Review

รีวิว vivo V23e 5G คมชัดทุกโมเมนท์ด้วยกล้องหน้า 44MP และกล้องหลัง 50MP

ด้วยเทคโนโลยีล่าสุดของ vivo V23e 5G ที่เลือกได้เลยว่าจะใช้ 5G แบบ SA หรือ Stand Alone ในขณะที่สมาร์ทโฟน 5G อื่นๆ ยังไม่สามารถเลือกได้

ในช่วงหลังทาง vivo เริ่มรุกตลาดสมาร์ทโฟน 5G อย่างต่อเนื่อง ด้วยราคาที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ พร้อมด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดอย่าง vivo V23e 5G ที่สามารถเลือกได้เลยว่าจะใช้งานบนเครือข่าย 5G แบบ SA หรือ Stand Alone ในขณะที่สมาร์ทโฟน 5G แบรนด์อื่นๆ ยังไม่สามารถเลือกได้ มาแกะกล่องดูกันว่ารุ่นนี้มีดีอย่างไร

vivo V23e 5G

แกะกล่องลองเล่น vivo V23e 5G

ดีไซน์ของรุ่นนี้เริ่มต้นก็สวยตั้งแต่กล่องภายนอก ด้านหน้าของกล่องมีชื่อรุ่น V23e โดดเด่นชัดเจน รอบๆ กล่องเป็นสีน้ำเงินเข้มพร้อม Glitter ที่สะท้อนแสงระยิบระยับดูสวยงามมาก เมื่อแกะกล่องออกมาก็จะพบกับอุปกรณ์ต่างๆ ดังนี้

  • สมาร์ทโฟน vivo V23e 5G สี Moonlight Shadow (สีดำ)
  • อแดปเตอร์ชาร์จไฟ vivo FlashCharge 44 วัตต์
  • สายชาร์จแบตเตอรี่แบบ USB-C
  • เคสซิลิโคนแบบใส
  • หูฟังสมอลล์ทอล์คขนาด 3.5 มม.
  • สายอแดปเตอร์แปลง USB-C เป็นพอร์ต 3.5 มม.
  • ฟิล์มกันรอย (ติดมาจากโรงงาน)
  • คู่มือการใช้งาน
  • เข็มจิ้มถาดใส่ซิมการ์ด

vivo V23e 5G

vivo V23e 5G

อุปกรณ์ภายในกล่องจัดมาให้เต็มพิกัด ครบครันทั้งเครื่อง และอุปกรณ์เสริม ไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่มเติม ทั้งฟิล์มกันรอยที่ติดมาจากโรงงาน เคสใสแบบซิลิโคน ไม่บดบังสีสันความงามของตัวเครื่อง รวมไปถึงหูฟัง และอแดปเตอร์ชาร์จแบตเตอรี่ที่มีกำลังไฟถึง 44 วัตต์ ชาร์จแบตเตอรี่ได้อย่างรวดเร็วทันใจ

vivo V23e 5G

vivo V23e 5G สี Moonlight Shadow สวยหรูระดับพรีเมี่ยม

ด้วยดีไซน์ที่ดูเรียบๆ แต่แฝงไปด้วยความหรูหราด้วยสี Moonlight Shadow ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีการเคลือบเม็ดสีด้วยฟิล์มเซรามิค และกระบวนการเคลือบสีระดับนาโน พร้อมวัสดุพื้นผิวกระจก Satin AG ที่ให้สัมผัสเนียนเรียบเงางาม เมื่อสะท้อนกับแสงในมุมตกกระทบต่างๆ ก็จะเผยให้เห็นสีดำไล่ระดับที่ดูลึกลับน่าค้นหา อีกทั้งยังเป็นสีดำที่ดูคลาสสิค สวยงามไม่เสื่อมคลาย นอกจากนี้ยังมีสี Sunshine Coast ให้เลือกอีกด้วย

vivo V23e 5G

vivo V23e 5G

จอแสดงผลขนาด 6.44 นิ้ว ใช้จอภาพแบบ AMOLED ที่ให้สีสันสมจริง มีความละเอียดระดับ FHD+ หรือ 1080 x 2400 พิกเซล เหนือจอแสดงผลมีกล้องหน้า พร้อมลำโพงสนทนา และเซ็นเซอร์ต่างๆ ที่ซ่อนอยู่อย่างแนบเนียน ส่วนล่างของจอยังมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ฝังไว้ใต้หน้าจอ สามารถใช้นิ้วมือวางบนหน้าจอเพื่อปลดล็อคได้อย่างรวดเร็ว

vivo V23e 5G

vivo V23e 5G

ด้านหลังใช้วัสดุเป็นกระจกแบบเงาสี Moonlight Shadow หรือสีดำ จะมีเพียงโลโก้ vivo และโมดูลของกล้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อย มีกล้องมาให้ใช้งาน 3 เลนส์ พร้อมไฟแฟลชแบบ LED ซึ่งโมดูลของกล้องนี้อาจจะเป็นรอยเมื่อวางบนพื้นโต๊ะ แต่ก็สามารถป้องกันได้ด้วยเคสซิลิโคนที่มีมาให้ในกล่อง

vivo V23e 5G

vivo V23e 5G

ขอบด้านข้างมีความบางเพียง 7.36 มม. ด้านข้างซ้ายดีไซน์แบบโล่งๆ ไม่มีปุ่มกดใดๆ อยู่ฝั่งนี้ ส่วนที่ด้านข้างขวามีปุ่มปรับระดับเสียงสนทนา ถัดลงมาเป็นปุ่มเปิดปิดเครื่อง

vivo V23e 5G

vivo V23e 5G

ที่ด้านบนมีเพียงช่องเล็กๆ เป็นไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนขณะสทนา ส่วนด้านล่างมีช่องใส่ถาดซิมการ์ดแบบประกบด้านบน ด้านล่าง โดยถาด SIM2 สามารถเปลี่ยนมาใส่การ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD ได้ ซึ่งก็จะต้องเลือกระหว่าง SIM2 หรือหน่วยความจำ ถัดมาเป็นช่องไมโครโฟนรับเสียงสนทนา, ช่องเสียบสายชาร์จแบบ USB-C และลำโพงสปีกเกอร์

vivo V23e 5G

vivo V23e 5G

ชัดเจนทุกใบหน้าด้วยกล้องเซลฟี่ Ultra HD 44 MP พร้อมระบบ Eye Auto Focus

สำหรับการใช้งานกล้องหน้าของ vivo V23e 5G ก็มีความละเอียดมาให้ถึง 44 ล้านพิกเซล พร้อมระบบโฟกัสดวงตา โดยกล้องจะทำการตรวจจับใบหน้าก่อน แล้วทำการโฟกัสไปที่ดวงตา ซึ่งเป็นจุดที่จะทำให้การถ่ายภาพเซลฟี่คมชัดที่สุด และฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดอย่าง Natural Portrait โดยอาศัยระบบ AI เข้ามาช่วยในการถ่ายภาพ ทำให้ภาพที่ออกมาดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น 

vivo V23e 5G

ฟีเจอร์ต่างๆ ที่ใช้ในการถ่ายภาพในกล้องหน้าก็มีให้เลือกสไตล์ของการถ่ายภาพอย่างหลากหลาย หรือจะเลือกฟิลเตอร์ในการถ่ายภาพ หรือเอฟเฟ็กต์แสงที่ทำให้การถ่ายภาพเซลฟี่ของคุณไม่เหมือนใคร และสำหรับในโหมดความงาม ซึ่งเป็นที่ถูกใจของสาวๆ หลายคน ในโหมดนี้สามารถปรับโทนสีผิว ปรับความเนียนของหน้า หรือจะเลือกปรับส่วนต่างๆ ของใบหน้าได้ ไม่ว่าจะเป็นปรับตาโต ปรับขนาดจมูก ปรับรูปปาก ปรับขนาดใบหน้า ได้ทั้งหมด และยังมีโหมดแต่งหน้ามาให้ด้วย ไม่ว่าจะหน้าสดไร้เมคอัพขนาดไหน vivo V23e 5G ก็จัดให้สาวๆ สวยได้โดยไม่ต้องพึ่งแอพฯ

และสำหรับการถ่ายภาพเซลฟี่ก็มีโหมด Ultra HD Selfie ที่จะใช้เซ็นเซอร์ความละเอียด 44 ล้านพิกเซลให้เต็มประสิทธิภาพ เก็บทุกรายละเอียดและสีสันได้อย่างคมชัด สามารถนำไปอัดเป็นรูปภาพขนาดขนาดใหญ่ได้โดยไม่สูญเสียความละเอียด และความคมชัดอีกด้วย 

vivo V23e 5G

กล้องหลัง 50MP AI Triple Camera

กล้องหลังของ vivo V23e 5G มีให้เลือกใช้งานถึง 3 เลนส์ แต่ละเลนส์ก็มีคุณสมบัติในการถ่ายภาพแตกต่างกันออกไป โดยเลนส์หลักมีความละเอียดสูงถึง 50 ล้านพิกเซล และสำหรับสเป็คของกล้องถ่ายภาพทั้ง 3 เลนส์มีดังนี้

  • เลนส์หลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/1.8
  • เลนส์ Ultra-wide ความละเอียด  8 ล้านพิกเซล มุมกว้าง 120 องศา รูรับแสงกว้าง f/2.2
  • เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.4

vivo V23e 5G

ในการถ่ายภาพด้วยกล้องเลนส์หลัก 50 ล้านพิกเซลในโหมดปกติ กล้องจะทำการปรับความละเอียดในการถ่ายไว้ที่ 12 ล้านพิกเซล เพื่อเป็นการนำเอา 4 พิกเซล รวมเป็น 1 พิกเซล เพื่อให้การรวมแสง และรวมสีสันให้ได้มากที่สุด ทำให้ภาพสว่าง สีสันสวยงามกว่าเดิม อีกทั้งยังทำให้ไฟล์รูปภาพมีขนาดเล็กลง ไม่เปลืองพื้นที่หน่วยความจำ แต่หากต้องการปรับความละเอียดไปที่สูงสุดก็ทำได้เช่นกัน เหมาะกับการนำภาพไปขยายเป็นโปสเตอร์ขนาดใหญ่ ไม่สูญเสียรายละเอียดของภาพ

สำหรับโหมดการถ่ายภาพก็มีให้เลือกโหมดถ่ายภาพตอนกลางคืน, โหมดถ่ายภาพคน, โหมดพาโนรามา, ไลฟ์โฟโต้, สโลโมชั่น, ไทม์แลปส์, สติ๊กเกอร์ AR, เอกสาร และโหมดโปร สามารถเลือกได้ตามความเหมาะสมในการใช้งาน นอกจากนี้ยังมีระบบ AI ที่เข้ามาช่วยปรับแสง และสีสันในการถ่ายภาพเพื่อให้เหมาะกับวัตถุ หรือสิ่งของที่จะถ่าย ช่วยให้ภาพออกมาสวยงาม สมจริงโดยไม่ต้องมาปรับแต่งภาพภายหลังอีกด้วย

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง

vivo V23e 5G

สนุกไปกับการถ่าย Bokeh Flare Portrait และ AI Extreme Night

vivo V23e 5G มีโหมดถ่ายภาพ Bokeh ที่ไม่เหมือนใคร ช่วยให้การถ่ายภาพสนุกในทุกค่ำคืนด้วยโหมด Bokeh Flare Portrait ที่นอกจากจะถ่ายภาพละลายฉากหลังได้อย่างสวยงาม ทำให้ภาพบุคคลดูโดดเด่นแล้ว ยังสามารถปรับเปลี่ยนดวงไฟเล็กๆ ที่อยู่ด้านหลังให้กลายเป็นรูปอื่นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นรูปหัวใจ, รูปดวงดาว, รูปผีเสื้อ หรือรูปดอกซากุระ

นอกจากนี้การถ่ายภาพเซลฟี่ด้วยกล้องหน้าในยามค่ำคืนก็สามารถเก็บสีสันและความสว่างได้อย่างชัดเจนด้วย AI Extreme Night ไม่ว่าจะมืดแค่ไหนก็สว่างใสได้ทุกใบหน้าด้วยกล้องหน้าความละเอียดสูงของรุ่นนี้

ถ่ายวิดีโอได้นิ่งสุดๆ ด้วยระบบ Ultra Stable Video

สำหรับการถ่ายวิดีโอก็มีเทคโนโลยี และเซ็นเซอร์ EIS ที่เข้ามาช่วยลดการสั่นไหวของภาพ ช่วยให้ภาพที่ออกมานิ่งขึ้น น่าชมมากยิ่งขึ้น เหมาะกับการถ่ายคลิปวิดีโอแล้วอัพลงโซเชียลเน็ตเวิร์คได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้โปรแกรมลดการสั่นไหว 

และหากต้องการถ่ายวิดีโอแบบเซลฟี่ก็ยังมีระบบกันสั่นอย่าง Steadiface Selfie Video ที่จะให้ความสำคัญกับใบหน้าโดยเฉพาะ ทำให้ใบหน้าขณะถ่ายวิดีโอเซลฟี่นิ่งขึ้น ไม่สั่นไหว และยังคงเก็บรายละเอียดของด้านหลังได้อย่างคมชัด จะถ่ายเล่นๆ หรือถ่าย VLOG ก็ไม่ต้องกังวลว่าภาพจะสั่นไหว

ถ่ายวิดีโอด้วยกล้องหน้ากล้องหลังพร้อมกันด้วย Dual-View Video 3.0

หากต้องการถ่ายวิดีโอรีวิวสินค้า หรือถ่ายคอนเทนท์วิดีโอท่องเที่ยวก็สามารถใช้ vivo V23e 5G เครื่องเดียวก็เอาอยู่ ด้วย Dual-View Video 3.0 ที่สามารถใช้ได้ทั้งกล้องหน้า และกล้องหลังพร้อมกันในคลิปเดียว ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่พัฒนาต่อมาจากรุ่นก่อนๆ โดยสามารถแบ่งกล้องหน้า กล้องหลังให้มีขนาดเท่าๆ กัน หรือจะใช้กล้องหน้าเป็นป๊อปอัพ แล้วใช้กล้องหลังเป็นภาพใหญ่เต็มจอ เหมาะกับการถ่ายโดยเน้นรีวิวสินค้า หรือวิวทิวทัศน์โดยไม่ต้องนำคลิปไปตัดต่อภายหลัง และยังมีลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ อย่างภาพป๊อปอัพมีให้เลือกเป็นสี่เหลี่ยม, วงกลม หรือรูปหัวใจเพิ่มเข้ามาเป็นลูกเล่นในการถ่ายวิดีโอด้วย

วิดีโอตัวอย่างการถ่าย Dual-View Video 3.0

ใช้งานได้อย่างลื่นไหลด้วยชิพ Dimensity 810 พร้อม Extend RAM 2.0

vivo V23e 5G เลือกใช้หน่วยประมวลผลหลักอย่าง MediaTek Dimensity 810 Octa-core ความเร็ว 2.4 GHz ซึ่งเป็นชิพเซ็ตที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี 6 นาโนเมตร ที่นอกจากจะใช้พลังงานต่ำแล้ว ยังประมวลผลได้อย่างลื่นไหล และมีประสิทธิภาพ และยังมีชิพประมวลผลภาพ 3D อย่าง Mali-G57 สำหรับการแสดงผลภาพ 3 มิติ หรือการเล่นเกมด้วย

สำหรับรุ่นนี้มีหน่วยความจำ RAM มาให้ 8 GB และยังสามารถขยายเพิ่มเติมได้อีก 4 GB จากหน่วยความจำ ROM รวมเป็น 12 GB ด้วยฟีเจอร์ Extended RAM 2.0 ช่วยให้การเปิดแอพฯ พร้อมกันได้มากขึ้น สามารถสลับไปใช้งานแอพฯ ที่เปิดไว้แล้วได้อย่างรวดเร็ว ไม่มีสะดุด ซึ่งสามารถเปิดแอพฯ ได้พร้อมกันสูงสุดถึง 25 แอพฯ เลยทีเดียว ส่วนหน่วยความจำ ROM ของรุ่นนี้มีมาให้ 128 GB และยังรองรับหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD ได้อีกสูงสุด 1 TB

สำหรับการทำงานของรุ่นนี้ใช้ FunTouch 12 บนพื้นฐานระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชั่น 11 มาพร้อมฟีเจอร์เด่นๆ หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น Jovi Home ที่เปรียบเสมือนเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะที่จะมาช่วยอัพเดทข้อมูลข่าวสารต่างๆ แจ้งเตือนนัดหมายต่างๆ รวมไปถึงการแจ้งเตือนในด้านสุขภาพ และยังมี Ultra Game Mode ที่จะช่วยจัดสรรทรัพยากรต่างๆ ในเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่หน่วยความจำ RAM, จัดลำดับความสำคัญของ CPU ให้ประมวลผลเกมเป็นอันดับแรก และช่วยปิดการแจ้งเตือนต่างๆ โดยเฉพาะใน Esports Mode ที่จะปิดการแจ้งเตือนทั้งหมด รวมไปถึงสายโทรเข้าต่างๆ ไม่ให้รบกวนการเล่นเกม

จากการทดสอบประสิทธิภาพของหน่วยประมวลผลด้วยแอพพลิเคชั่น Antutu 3D Benchmark เวอร์ชั่น 9.2.2 สามารถทำคะแนนได้ 346,356 คะแนน

และสำหรับการทดสอบด้วยแอพฯ Geekbench 5 ก็สามารถทคะแนน Single-core ได้ 507 คะแนน และ Multi-core ได้ 1574 คะแนน โดยจากการทดสอบประสิทธิภาพความแรงถือว่าทำได้ค่อนข้างดี สามารถใช้ทำงานทั่วไป หรือจะเล่นเกม 3D แบบหนักๆ ก็ยังเล่นได้สบายๆ 

รองรับ 5G แบบ SA และ NSA พร้อมรองรับ 5G Dual-Mode

ด้วยหน่วยประมวลผล Dimensity 810 ที่รองรับเทคโนโลยี 5G ในตัว จึงทำให้การเชื่อมต่อกับเครือข่ายเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรองรับ 5G แบบ Dual mode ทั้งแบบ SA (Stand Alone) และ NSA (Non-Stand Alone) โดยผู้ใช้สามารถเลือกได้จากเมนูการตั้งค่าเครือข่ายว่าจะใช้ 5G แบบไหน อีกทั้งยังสามารถเลือกได้ว่าจะใช้งาน 5G บนเครือข่ายด้วย SIM1 หรือ SIM2 ได้โดยไม่ต้องถอดซิมการ์ดออกมาสลับตำแหน่ง ทำให้ใช้งานได้อย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ตัวเครื่องยังถูกออกแบบมาให้มีเสารับสัญญาณได้รอบทิศ 360 องศา ทำให้รับสัญญาณได้อย่างเต็มที่ ไม่มีสะดุด

โดยจากการทดสอบความเร็วบนเครือข่าย True Move ก็สามารถทำความเร็วได้ประมาณ 167 Mbps ซึ่งก็ถือว่าเร็วกว่าเครือข่าย 4G อยู่พอสมควร แต่ก็ขึ้นอยู่กับพื้นที่ และความหนาแน่นในการใช้งานในพื้นที่นั้นๆ ด้วย

ชาร์จเร็วด้วย vivo FlashCharge 44 วัตต์

ถือเป็นสมาร์ทโฟน vivo V Series ที่ชาร์จแบตเตอรี่ได้เร็วที่สุด เทียบเท่ากับ vivo X Series ด้วยกำลังไฟชาร์จสูงสุด 44 วัตต์จากอแดปเตอร์ vivo FlashCharge ที่มีมาให้ในกล่อง สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้อย่างรวดเร็ว โดยที่แบตเตอรี่ของ vivo V23e 5G มีความจุอยู่ที่ 4050 mAh สามารถชาร์จจาก 1%-63% ได้ภายในเวลาเพียง 30 นาที และชาร์จจนเต็ม 100% ได้ในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น โดยในช่วงหลังจาก 80%-100% ระบบจะทำการชาร์จให้ช้าลงเพื่อป้องกันไม่ให้แบตเตอรี่ร้อนเกินไป ถือเป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนที่มีระบบชาร์จได้อย่างรวดเร็วทันใจ

บทสรุปรีวิว vivo V23e 5G จากความเห็นของ What Phone

หลังจากที่ได้ทดสอบใช้งานมาเป็นระยะเวลาสั้นๆ ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้ครบทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการพกพาที่สะดวก ขนาดกะทัดรัด บางเบา ดีไซน์พรีเมี่ยมเรียบหรู สามารถใช้งานทั่วไปอย่างดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมก็ใช้งานได้อย่างราบรื่น ไม่มีสะดุด โดยเฉพาะการถ่ายภาพที่มีลูกเล่น และระบบ AI ที่เข้ามาช่วยแต่งภาพให้สวยงาม มีเลนส์กล้องมาให้ใช้งานได้ทุกระยะ ถ่ายได้ทั้งแบบมุมกว้างด้วยเลนส์ Ultra-wide ถ่ายระยะใกล้ ระยะไกลได้ครบ ไปเที่ยวถ่ายรูปเล่นได้โดยไม่ต้องพกกล้องใหญ่ หากต้องการมือถือที่ครบครัน กับราคาเปิดตัวเพียง 12,999 บาท ด้วยราคาระดับนี้เราขอแนะนำให้เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ส่งท้ายปีนี้เลยครับ

สรุปสเป็ค และจุดเด่นของ vivo V23e 5G

  • ขนาด 160.87 × 74.28 × 7.36 มม., น้ำหนัก 172 กรัม
  • หน้าจอ AMOLED FHD+ ขนาด 6.44 นิ้ว ความละเอียด 1080 x 2400 พิกเซล
  • หน่วยประมวลผล MediaTek Dimensity 810 Octa-core 2.4 GHz
  • หน่วยความจำ RAM 8 GB, ROM 128 GB เพิ่ม microSD ได้สูงสุด 1 TB
  • หน่วยประมวลผลภาพ 3D Mali-G57 MC2
  • สามารถดึงหน่วยความจำ ROM มาเพิ่มหน่วยความจำ RAM ได้อีก 4 GB 
  • รองรับเครือข่าย 4G LTE และ 5G
  • กล้องหน้า ความละเอียด 44 ล้านพิกเซล ระบบออโต้โฟกัส
  • กล้องหลัง 3 เลนส์
    • เลนส์หลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/1.8
    • เลนส์ Ultra-wide ความละเอียด  8 ล้านพิกเซล มุมกว้าง 120 องศา รูรับแสงกว้าง f/2.2
    • เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.4
  • แบตเตอรี่ 4,050 mAh ชาร์จเร็ว FlashCharge กำลังไฟ 44 วัตต์
  • รองรับการเชื่อมต่อ WiFi ความถี่ 2.4/5 GHz MIMO และ Bluetooth 5.1
  • มีให้เลือก 2 สี Moonlight Shadow, Sunshine Coast
  • ราคาเปิดตัว 12,999 บาท

ตัวอย่างภาพจากกล้องหน้า

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top