTek 1200 Octa-core 3.0 GHz, RAM 12 GB, ROM 256 GB
  • หน่วยประมวลผลภาพ 3D Mali-G77 MC9
  • สามารถดึงหน่วยความจำ ROM มาเพิ่มหน่วยความจำ RAM ได้อีก 4 GB 
  • รองรับเครือข่าย 4G LTE และ 5G
  • กล้องหน้า ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.5
  • กล้องหลัง 4 เลนส์
    • กล้องหลักเลนส์ Wide 50 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX766V รูรับแสงกว้าง f/1.75 พร้อมเทคโนโลยีกันสั่น Gimbal Stabilization 3.0
    • กล้อง Periscope Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/3.4 ซูมออฟติคอล 5 เท่า
    • กล้อง Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.0
    • กล้อง Ultra wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.0
  • เทคโนโลยีเลนส์ และการถ่ายภาพจาก ZEISS T*
  • แบตเตอรี่ 4,450 mAh ชาร์จเร็ว FlashCharge กำลังไฟ 44 วัตต์
  • รองรับการเชื่อมต่อ WiFi 6 ความถี่ 2.4/5 GHz MIMO และบลูทูธ 5.2
  • สี Cosmic Black, Aurora Dawn
  • ราคาเปิดตัว 27,999 บาท

สรุปจุดเด่นของ vivo X70 5G

  • ขนาด 160.1 x 75.39 x 7.55 มม., น้ำหนัก 182 กรัม
  • หน้าจอ AMOLED FHD+ ขนาด 6.56 นิ้ว อัตรารีเฟรชเรท 120 Hz รองรับ HDR10+
  • หน่วยประมวลผล MediaTek 1200 Octa-core 3.0 GHz, RAM 8 GB, ROM 128 GB
  • หน่วยประมวลผลภาพ 3D Mali-G77 MC9
  • สามารถดึงหน่วยความจำ ROM มาเพิ่มหน่วยความจำ RAM ได้อีก 4 GB 
  • รองรับเครือข่าย 4G LTE และ 5G
  • กล้องหน้า ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.5
  • กล้องหลัง 3 เลนส์
    • กล้องหลักเลนส์ Wide 40 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX766V รูรับแสงกว้าง f/1.89 พร้อมเทคโนโลยีกันสั่น Gimbal Stabilization 3.0
    • กล้อง Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.2
    • กล้อง Ultra wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/1.98
  • เทคโนโลยีเลนส์ และการถ่ายภาพจาก ZEISS T*
  • แบตเตอรี่ 4,450 mAh ชาร์จเร็ว FlashCharge กำลังไฟ 44 วัตต์
  • รองรับการเชื่อมต่อ WiFi 6 ความถี่ 2.4/5 GHz MIMO และบลูทูธ 5.2
  • สี Cosmic Black, Aurora Dawn
  • ราคาเปิดตัว 21,999 บาท

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้า

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง

ตัวอย่างภาพจากเลนส์ระยะต่างๆ

เลนส์ Ultra-Wide

เลนส์ Wide

ซูม Optical 2X

ซูม Optical 5X

ซูมดิจิตอล 20 เท่า

ซูมดิจิตอล 50 เท่า

 

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top