Review Samsung Gear Fit2
Gadget

Samsung Gear Fit2 ปรับปรุงใหม่ใส่ GPS เน้นออกกำลังกายมากขึ้น

Samsung Gear Fit2 กลับมาสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ครั้งนี้เน้นเรื่องการเล่นกีฬาและการออกกำลังกายกลางแจ้งอย่างวิ่งและปั่นจักรยาน ด้วยการใส่ระบบ GPS มาให้ด้วย

Samsung Gear Fit2 การกลับมาอีกครั้งของสายรัดข้อมือเพื่อการออกกำลังกายจาก Samsung ทึ่ครั้งนี้จัดเต็มอัดแน่นความสามารถมามากมาย เน้นเรื่องการเล่นกีฬาและการออกกำลังกายกลางแจ้งอย่างวิ่งและปั่นจักรยาน ด้วยการใส่ระบบ GPS มาให้ด้วย

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว Samsung ได้ส่ง Gear Fit รุ่นแรกออกมาในตลาด ต้องยอมรับว่าในรุ่นนั้นยังทำงานได้ขาดๆ เกินๆ และแอบขัดใจอยู่หลายอย่าง ตั้งแต่ตัวหน้าตาการออกแบบไปจนถึงประสิทธิภาพการใช้งาน แต่กับเวอร์ชั่นใหม่ตัวนี้ Samsung ทำการบ้านมาเป็นอย่างดี แก้ไขข้อบกพร่องหลายๆ อย่างออกไปพร้อมทั้งใส่เทคโนโลยีที่น่าสนใจลงไปเพียบ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนหน้าจอนาฬิกาได้หลากหลาย, มี GPS ในตัว, ระบบวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่แม่นยำมากขึ้น, มีหน่วยความจำภายในสำหรับใส่เพลง ฯลฯ

รูปลักษณ์และการออกแบบ

Gear Fit 2 ขนาดของหน้าจอสี Super AMOLED สั่งการได้ด้วยวิธีแบบสัมผัส ขนาด 1.5 นิ้ว ที่มีความละเอียด 216 x 432 พิกเซล เทียบกับรุ่นแรกแล้วจอจะกว้างขึ้นกว่าเดิมแต่ว่าสั้นลง ทว่าความละเอียดที่สูงขึ้นทำให้การแสดงผลต่างๆ ได้ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม รวมถึงการออกแบบจะเป็นหน้าจอโค้งเข้ากับข้อมือ ตัวเรือนใช้วัสดุเป็นพลาสติกที่ออกแบบให้มีความบางและลักษณะดูสปอร์ต ด้านข้างมีปุ่มกดสำหรับกดย้อนกลับ (Back) และปุ่มเปิดปิดเครื่อง (Power)

Gear Fit2 button

ปุ่มกดด้านข้างจะมีปุ่ม Back สำหรับเลือกเมนูถอยหลัง และปุ่ม Power สำหรับเอาไว้กดเปิด-ปิด เครื่อง รวมถึงเอาไว้กดเรียกเมนู Shortcut ได้

ตัวสายใช้วัสดุแบบ TPU ที่มีความยืดหยุ่นและดีไซน์ด้านในมีช่องสำหรับช่วยระบายอากาศ ทำให้ไม่เกิดการอับชื้นของเหงื่อที่อาจจะส่งผลทำให้เกิดการระคายเคืองได้ พร้อมทั้งออกแบบตัวล็อคสายที่มีสวมใส่ง่ายและไม่มีวัสดุที่เป็นโลหะเพื่อป้องกันไม่ให้มีการเสียดสีกับผิวหนัง และในรุ่นนี้ตัวสายสามารถถอดเปลี่ยนได้ด้วย ส่วนด้านหลังจะมีตัวเซนเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate Monitor) แบบไฟ LED และจุดขั้วสำหรับชาร์จไฟที่วิธีชาร์จจะเป็นตัวแทนชาร์จแบบแม่เหล็กวางตั้งชาร์จได้ง่ายกว่าเดิม

gear-fit2-strap

ตัวสายรัดวัสดุมีความยืดหยุ่น และการคล้องใส่จะแน่นหนากว่ารุ่นแรกที่หลุดค่อนข้างง่าย

gear-fit2-back

ที่ด้านหลังจะเห็นตัวเซนเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ ที่พัฒนาขึ้นมาเป็นแบบไฟ 2 ดวง พร้อมช่องสำหรับชาร์จไฟเวลาไปวางกับแท่นชาร์จ นอกจากนี้ตัวสายยังสามารถถอดเปลี่ยนได้

เรื่องของหน้าตาถ้าเทียบกับรุ่นแรกแล้ว ต้องบอกว่าดูดีกว่าเดิมมาก หน้าจอที่ใหญ่ขึ้นคมชัดขึ้นแต่สามารถทำให้เครื่องมีขนาดบางลงกว่าเดิม (และบางกว่ายี่ห้ออื่นอีกหลายๆ รุ่น) และน้ำหนักที่เบา ทำให้เวลาใส่รู้สึกไม่เกะกะ พร้อมด้วยการกันน้ำได้ระดับ IP68 นั่นคือสามารถกันน้ำได้ลึก 1.5 เมตรเป็นเวลา 30 นาที เหมือนกับSamsung Galaxy S7 และ S7 edge หายห่วงเรื่องของความชื้นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเหงื่อจากการออกกำลังกาย, ตากฝน, โดนน้ำสาด หรือว่าการล้างมือหรือว่าอาบน้ำก็สามารถทำได้ อันที่จริงถ้าดูตามมาตรฐานแล้ว Samsung Gear Fit2 สามารถที่จะใส่ลงว่ายน้ำได้ แต่ตัวระบบการบันทึกกิจกรรมนั้นไม่มีเรื่องการว่ายน้ำ อีกทั้งตัวเซนเซอร์วัดแบบแสงนั้นไม่สามารถทำงานได้ในเวลาที่อยู่ใต้น้ำ ดังนั้นก็ไม่แนะนำที่จะให้ใส่ระหว่างที่ว่ายน้ำ

ระบบและซอฟท์แวร์

สเปคภายในของ Samsung Gear Fit2 ใช้ตัวชิปประมวลผลเป็น Exynos 3250 แบบ Dual Core 1 GHz หน่วยความจำภายในเครื่องมีมาให้ 4 GB และ RAM 512 MB เรียกได้ว่าเป็นสเปคเดียวกันกับนาฬิกา Gear S2 เลย การเชื่อมต่อแบบไร้สายสามารถใช้ได้ทั้งแบบ Bluetooth ที่เป็นเวอร์ชั่น 4.2 หรือเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi ภายในมีเซนเซอร์จับการเคลื่อนไหวต่างๆ ทั้ง Accelerometer, Gyrometer และ Barometer รวมถึงจุดเด่นคือมีระบบ GPS สำหรับบอกพิกัดจากดาวเทียมภายในตัว ทำให้สามารถใช้งานเรื่องการระบุพิกัดได้โดยไม่ต้องพึ่งสัญญาณจากตัวสมาร์ทโฟน

ระบบปฎิบัติการใช้เป็น Tizen ของทาง Samsung ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับอุปกรณ์ประเภทสวมใส่โดยเฉพาะ การทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟนตัว Samsung Gear Fit2 ตอนนี้ไม่ได้ถูกกำหนดให้ใช้กับมือถือของ Samsung อย่างเดียวเหมือนรุ่นแรกๆ ตอนนี้เราสามารถเอาไปใช้งานคู่กับสมาร์ทโฟนได้ทุกยี่ห้อทุกรุ่นที่มี RAM มากกว่า 1.5 GB และใช้ระบบปฎิบัติการ Android ได้ตั้งแต่เวอร์ชั่น 4.4 Kitkat ขั้นไป โดยจะต้องทำการลงแอพ Samsung Gear และ S Health เพิ่มเติม

gear fit2 compatibility product

ปัจจุบัน Samsung พัฒนาตัวระบบ Tizen ของตนให้ทำงานได้ค่อนข้างเสถียร รวมถึงมีแอพพลิเคชั่นที่ใช้งานร่วมได้หลายตัว ใน Gear Fit2  เรื่องของหน้าปัดนาฬิกานั้นมีให้เลือกเปลี่ยนการแสดงผลได้หลายแบบ แถมยังเข้าไปดาวน์โหลดเพิ่มจากใน Galaxy App ได้อีก รวมถึงยังมีแอพพลิเคชั่นที่ออกแบบมาสำหรับใช้งานกับ Gear Fit2 โดยเฉพาะ (มีทั้งแบบโหลดฟรีและเสียเงินซื้อ) การเปลี่ยนแบบหน้าปัดที่ดาวน์โหลดมาทำได้ด้วยการสั่งในแอพ Samsung Gear ในสมาร์ทโฟน หรือว่าแตะหน้าจอตัวหน้าปัดนาฬิกาค้างไว้เพื่อเลือกเปลี่ยนเลยก็ได้

gear-fit2-watchface

Watch Face มีมาให้ในเครื่องอยู่ 9 แบบ เราสามารถเข้าไปดาวน์โหลดเพิ่มจากใน Samsung App ได้อีก

หน้าตาเมนูต่างๆ ออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่ายและลงตัวกว่าเดิม สามารถเลือกแสดง Widget ได้ 8 หน้าต่าง เลือกเปลี่ยนหน้าได้ด้วยการปัดหน้าจอไปซ้ายขวา ถ้ากดแตะค้างไว้จะเป็นการเลือกปรับเรียง Widget ใหม่ได้

ในแต่ละ Widget เมื่อแตะเข้าไปจะสามารถเลือกคำสั่งต่างๆ รวมถึงดูประวัติย้อนหลังของค่ากิจกรรมต่างๆ ได้โดยไม่ต้องไปเปิดดูในแอพบนสมาร์ทโฟน (แต่ดูในแอพจะดูได้ละเอียดกว่า)

gear fit2 menu

และในทุกหน้าจอถ้าปัดจากด้านบนจอลงล่าง (คล้ายๆ การเลื่อน Notification Bar ในมือถือ) จะเรียกเมนูปรับความสว่างของหน้าจอ (เลือกได้ 10 ระดับ) เปิดปิดโหมด Do not disturb ที่ปิดทุกการแจ้งเตือนยกเว้นการตั้งปลุก, เลือกเปิดแอพเล่นเพลง Music Player นอกจากนี้ยังจะแสดงรูปแบบการเชื่อมต่อของ Gear Fit2 ว่าเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth หรือ Wi-Fi พร้อมทั้งบอกปริมาณแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่

ปุ่ม Power ด้านข้างนอกจากจะเอาไว้ใช้เปิดปิดเครื่องแล้ว ยังใช้งานเป็นปุ่ม Home สำหรับเปิดหน้ารวมเมนูทั้งหมดในเครื่อง หรือจะเข้าไปใน Setting สามารถตั้งปุ่มลัดเพื่อเลือกเมนูด่วนได้ด้วยการกดปุ่ม Power 2 ครั้งติดกัน

gear-fit2-shortcut

มีระบบล็อคหน้าจอ

Samsung ได้ใส่ระบบการล็อคหน้าจอเพิ่มเข้ามาให้ด้วย โดยเราสามารถตั้งค่ารหัส PIN ตัวเลข 4 ตัวเพื่อล็อคหน้าจอเอาไว้ โดยมันจะทำการล็อครหัสทันทีที่คุณถอด Gear Fit2 ออกจากข้อมือ ไม่ว่าจะถอดออกไปชาร์จแบต หรือวางไว้ จะไม่สามารถเข้าไปเปิดหน้าจอใน Gear Fit2 ได้จนกว่าจะใส่ PIN ถูกต้อง และเมื่อเอากลับมาใส่ที่ข้อมืออีกครั้งแล้วกด PIN ก็จะปลดล็อคใช้งานได้ปกติ ถือว่าเป็นฟีเจอร์ที่น่าสนใจ

gear-fit2-lock-screen

การวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่แม่นยำยิ่งขึ้น

ตัวเซนเซอร์วัดอัดราการเต้นของหัวใจของ Samsung Gear Fit2 ใช้เทคโนโลยี Photoplethysmography ที่ยิงแสง LED สีเขียวลงไปที่ผิวหนังเพื่อให้เซนเซอร์สามารถวัดจังหวะการไหลของโลหิตในเส้นเลือด ที่ตอนนี้เป็นเทคโนโลยีมาตรฐานในอุปกรณ์ Wearable หลายๆ แบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น Apple, Fitbit, Garmin, Mio, TomTom ฯลฯ

ใน Gear Fit 2 ทาง Samsung ได้พัฒนาเทคโนโลยีนี้ให้มีความแม่นยำมากขึ้นกว่าในรุ่นก่อนๆ ได้เปลี่ยนมาใช้เป็นแบบ LED 2 ดวง (แบบเดียวกับที่ใช้ใน Gear S2) ทำให้มันสามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจได้ทั้งในช่วงที่ไม่ได้ออกกำลังกาย (Rest Heart Rate) และระหว่างการออกกำลังกายที่จะวัดค่าอย่างต่อเนื่อง

การวัดในระหว่างวันนั้นเราสามารถเลือกได้ทั้งแบบให้เครื่องวัดให้เราอัตโนมัติโดยจะวัดตอนที่เรานั่งเฉยๆ ไม่ได้ออกกำลังกาย หรือจะกดเลือกคำสั่งวัดเองแล้วใส่ tag ระบุสภาพของเราตอนที่วัดเองก็ได้

gear-fit2-hrm

ส่วนในช่วงที่ออกกำลังกาย จากการทดสอบใช้งานโดยเทียบกับอุปกรณ์วัด Heart Rate ด้วยแสงเหมือนกัน (เทียบกับ Garmin Vivosmart HR) ได้ผลค่าอัตราการเต้นของหัวใจเฉลี่ย (Avg. Heart Rate) และอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด (Max Heart Rate) ที่ใกล้เคียงกัน รวมถึงจังหวะการขึ้นลงของกราฟก็อยู่ในจังหวะเดียวกัน 

ด้วยความสามารถระดับนี้ถือว่าเพียงพอสำหรับการเก็บค่าการออกกำลังกายในระดับโซน โดยการสรุปผลของ Samsung Gear Fit2 ผ่านทางแอพพลิเคชั่น S Health จะมีการสรุปค่าของ Heart Rate ในส่วนของช่วงเวลาของการออกกำลังกายเป็น 2 ช่วงด้วยกันคือ

  • ระดับปานกลาง (moderate intensity) ช่วง Zone 1-2 ที่เน้นเรื่องการกระตุ้นการเผาผลาญและลดน้ำหนัก
  • ระดับสูง (vigorous intensity) เทียบเท่าช่วง Zone 3-3.5 ที่เน้นการออกกำลังกายระดับ cardio และพัฒนาความอึดของร่างกาย

Activity Tracker แบบครบครันตลอด 24 ชั่วโมง

ความสามารถหลักของ Samsung Gear Fit2 คือใช้เป็นตัวเก็บการเคลื่อนไหวต่างๆ ตลอดทั้งวันตลอด 24 ชั่วโมง (ซึ่งคุณก็ต้องใส่มันเอาไว้ตลอด 24 ชั่วโมงเช่นกัน) ที่จะเก็บข้อมูลก้าวเดิน (Step), การขึ้นบันได (นับเป็นชั้น), แคลอรี่ที่เผาผลาญในแต่ละวัน รวมไปถึงการนอน ที่สามารถบันทึกให้อัตโนมัติโดยไม่ต้องกดบันทึกก่อนนอนหรือตอนตื่น แถมยังสามารถบันทึกการนอนในช่วงเวลาที่ไม่ได้หลับเป็นประจำ เช่น หลับกลางวัน ได้อีกด้วย

sleep-track

เก็บข้อมูลการนอนของเราแบบละเอียด ดูได้ว่าหลับลึกหรือหลับตื้นในช่วงไหน หรือแม้แต่ตอนที่งีบหลับกลางวันก็ตรวจเช็คได้

ระบบการจับการเคลื่อนไหวถูกออกแบบมาค่อนข้างฉลาด เพราะยังสามารถบันทึกกิจกรรมการออกกำลังกายให้อัตโนมัติได้ด้วย ทั้งในเวลาที่เราเดิน, วิ่ง หรือปั่นจักรยานแล้วเราไม่ได้กดบันทึกใน Activity ระบบจะทำการตรวจจับและบันทึกให้ทันที โดยจะบันทึกระยะเวลาและประเมินค่าแคลลอรี่ที่เผาผลาญในช่วงนั้น แต่การบันทึกแบบนี้จะไม่มีการเก็บข้อมูลเส้นทางของ GPS ให้

gear-fit2-auto-record

ถ้าหากเราเดิน, วิ่ง หรือปั่นจักรยานต่อเนื่องเกิน 10 นาที ตัว Samsung Gear Fit 2 จะทำการบันทึกกิจกรรมให้โดยอัตโนมัติ

daily-activity

สรุปข้อมูลการออกกำลังกายและการเคลื่อนไหวในแต่ละช่วงเวลาของวันให้เราทราบแบบละเอียด

การแสดงข้อมูลของกิจกรรมตลอดทั้งวันจะถูกจัดเป็นในรูปแบบของ Timeline บอกเป็นช่วงๆ ให้สามารถเปิดดูย้อนหลังได้จากในตัว Samsung Gear Fit2 ได้เลย และข้อมูลทั้งหมดเมื่อนำไป sync กับแอพในสมาร์ทโฟนก็จะสรุปผลเป็นตารางสถิติให้อีกด้วย

gear-fit2-stat

และในระหว่างวันเราสามารถตั้งระบบการแจ้งเตือนด้านการออกกำลังกายได้ อาทิเช่น เวลาที่เรานั่งทำงานหรือไม่ลุกออกไปเดินเคลื่อนไหวนานๆ มันจะสั่นแจ้งบอกให้เราทราบ รวมถึงเวลาที่สามารถทำกิจกรรมตามเป้าที่ตั้งไว้ได้สำเร็จ

บันทึกการออกกำลังกายได้หลากหลาย

คุณสมบัติเด่นในการใช้เพื่อบันทึกกิจกรรมการออกกำลังกายและเล่นกีฬาของ Samsung Gear Fit2 นั้นมีให้เลือกได้มากมายหลายอย่าง อาทิ วิ่ง, เดิน, เดินป่า, ปั่นจักรยาน, Step Machine, จักรยาน Exercise, เครื่อง Elliptical, ลู่วิ่ง, การออกกำลังกายในยิมรูปแบบต่างๆ ฯลฯ แต่จุดเด่นด้วยความที่มันมี GPS ในตัว การออกกำลังกายกลางแจ้งที่มีเรื่องของระยะทางอย่างการวิ่ง, เดิน, เดินป่า และปั่นจักรยาน จะสามารถบันทึกเส้นทางได้ด้วย

Bike-route

การจับสัญญาณ GPS ของ Gear Fit 2 ทำงานได้ค่อนข้างเร็ว คือเมื่อเริ่มกดบันทึกกิจกรรมในพื้นที่กลางแจ้ง ตัวเครื่องจะใช้เวลาจับสัญญาณเพียงแค่ 5-10 วินาทีเท่านั้น จากการทดสอบบันทึกกิจกรรมการออกกำลังกาย ด้วยการปั่นจักรยานพร้อมกับ Garmin Edge 520 ที่เป็น GPS สำหรับปั่นจักรยานโดยเฉพาะ ผลของการเก็บระยะทางปั่น, ความเร็วสูงสุด, ความเร็ว Pace อยู่ในระยะที่ค่อนข้างใกล้เคียงกัน โดยเส้นทางที่ทดสอบปั่นเป็นเส้นทางในเมืองที่มีทั้งเงาอาคารสูงและปั่นใต้ทางยกระดับต่างๆ แต่สัญญาณ GPS ก็ยังระบุตำแหน่งได้ถูกต้อง

ดาวน์โหลดแอพเพิ่มได้

นอกจากจะใช้สำหรับการบันทึกกิจกรรมและการออกกำลังกายแล้ว Samsung ยังมีแอพพลิเคชั่นเสริมที่สามารถเข้าไปดาวน์โหลดเพิ่มได้จากใน Samsung Galaxy Apps เพื่อติดตั้งลงใน Gear Fit2 ได้

  • Workout Trainer โปรแกรมฝึกซ้อมการออกกำลังกายระดับพรีเมี่ยม ที่มีคอร์สให้เลือกเล่นได้หลากหลาย ทั้งการออกกำลังกายเล่นกล้ามเนื้อเฉพาะส่วน, ออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก, ฝีก Cardio ฯลฯ มีให้เลือกได้ทั้งแบบฟรีและสมัครสมาชิก
  • FitEvolution แอพสำหรับฝึกซ้อมและออกกำลังกายคล้ายๆ กับ Workout Trainer แต่สามารถใช้งานผ่าน Gear Fit2 ได้เลยโดยไม่ต้องเปิดสมาร์ทโฟน มีคอร์สและรูปแบบการออกกำลังกายให้เล่นได้มากมาย มีภาพเคลื่อนไหวแนะนำวิธีการออกกำลังกาย เพราะทั้งใช้เซนเซอร์ในการช่วยนับท่าต่างๆ ทั้งซิทอัพ, แพลงก์, สควอท์ ฯลฯ
  • GolfNavi แอพสำหรับคนที่เล่นกีฬากอล์ฟ ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลสนามกอล์ฟต่างๆ ทั่วโลก ตัวแอพจะช่วยบอกตำแหน่งของคุณในสนามและแจ้งระยะห่างจากหลุม พร้อมข้อมูลของสนามเพื่อให้คุณตีได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

gear-fit2-app

เป็นความสามารถที่น่าสนใจมาก เพราะปกติอุปกรณ์ Wearable ที่มีระบบแอพเสริมหรือออกกำลังกายเป็นคอร์สเพิ่มเติมนั้น ส่วนใหญ่จะราคาเกินหมื่น แถมถ้าจะเล่นแบบเต็มที่ต้องเสียเงินสมัครเป็นรายเดือน แต่อันนี้ของทาง Samsung จัดมาให้และมีนักพัฒนาทำแอพขึ้นมาเพื่อให้ใช้งานได้มากกว่าแค่ใช้สำหรับนับก้าวเดินหรือเก็บข้อมูลการวิ่งการปั่นทั่วๆ ไป

Music Player

Samsung Gear Fit2 มีแอพสำหรับเล่นเพลงได้ด้วย โดยใช้เป็นตัวควบคุมการเล่นเพลงในสมาร์ทโฟนเครื่องที่เรา pair กันเอาไว้ และอีกความสามารถเสริมที่สุดยอดมากๆ ก็คือ เราสามารถโหลดไฟล์เพลงจากสมาร์ทโฟนของเรามาไว้ใน Gear Fit2 ด้วยมีความจุภายในตัว 4GB มีพื้นที่สำหรับใส่ไฟล์เพลงได้ถึงประมาณ 500 เพลงเลยทีเดียว ในการเล่นเพลงที่อยู่ใน Gear Fit2 จะต้องใช้หูฟังหรือลำโพงเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth โดยการโยนเพลงเข้ามานั้นทำได้โดยส่งผ่านจากสมาร์ทโฟนของเราผ่านทางแอพ Galaxy Gear

Samsung ใส่ใจกับระบบเครื่องเล่นเพลงและพัฒนาระบบการจัดการเพลงในเครื่อง ด้วยระบบการจัดเพลย์ลิสต์ที่ให้เลือกได้จากเพลงที่ชอบ, เพลงที่เล่นบ่อย, เพลงที่เล่นล่าสุด, เพลงที่เพิ่มเข้ามาล่าสุด ที่เด็ดสุดคือระบบจะสร้างเพลย์ลิสต์ที่ชื่อว่า Workout คือทุกครั้งที่เราก็อปปี้ไฟล์เพลงเข้ามาใน Gear Fit2 ระบบจะดูจังหวะของเพลงที่เป็นเพลงเร็วและจังหวะเหมาะสำหรับการออกกำลังกาย มารวมใน Workout ให้ทันที เวลาที่ต้องการเปิดเพลงฟังระหว่างที่ออกกำลังกายก็มากด Random จากใน Workout ได้เลย

gear-fit2-music-player

Samsung Gear Fit2 ใช้วิ่งออกกำลังกายได้โดยไม่ต้องพกโทรศัพท์ติดตัว

การออกแบบ Gear Fit2 นั้นมีจุดเด่นที่หาไม่ได้ในสายรัดข้อมือหรือนาฬิกาสำหรับออกกำลังกายที่ราคาต่ำกว่าหมื่น คือคุณสามารถออกไปวิ่งจ๊อกกิ้งในสวน, ปั่นจักรยาน หรือออกกำลังกายในฟิตเนสได้โดยไม่ต้องพกสมาร์ทโฟนไปด้วย เพราะตัวของ Gear Fit2 สามารถทำงานได้เองทั้งหมดโดยไม่ต้องพึ่งพาสมาร์ทโฟน ตั้งแต่การระบุตำแหน่ง GPS, เก็บการเคลื่อนไหว ไปจนถึงมีเครื่องเล่นเพลงที่ต่อหูฟัง Bluetooth ไร้สายฟังได้เลย

บางคนอาจจะสงสัยว่าทำไมการออกไปวิ่งโดยไม่ต้องพกโทรศัพท์นั้นดีอย่างไร? ประเด็นแรกเลยคือคุณไม่ต้องมานั่งกังวลกับมือถือและมีสมาธิกับการออกกำลังกายได้อย่างเต็มที่ การพกมือถือระหว่างวิ่งไม่ว่าจะถือเอาไว้หรือใส่ Armband หรือกระเป๋าคาดเอว ฯลฯ ก็สู้วิ่งตัวเปล่าๆ ไม่ได้

นอกจากนี้การพกสมาร์ทโฟนไว้ระหว่างวิ่งออกกำลังกาย มีความเสี่ยงที่ไม่คาดคิดหลายอย่างเช่น การตกหล่นกระแทกหากคุณถือหรือใส่กระเป๋าไว้ไม่ดีพอ และที่น่ากลัวที่สุดก็คือ “ความชื้น” ที่จะเกิดขึ้นได้จาก “เหงื่อ” ของคุณในระหว่างที่วิ่งออกกำลังกาย การใส่กระเป๋าคาดเอวหรือ Armband บางครั้งก็ไม่สามารถกันความชื้นจากเหงื่อของคุณได้ ยังไม่นับเหตุการณ์อย่างเจอฝนตกระหว่างทาง สำหรับคนที่อยากจะวิ่งแบบจริงจัง การไม่ต้องพกอะไรรุงรังระหว่างวิ่งนั้นเป็นอะไรที่มีความสุขมากๆ

ใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนผ่านแอพ S Health

Samsung ได้ออกแบบตัว S Health แอพพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟนสำหรับเก็บข้อมูลการออกกำลังกายแบบรอบด้านและทำงานคู่กับอุปกรณ์ Galaxy Gear ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ข้อมูลการออกกำลังกายในแต่ละวันและการบันทึกกิจกรรมต่างๆ เมื่อทำการ sync ข้อมูลแล้วจะถูกนำมาจัดเก็บพร้อมประมวลผลเป็นสถิติ ให้เราสามารถเปิดดูย้อนหลังเพื่อดูพัฒนาการในด้านการออกกำลังกายของเราได้ และในแอพก็มีฟีเจอร์ด้านการฝึกซ้อมให้เลือกใช้ได้ด้วย

shealth

และในตอนนี้ S Health สามารถเชื่อมต่อข้อมูลการออกกำลังกายกับแอพลิเคชั่นอื่นๆ ได้ด้วย อาทิ Strava, Runkeeper, Fitbit ฯลฯ นั่นคือเวลาที่คุณใช้ Gear Fit2 ในการวิ่งหรือปั่นจักรยาน บรรดาข้อมูลทั้งสถิติและเส้นทางจะถูกส่งไปบันทึกใน Strava ได้ และทางกลับกันถ้าคุณใช้แอพ Strava บันทึกอะไร มันก็จะถูก sync มายัง S Helth ด้วยเช่นกัน เรียกได้ว่าใครที่ใช้แอพอื่นๆ อยู่แล้วก็สามารถเปลี่ยนหรือใช้ S Health ร่วมได้อย่างสบายๆ

การแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟน

ตัวของ Gear Fit2 สามารถแสดงผลการแจ้งเตือนจากบนสมาร์ทโฟนมาโชว์ที่ข้อมูลของคุณได้ ที่เราสามารถเลือกปรับจากในแอพ Samsung Gears ได้ว่าจะให้แอพอะไรส่งข้อมูลการเตือนไปแสดงผลได้ ที่คุณสามารถเลือกได้ทุกแอพที่อยู่ในมือถือทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสายโทรเข้า, สายที่ไม่ได้รับ, SMS, อีเมล์ หรือจากแอพแชทและโซเชียลต่างๆ ก็เลือกได้ทั้งหมด ที่ไม่ใช่แค่โชว์ให้เห็นการแจ้งเตือน แต่เปิดอ่านข้อความได้จากหน้าจอของ Gear Fit2 ได้เลย โดยแสดงผลข้อความเป็นภาษาไทยได้อย่างสมบูรณ์

และในแอพบางแอพเราสามารถตอบกลับการแจ้งเตือนได้ด้วย อาทิ แอพสำหรับแชทข้อความเราสามารถตอบกลับแบบด่วนด้วยข้อความสั้นที่ตั้งเอาไว้แล้ว ที่เด็ดสุดคือ LINE ที่นอกจากตอบกลับเป็นข้อความแล้ว ยังมีเลือกสติกเกอร์ตอบกลับ หรือใน Messenger ก็เลือกตอบเป็น Emoticon ได้จากหน้าจอของ Gear Fit2 ทันที เรียกได้ว่าใช้งานเป็นสมาร์ทวอร์ชเทียบเท่าระดับ Android Wear ได้เลย

gear-fit2-noti

แบตเตอรี่และการใช้งาน

การชาร์จไฟของ Gear Fit2 เปลี่ยนมาใช้เป็นรูปแบบของแท่นชาร์จที่วางตั้ง แบตเตอรี่ภายในมีอยู่ 200 mAh ใช้เวลาชาร์จจนเต็มผ่านอแดปเตอร์ 2.0A ใช้เวลาประมาณไม่ถึง 1 ชั่วโมงก็เต็ม ตามสเปคที่ทาง Samsung แจ้งไว้สามารถใช้งานได้สูงสุด 5 วัน แต่จากการทดสอบใช้งานจริงแล้ว ส่วนใหญ่จะสามารถอยู่ได้แบบวันต่อวันหรือเต็มที่ก็เกือบๆ 2 วัน โดยที่การทดสอบใช้นั้นเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน มีการเปิดแจ้งเตือนแอพ LINE, Messenger, สายเรียกเข้า, SMS และอีเมล์ ใช้บันทึกการออกกำลังกาย (เปิด GPS) วันละประมาณ 1-2 ชั่วโมง

gear-fit2-charger

ดังนั้นแนะนำว่าการใช้งานควรจะชาร์จแบบวันต่อวันจะดีกว่า คือเย็นกลับถึงบ้านก็จัดการวางชาร์จเอาไว้แล้วค่อยหยิบมาใส่ตอนนอน ระหว่างวันถ้าไม่ได้ออกกลางแจ้างหรือออกกำลังกาย ปรับความสว่างหน้าจอให้น้อยกว่าระดับ 5, ปิดระบบการวัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบ Auto, ปิดระบบ Auto Sync และปิดการแจ้งเตือนแอพที่มีการเตือนบ่อยๆ ก็ช่วยให้ใช้งานผ่าน 1 วันได้แบบสบายและมีเหลือเอาไว้บันทึกกิจกรรมแบบเปิด GPS ได้ 1-2 ชั่วโมงได้เลย

และในกรณีที่อยากจะประหยัดพลังงานแบบสุดๆ ก็มี Power Saving mode (กดปุ่ม Power ค้างไว้จะเป็นการเรียกคำสั่งปิดเครื่อง และมีเมนูสำหรับประหยัดพลังงานแบบสุดๆ) ระบบจะทำการเปลี่ยนหน้าจอแสดงผลให้เป็นขาวดำ, แสดงผลแค่เวลา, ปริมาณแบตเตอรี่, จำนวนขั้นบันไดที่เดิน, ก้าวเดิน และแคลอรี่ที่เผาผลาญ โดยการเก็บค่าต่างๆ ยังทำงานอยู่ทั้งหมดเพียงแค่ว่าจะไม่แสดงผล รวมถึงจะตัดการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน จากการทดสอบใช้โหมดนี้เป็นเวลา 16 ชั่วโมง แบตเตอรี่ลดไปเพียงแค่ 10% เท่านั้น

gear-fit2-power-save

สรุป

ส่วนตัวหลังจากทดลองใช้งานแล้ว มองในแง่ของความเป็น Smart Band สำหรับใช้งานเก็บข้อมูล Activity ในแต่ละวันถือว่าสอบผ่าน Samsung Gear Fit2 ทำได้ค่อนข้างดี ไม่มีการนับก้าวมั่วรวมถึงเวลานอนก็เก็บให้ได้อัตโนมัติและค่อนข้างละเอียด เรื่องของการออกแบบถือว่าทำออกมาได้สวยงามดูเป็นสปอร์ตมากขึ้น ขนาดเล็กบางและน้ำหนักเบาใส่ได้กระชับกับข้อมือ

มาในเรื่องของ GPS ที่ติดตั้งมาให้ ทำงานได้อย่างน่าประทับใจ คือจับสัญญาณได้ค่อนข้างไวและไม่ค่อยหลุดหรือเพี้ยน พร้อมกับฟีเจอร์ Music Player ในตัวที่ทำให้ Samsung Gear Fit2 ถือว่าเหมาะสำหรับคนที่ชอบการออกกำลังกายที่หลากหลาย อาจจะเน้นพิเศษในเรื่องของวิ่งที่ตัวฟีเจอร์ช่วยให้เราสามารถออกไปวิ่งจ๊อกกิ้งในสวนได้แบบชิลๆ รวมไปถึงคนที่ชอบออกกำลังกายหลากหลายรูปแบบ อย่างพวกฟิตเนส, Cardio, กายบริหาร

สำหรับคนที่ไลฟสไตล์เป็นนักกีฬาหรือออกกำลังกายอยู่แล้วเป็นประจำ รวมไปถึงตั้งเป้าการออกกำลังกายในระดับสูง อย่างเช่น วิ่งฮาล์ฟหรือฟูลมาราธอน, คนที่ปั่นจักรยานแบบจริงจังที่ต้องการข้อมูลการปั่นเป็นพิเศษ อย่างเช่นค่า Watts, O2max ฯลฯ ตัวของ Gear Fit2 อาจจะไม่ครอบคลุมความต้องการของคุณได้ทั้งหมด

แต่ใครที่อยากจะเริ่มหาอุปกรณ์สำหรับเป็นตัวช่วยในการเริ่มต้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมาออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา คนที่อยากได้นาฬิกาสำหรับซ้อมวิ่งในระยะ 5K – 10K คนที่อยากได้ตัวเก็บระยะทางและข้อมูลการปั่นจักรยานในขั้นพื้นฐาน ถ้าเทียบกับตัว Fitness Tracker หรือนาฬิกา GPS รุ่นอื่นๆ ในท้องตลาดตอนนี้ Samsung Gear Fit 2 ถือว่าตอบโจทย์กลุ่มนี้ได้ครบถ้วนและคุ้มค่าในราคา 6,500 บาท

samsung-gear-fit2-FB

จุดเด่น

  • ดีไซน์สปอร์ต หน้าจอขนาดใหญ่กว่าเดิม
  • ดาวน์โหลด Watch Face และติดตั้งแอพเพิ่มเติมได้
  • รองรับกับสมาร์ทโฟน Android รุ่นอื่นๆ ที่ไม่ใช่ของ Samsung ได้
  • มี GPS ในตัว สามารถบันทึกกิจกรรมการวิ่ง, เดิน, ปั่นจักรยานได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่ออุปกรณ์
  • ตัวเซนเซอร์วัด Heart Rate แม่นยำขึ้นกว่าเดิม
  • แชร์ข้อมูลการออกกำลังกายไปยังแอพอื่นๆ อย่าง Strava, Runkeeper, Fitbit ได้
  • การจับข้อมูลการนอนแบบอัตโนมัติที่เช็คให้ตลอดทั้งวัน ไม่ใช่แค่เฉพาะเวลาที่เรานอนเป็นประจำเท่านั้น
  • เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อแสดงผลการแจ้งเตือนได้ทุกแอพ และยังเปิดอ่านข้อความทั้งหมดรวมถึงตอบกลับจากตัว Gear Fit 2 ได้เลย
  • Music Player ในตัว เชื่อมต่อกับหูฟังบลูธูทฟังเพลงระหว่างวิ่งได้เลย
  • ล็อคหน้าจอให้อัตโนมัติในเวลาที่ถอดออกจากข้อมือ

ข้อจำกัด

  • ไม่รองรับการใช้งานคู่กับ iPhone หรือ iPad
  • ไม่มีเซนเซอร์วัดแสงสว่าง ทำให้การปรับความสว่างหน้าจอต้องปรับเอง
  • แบตเตอรี่ความจุค่อนข้างน้อย ถ้าใช้งานหนักๆ อยู่ได้เต็มที่ไม่เกิน 1-2 วัน
  • ที่ชาร์จเป็นแบบแท่นวาง พกพาค่อนข้างลำบาก

สนใจสั่งซื้อ Samsung Gear Fit2 ได้ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.s-estore.com

logo

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

Samsung Gear Fit2 ปรับปรุงใหม่ใส่ GPS เน้นออกกำลังกายมากขึ้น
To Top

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณและสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • GA

    Google Analytic

Save