Review

รีวิว Samsung Galaxy S22 Ultra 5G สมาร์ทโฟน S Series ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ในปีนี้ Samsung ก็นำเอาจุดเด่นของ Galaxy Note เข้ามารวมกับ Galaxy S22 Ultra ก็ยิ่งเติมเต็มความสมบูรณแบบของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ให้ทรงพลังขึ้นไปอีก

นับตั้งแต่ Samsung เริ่มเปิดตัวสมาร์ทโฟนก็มี Flagship เปิดตัวปีละ 2 รุ่น นั่นก็คือ Galaxy S และ Galaxy Note ทั้งสองรุ่นต่างก็มีจุดเด่นเป็นของตัวเอง และในปีนี้ Samsung ก็นำเอาจุดเด่นของ Galaxy Note เข้ามารวมร่างกับ Galaxy S22 Ultra ที่มีประสิทธิภาพความแรงที่สุดอยู่แล้ว เมื่อนำเอาฟีเจอร์ของ Galaxy Note อย่างปากกา S Pen ก็ยิ่งเติมเต็มความสมบูรณแบบของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ให้ทรงพลังขึ้นไปอีก มาดูกันว่า Galaxy S22 Ultra รุ่นนี้จะเจ๋งเพียงใด

Samsung Galaxy S22 Ultra 

แกะกล่องลองเล่น Samsung Galaxy S22 Ultra 5G

Samsung Galaxy S22 Ultra

หลังจากที่ Galaxy S21 เปิดตัวพร้อมกับตัดหูฟัง และอแดปเตอร์ชาร์จไฟออก จึงทำให้กล่องบางลงอย่างเห็นได้ชัด มาคราวนี้ Galaxy S22 Ultra ก็ถูกตัดด้วยเช่นกัน จึงทำให้แพ็คเก็จกล่องทำออกมาได้บางลงเหมือนเดิมโดยภายในกล่องมีอุปกรณ์เท่าที่จำเป็นดังนี้

  • Samsung Galaxy S22 Ultra 5G
  • ปากกา S Pen 
  • สายชาร์จแบบ USB-C
  • เข็มจิ้มถาดซิมการ์ด
  • คู่มือการใช้งาน

จะเห็นได้ว่ามีอุปกรณ์ที่สำคัญจะมีเพียงสายชาร์จแบบ USB-C มาให้เท่านั้น เชื่อว่าผู้ใช้ Galaxy S21 มาก่อนคงจะมีอแดปเตอร์ใช้อยู่แล้ว แต่หากพึ่งมาใช้อาจจะต้องซื้อเพิ่ม แต่ที่น่าสังเกตอีกอย่างคืออุปกรณ์เกี่ยวกับปากกา S Pen ไม่ได้มีมาให้ ไม่ว่าจะเป็นหัวปากกาสำรอง และคีมหนีบหัวปากกาที่เคยมีให้ใน Galaxy Note20 ก็ไม่มีมาให้เช่นกัน มีเพียงปากกา S Pen มาให้เท่านั้น ซึ่งหากใช้ปากกา S Pen ค่อนข้างหนัก และต้องการเปลี่ยนหัวปากกาคงต้องหาซื้อเพิ่มภายหลัง

เครื่องที่เราได้มาทดสอบเป็นรุ่น Galaxy S22 Ultra 5G สี Burgundy สีเหมือนไวน์แดงซึ่งทาง Samsung เคยใช้มาแล้วกับ Galaxy S9 และสีนี้ยังเป็นสีที่ทาง Samsung ใช้โปรโมทเป็นสีหลักด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีสี Phantom Black, Phantom White และ Green นอกจากนี้ยังมีสีพิเศษที่สามารถสั่งซื้อได้จาก Samsung.com เท่านั้นคือสี Graphite, Sky Blue และ Red ใช้เวลาทำการผลิตนาน 3-4 สัปดาห์ โดยรวมแล้ว Galaxy S22 Ultra 5G จะมีดีไซน์คล้ายกับ Galaxy Note20 Ultra 5G มากๆ เหมือนกับการนำเอาดีไซน์ของ Galaxy S21 รวมร่างกับ Galaxy Note20 เลยทีเดียว

Samsung Galaxy S22 Ultra

ด้านหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ถึง 6.8 นิ้ว เป็นจอแสดงผลแบบ Dynamic AMOLED 2X แสดงผลได้ตั้งแต่ 1-120 Hz โดยปรับการแสดงผลโดยอัตโนมัติตามคอนเทนท์ที่แสดง หน้าจอมีความละเอียด 1440 x 3088 พิกเซล กระจกหน้าจอใช้วัสดุ Corning Gorilla Glass Victus+ ป้องกันรอยขีดข่วนได้เป็นอย่างดี เหนือจอแสดงผลมีกล้องหน้าความละเอียดถึง 40 ล้านพิกเซล เป็นกล้องแบบเจาะรูหน้าจออยู่ตรงกลาง แต่ก็มีขนาดค่อนข้างเล็ก ไม่รบกวนสายตา ส่วนจอแสดงผลด้านล่างมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาให้ใช้งานเหมือนเดิม นอกจากนี้จอแสดงผลยังมีระบบ Vision Booster เพิ่มความสว่างอัตโนมัติได้สูงสุดถึง 1,750 nit ทำให้สู้แสงกลางแดดตอนกลางวันของเมืองไทยได้สบายๆ

Samsung Galaxy S22 Ultra

Samsung Galaxy S22 Ultra

Samsung Galaxy S22 Ultra

มาดูกันที่สี Burgundy เป็นสีแดงเข้มเหมือนกับสีไวน์แดง เมื่อสะท้อนกับแสงจะเห็นความสวยงามของสีดูหรูหรา วัสดุเป็น Corning Gorilla Glass Victus+ เช่นเดียวกับด้านหน้า พื้นผิวเป็นแบบด้าน ไม่ติดลายนิ้วมือง่ายๆ สำหรับโมดูลกล้องดิจิตอลดีไซน์แบบเรียบๆ ไม่ได้นูนขึ้นมาเป็นขั้นบันใดเหมือน S21 Ultra แล้ว หลายๆ คนน่าจะถูกใจกับดีไซน์เรียบๆ นี้ สำหรับเลนส์กล้องมีมาให้ใช้งาน 4 เลนส์ สามารถถ่ายภาพได้หลายระยะตามต้องการ

Samsung Galaxy S22 Ultra

Samsung Galaxy S22 Ultra

ที่ด้านข้างซ้ายดีไซน์เรียบๆ เราจะเห็นขีดสีดำอยู่ขอบด้านข้างคือเสาอากาศรับสัญญาณต่างๆ ส่วนที่ด้านข้างขวามีปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่มเปิดปิดเครื่อง

Samsung Galaxy S22 Ultra

Samsung Galaxy S22 Ultra

ด้านบนจะมีเพียงช่องไมโครโฟนสำหรับตัดเสียงรบกวนขณะสนทนา หรือใช้บันทึกเสียงขณะถ่ายคลิปวิดีโอ ส่วนด้านล่างมีช่องใส่ปากกา S Pen ช่องลำโพงสปีกเกอร์ ช่องเสียบสายชาร์จ USB-C, ช่องไมโครโฟน และช่องใส่ถาดซิมการ์ด

Samsung Galaxy S22 Ultra

Samsung Galaxy S22 Ultra

Samsung Galaxy S22 Ultra

เมื่อกดปากกา S Pen ออกมาจะเห็นปากกาเป็นสีดำทุกรุ่น หากต้องการปากกาสีอื่นจะต้องเลือกซื้อเป็นสีพิเศษที่มีจำหน่ายออนไลน์เฉพาะที่เวบไซน์ samsung.com เท่านั้น ตัวปากกามีเพียงปุ่มกดปุ่มเดียว ใช้สำหรับสั่งงานต่างๆ เหมือนกับ Galaxy Note รุ่นก่อน หัวปากกาใช้จะมีความหนืดเล็กน้อย เมื่อเขียนบนหน้าจอก็จะให้ความรู้สึกเหมือนกับปากกาจริงๆ สำหรับหัวปากกาสำรอง หรือหัวปากกาแบบอื่นๆ จะต้องซื้อเพิ่ม เพราะในกล่องไม่ได้มีมาให้ ส่วนที่ปลาย หรือด้านท้ายปากกาเป็นปุ่มกดสำหรับเพื่อดึงปากกาออกมา และยังใช้กดเล่นๆ เพลินๆ ระหว่างที่คิดอะไรไม่ออกได้ด้วย

Samsung Galaxy S22 Ultra

Samsung Galaxy S22 Ultra

พบกับปากกา S Pen รุ่นแรกบน Samsung Galaxy S Series

จากเดิมเราจะเห็นปากกา S Pen สมาร์ทโฟน Samsung Galaxy Note Series เป็นหลัก อาจจะเห็นใน Galaxy Tab บ้างในบางรุ่น แต่สำหรับ Galaxy S Series กับ Note Series แล้วจะแยกรุ่นกันอย่างชัดเจน โดยใน Galaxy S Series รุ่นแรกที่เราเห็นว่าสามารถใช้งานร่วมกับปากกา S Pen ได้นั่นก็คือ Galaxy S21 Ultra แต่ก็เป็นเพียงอุปกรณ์เสริมที่จะต้องซื้อเพิ่ม อีกทั้งยังไม่มีที่เก็บปากกา S Pen ในตัว จนมาถึง Galaxy S22 Ultra 5G ซึ่งเป็นรุ่นแรกที่นำเอาปากกา S Pen มาเก็บไว้ในตัวได้เหมือนกับ Galaxy Note โดยเป็นการประสานทั้งฟังก์ชั่นการใช้งานของ Note และดีไซน์ของ S รวมเข้ามาไว้เป็นหนึ่งเดียว และถือว่า Galaxy S22 Ultra รุ่นนี้เป็นสมาร์ทโฟนที่สมบูรณ์แบบที่สุด ครบเครื่องที่สุดตั้งแต่ Galaxy S เคยมีมาเลยก็ว่าได้ นับว่าการยุบรวม Flagship ของทั้งสอง Series เป็นไอเดียที่เจ๋งที่สุดในปีนี้

ไม่เพียงแค่การนำเอาทั้งสอง Series มารวมกันเท่านั้น สมาร์ทโฟน Galaxy S22 Ultra ยังพัฒนาปากกา S Pen ให้ดีขึ้นกว่าเดิม ขีดเขียนได้สมจริงมากยิ่งขึ้น จากเดิมปากกา S Pen ใน Galaxy Note20 ที่มีความหน่วงต่ำ 9 ms มาถึงรุ่นนี้มมีความหน่วงลดลงมาอีกเหลือเพียง 3 ms เท่านั้น ทำให้การเขียนไม่เกิดการดีเลย์ ซึ่งเป็นผลมาจากประสิทธิภาพความเร็ว และระบบ AI ที่คาดเดาทิศทางของผู้เขียน ทำให้การแสดงลายเส้นบนหน้าจอแสดงผลทำได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังรู้สึกเหมือนกับการเขียนด้วยปากกาจริงๆ

Samsung Galaxy S22 Ultra

สำหรับการจดบันทึกต่างๆ ก็ยังคงทำได้อย่างเช่นเคย ไม่ว่าจะเป็นการจดบันทึกด้วย Samsung Notes ที่สามารถเปลี่ยนจากลายมือมาเป็นตัวอักษรได้ ทำให้การจดบันทึกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการประชุม จดโน้ตในห้องเรียนก็สามารถแปลงออกมาเป็นตัวอักษรเพื่อเซฟลงเก็บเป็นไฟล์เอกสารไปใช้งานต่อได้ รองรับทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ 

Samsung Galaxy S22 Ultra

Samsung Galaxy S22 Ultra

ปากกา S Pen ยังสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านบลูทูธ และมีแบตเตอรี่ในตัว สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้อย่างรวดเร็ว เพียงแค่เสียบปากกาเข้ากับช่องเก็บก็สามารถชาร์จได้ทันที นอกจากนี้ยังใช้ปุ่มบนปากกา S Pen เป็นรีโมทควบคุมการเล่นเพลง ปรับระดับเสียง การถ่ายภาพ หรือพรีเซ็นท์งานแบบไร้สายได้เช่นเคย ถือเป็นการยกเอาฟีเจอร์เด่นๆ ของ Galaxy Note20 Ultra มาไว้บน S22 Ultra ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ใครที่คิดถึง Galaxy Note อย่างเปลี่ยนรุ่นใหม่ รุ่นนี้สามารถใช้งานแทนได้เป็นอย่างดี

กล้องระดับโปร 108 ล้านพิกเซล ถ่ายวิดีโอ 8K

ในด้านการถ่ายภาพด้วยกล้องความละเอียดสูงถึง 108 ล้านพิกเซล ถือว่าเป็นเซ็นเซอร์กล้องที่มีขนาดใหญ่มากเมื่อเทียบกับกล้องบนมือถือทั่วไป อีกทั้งยังมีเลนส์แบบ Periscope ที่สามารถซูมภาพแบบออฟติคอลได้สูงสุด แต่หากถ่ายภาพธรรมดาปกติทั่วไปกล้องจะปรับไปให้ที่ความละเอียด 9-12 ล้านพิกเซล ตามอัตราส่วนของภาพ มาดูกันว่ากล้องหลังของรุ่นนี้มีเลนส์อะไรให้เราเลือกถ่ายบ้าง

Samsung Galaxy S22 Ultra

  • กล้องหลักเลนส์ Wide ความละเอียด 108 ล้านพิกเซล f/1.8 ระบบ Laser Auto Focus
  • กล้องเลนส์ Telephoto ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล ซูมออฟติคอล 3x f/3.0
  • กล้องเลนส์ Periscope ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล ซูมออฟติคอลแบบ Periscope 10x f/4.9
  • กล้องเลนส์ Ultra-Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล f/2.2 มุมกว้าง 120 องศา
  • กล้องหน้าความละเอียด 40 ล้านพิเซล f/2.2

Samsung Galaxy S22 Ultra

ในด้านการซูมภาพก็ยังเหนือระดับด้วยกล้องเลนส์ซูมถึง 2 ระดับตั้งแต่ 3X และซูมออฟติคอล 10X ด้วยกล้องแบบ Periscope ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล สามารถซูมภาพแบบดิจิตอลได้สูงสุด 100 เท่า แต่ความละเอียดของภาพก็จะลดลงไปตามระยะการซูม ซึ่งหากต้องการความคมชัดสมจริงแนะนำให้ซูมแค่ 10 เท่าด้วยกล้องเลนส์ Periscope ก็เพียงพอแล้ว หรือหากต้องการซูมภาพในระยะไกล ความคมชัดของภาพก็จะลดลงตามลำดับความไกล

ตัวอย่างภาพถ่ายจากการซูม 10x 30x และ 100x

ในโหมดการถ่ายภาพก็มีให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย โดยเฉพาะโหมด Single Take ที่ทำให้การถ่ายภาพสนุก และสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เพียงแค่กดถ่ายภาพครั้งเดียวแล้วถ่ายต่อเนื่อง 10 วินาที กล้องจะทำการถ่ายภาพนิ่ง, วิดีโอ, ภาพเคลื่อนไหวสั้นๆ ในแบบต่างๆ ให้อัตโนมัติ สามารถนำภาพ วิดีโอไปใช้ได้หลากหลาย ทั้งอัพ Facebook, Instagram หรือ TikTok ได้ทันที หรือจะถ่ายโหมด Portrait ก็สามารถถ่ายภาพบุคคลแบบละลายฉากหลังได้อย่างสมจริง พร้อมทั้งเอฟเฟ็คท์การเบลอภาพในแบบต่างๆ และยังสามารถนำภาพที่ถ่ายแล้วมาปรับแต่งเลือกเอฟเฟ็คท์การเบลอภาพภายหลังได้อีกด้วย

Samsung Galaxy S22 Ultra

ในโหมดการถ่ายวิดีโอสามารถเลือกถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุดถึง 8K หรือความละเอียด 7680 x 4320 พิกเซล ถ่ายได้ 24 เฟรมต่อวินาที แต่ก็จะทำให้ใช้พื้นที่หน่วยความจำค่อนข้างมาก หรือจะเลือกถ่ายที่ความละเอียด 4K หรือ Full HD ก็จะถ่ายได้ที่ 60 เฟรมต่อวินาที แค่เท่านี้ก็เพียงพอกับการใช้งานบนหน้าจอมือถือแล้ว มีระบบกันสั่น Super Steady ที่ช่วยป้องกันภาพสั่นไหว แทบจะไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมอย่างไม้กันสั่นเลยทีเดียว

แรงสุดกับหน่วยประมวลผล Snapdragon 8 Gen 1 สำหรับสมาร์ทโฟนระดับเรือธง

แน่นอนว่าสมาร์ทโฟนระดับเรือธงก็ต้องมาพร้อมกับหน่วยประมวลผลระดับเรือธงเช่นกัน แต่คราวนี้ไม่ได้มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Exynos อย่างรุ่นก่อนๆ โดยในครั้งนี้ทาง Samsung เลือกใช้หน่วยประมวลผลจาก Qualcomm อย่าง Snapdragon 8 Gen 1 รองรับการใช้งานเครือข่าย 5G ซึ่งถือเป็นชิพเซ็ตใหม่ล่าสุดที่เร็วที่สุดของค่ายในเวลานี้ ผลิตด้วยสถาปัตยกรรม 4 นาโนเมตร มีแกนประมวลผล 8 แกน และมีความเร็ว 3.0 GHz และเครื่องที่เราได้มาทดสอบเป็นรุ่นหน่วยความจำ RAM 8 GB และ ROM 128 GB และยังมีให้เลือกรุ่น RAM 12 GB หน่วยความจำ 256 และ 512 GB อีกด้วย

Samsung Galaxy S22 Ultra

Samsung Galaxy S22 Ultra

จากการทดสอบความเร็วด้วยแอพฯ Antutu 3D Benchmark เวอร์ชั่น 9.3.0 ซึ่งเป็นแอพฯ ที่เราใช้ทดสอบเป็นประจำสามารถทำคะแนนได้สูงถึง 897,058 คะแนน ถือว่าทำคะแนนได้สูงเป็นอันดับต้นๆ ของสมาร์ทโฟนที่ทดสอบมาทั้งหมด

Samsung Galaxy S22 Ultra

นอกจากนี้ยังทดสอบประสิทธิภาพด้วยแอพฯ Geekbench 5 ก็สามารถทำคะแนน Single-core ได้ 1206 คะแนน และ Multi-core 3217 คะแนน

Samsung Galaxy S22 Ultra

บทสรุป Samsung Galaxy S22 Ultra 5G จากความเห็นของ What Phone

คราวนี้ Samsung ทำการบ้านมาดีมากๆ ถือเป็นการนำเอา Galaxy Note ผนวกเข้ากับ Galaxy S ได้ออกมาเป็นสุดยอดสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ ซึ่งทาง Samsung นำเอาที่สุดของเทคโนโลยีที่ตัวเองมีอยู่สร้างสรรค์ออกมาเป็น Galaxy S22 Ultra ได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังมีดีไซน์ที่เรียบหรู สวยงาม น่าสัมผัส น่าใช้งาน ทั้งปากกา S Pen ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการจดบันทึก กล้องถ่ายภาพที่มีความละเอียดสูง ถ่ายภาพสนุกด้วยฟีเจอร์ต่างๆ มากมาย ประสบการณ์การใช้งานที่รวดเร็วทันใจ เล่นเกม 3D แบบหนักๆ ได้ไม่มีสะดุด ทั้งหมดนี้แทบจะไม่มีข้อติใดๆ เลย แต่สำหรับการใช้งานเราขอแนะนำให้เลือกเป็นรุ่น RAM 12 GB, ROM 256 GB เลยจะดีกว่า เพราะรุ่นนี้ไม่สามารถเพิ่มหน่วยความจำได้ หากใช้งานเยอะ ถ่ายวิดีโอบ่อย แนะนำเป็น 512 GB ไปเลยจะดีที่สุด หมดปัญหาเรื่องหน่วยความจำเต็ม และสำหรับใครที่ต้องการสุดยอดสมาร์ทโฟนอย่างที่เราได้กล่าวมา รับรองว่า Galaxy S22 Ultra 5G รุ่นนี้ตอบทุกโจทย์การใช้งานอย่างแน่นอน

Samsung Galaxy S22 Ultra

สรุปสเป็ค Galaxy S22 Ultra 5G

  • รองรับเครือข่าย 4G LTE และเครือข่าย 5G
  • หน้าจอ Dynamic AMOLED 2X ขนาด 6.8 นิ้ว ความละเอียด 1440 x 3088 พิกเซล
  • Refresh rate 10-120 Hz
  • กล้องหน้าความละเอียด 40 ล้านพิเซล f/2.2
  • กล้องหลัง 4 เลนส์ 
    • ล้องหลักเลนส์ Wide ความละเอียด 108 ล้านพิกเซล f/1.8 ระบบ Laser Auto Focus
    • กล้องเลนส์ Telephoto ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล ซูมออฟติคอล 3x f/3.0
    • กล้องเลนส์ Periscope ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล ซูมออฟติคอลแบบ Periscope 10x f/4.9
    • กล้องเลนส์ Ultra-Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล f/2.2 มุมกว้าง 120 องศา
  • ซูมดิจิตอลสูงสุด 100x
  • หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8 Gen 1 สถาปัตยกรรม 4 นาโนเมตรแบบ Octa-core ความเร็ว 3.0 GHz
  • หน่วยความจำมีให้เลือก 3 รุ่น
    • 8 GB RAM + 128 GB ROM
    • 12 GB RAM + 256 GB ROM
    • 12 GB RAM + 512 GB ROM
  • OneUI 4.1 บนพื้นฐาน Android 12
  • แบตเตอรี่ 5000 mAh
  • รองรับ Fast charging สูงสุด 45 วัตต์ และระบบไร้สาย 15 วัตต์
  • มีให้เลือก 3 สี Phantom Black, Phantom White และ Green
  • สีพิเศษ 3 สี Graphite, Sky Blue และ Red (สั่งซื้อได้ที่ samsung.com)
  • รองรับปากกา S Pen เชื่อมต่อด้วย Bluetooth
  • ราคาเปิดตัว
    • Galaxy S22 Ultra (8/128) วางจำหน่ายในราคา 39,900 บาท
    • Galaxy S22 Ultra (12/256) วางจำหน่ายในราคา 43,900 บาท
    • Galaxy S22 Ultra (12/512) วางจำหน่ายในราคา 47,900 บาท

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้อง

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top