Review - Mobile Review, Gadget, Games

รีวิว Nokia 6.1 Plus สมาร์ทโฟนกล้องคู่ บอดี้หรู ลื่นไหลทุกการใช้งาน

รีวิว Nokia 6.1 plus

กลับมาพบกับรีวิวสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ Android One บอดี้หรู อย่าง Nokia 6.1 Plus ที่มาพร้อมกับกล้องคู่ AI แถมยังลื่นไหลทุกการใช้งาน

กลับมาพบกับรีวิวสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ Android One บอดี้หรู อย่าง Nokia 6.1 Plus ที่มาพร้อมกับกล้องคู่ AI แถมยังลื่นไหลทุกการใช้งาน ส่วนรายละเอียดจะเป็นยังไงนั้น ทาง WhatPhone ก็มีมาฝากกันครับ ไปดูกันเลย!!

แกะกล่องส่องดีไซน์

Nokia 6.1 plus

ในส่วนของโนเกีย 6.1 พลัสนั้น มาในกล่องเล็กกระทัดรัดเรียบหรู อัดแน่นด้วยอุปกรณ์เสริมมากมาย รวมถึงคู่มือการใช้งานเริ่มต้น ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลยครับ

 

Nokia 6.1 plus

เข็มจิ้มซิม

 

อแดปเตอร์ชาร์จไฟปกติ 5V/2A

 

Nokia 6.1 plus

สายชาร์จ/เชื่อมต่อข้อมูลแบบ USB-C

 

Nokia 6.1 plus

หูฟังแบบ Earbud แบบ 3.5 mm

 

Nokia 6.1 plus

ตัวเครื่องของรุ่นนี้นั้นมาในขนาดเพียง 5.8 นิ้ว ถือว่าจับถนัดมือพอสมควร ดูเป็นไซส์ที่เล็กกว่ามาตรฐานของสมาร์ทโฟนปี 2018 อยู่นั่นเองครับ

 

Nokia 6.1 plus

ติ่งที่ด้านบนหน้าจอถือว่าเล็กกว่าปกติพอสมควร โดยมีกล้องหน้าและลำโพงสนทนาติดตั้งอยู่

 

Nokia 6.1 plus

ด้านหลังของตัวเครื่องดีไซน์กระจกเงางามสะท้อนแสงได้ พร้อมมีกล้องคู่ LED Flash เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือและโลโก้ Nokia + Android One แบบชัดเจน

 

Nokia 6.1 plus

ซ้ายมือของตัวเครื่องนั้นมาพร้อมกับช่องใส่ซิมการ์ดและเม็มโมรี่การ์ดแบบ Hybrid Slot (เลือกใส่ 2 นาโนซิมหรือ หนึ่งซิม+หนึ่งเม็มโมรี่การ์ด)

 

Nokia 6.1 plus

ด้านขวามือของตัวเครื่องมาพร้อมกับปุ่มปรับระดับเสียงและปุ่มพาวเวอร์

 

Nokia 6.1 plus

ด้านล่างตัวเครื่องมาพร้อมกับไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน พอร์ตชาร์จแบบ USB-C และลำโพงหนึ่งตัว

 

Nokia 6.1 plus

ด้านบนตัวเครื่องมาพร้อมช่องเสียบรูหูฟังขนาด 3.5 mm และไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนอีกหนึ่งตัว

 

สเปก Nokia 6.1 Plus

  • หน้าจอ 5.8 นิ้ว อัตราส่วน 19:9 ความละเอียด FHD+
  • กล้องหน้า 16 MP
  • กล้องหลังคู่ 16+5 MP  พร้อมระบบประมวลผลภาพอัจฉริยะด้วย AI
  • CPU : Qualcomm Snapdragon 636 processor
  • RAM 4 GB, ROM 64 GB รองรับ MicroSD สูงสุด 400 GB
  • แบตเตอรี่ขนาด 3,060 mAh
  • รันด้วยระบบปฏิบัติการ Android Pie 9.0 ใหม่ล่าสุด
  • ราคา 8,990 บาท

 

เจาะลึกฟีเจอร์กล้อง

Nokia 6.1 plus Screenshot Front Camea

กล้องหน้าเซลฟี่ : สามารถถ่ายภาพได้หลากหลายโหมด ทั้งปรับเอง (Pro Mode), 3D Sticker, ปรับแสงบนใบหน้าได้หลากหลายแบบ หรือจะเป็นการถ่ายวีดีโอ Slow-motion รวมถึงวีดีโอแบบเร่งความเร็วก็ถ่ายได้สูงสุด 1080p

 

Nokia 6.1 Plus Screenshot

กล้องหลัง : มีโหมดให้เลือกเล่นหลายโหมดทั้ง ไลฟ์โบเก้หน้าชัดหลังเบลอ (ปรับก่อนหรือหลังถ่ายได้), สี่เหลี่ยมจัตุรัส (อัตราส่วนภาพแบบ 1:1), HDR, โหมดหน้าเนียน, โหมดปรับเอง (Pro), วีดีโอสโลวโมชั่นหรือเร่งความเร็ว  และสามารถถ่ายวีดีโอได้ความละเอียดสูงสุด 4K 

 

Bothie (Dual Sight) : ฟีเจอร์กล้องคู่บุญสำหรับสมาร์ทโฟนโนเกียที่สามารถถ่ายภาพทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังได้พร้อม ๆ กัน และยังเพิ่ม 3D Sticker เข้าไปให้ถ่ายภาพได้สนุกยิ่งขึ้นอีกด้วย

 

Live Mode : นอกจากโหมดถ่ายภาพแบบต่าง ๆ แล้ว เราสามารถไลฟ์สดลงแอปพลิเคชั่นชื่อดังอย่าง Youtube และ Facebook ได้ง่าย ๆ จะเพิ่มโหมดบิ้วตี้ ปรับแสงใบหน้า หรือจะใส่ 3D Sticker ก็ได้ และปรับความละเอียดได้สูงสุดที่ 720 p ชัด ๆ กันไปเลยครับ 

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจาก Nokia 6.1 Plus

ภาพถ่ายจากกล้องหน้าในที่แสงพอเหมาะก็จะออกมาคมชัดใช้ได้ ส่วนที่มืดก็จะมี Noise พอสมควรครับ 

 

Nokia 6.1 Plus Photo Sample Nokia 6.1 Plus Photo Sample Nokia 6.1 Plus Photo Sample Nokia 6.1 Plus Photo Sample Nokia 6.1 Plus Photo Sample Nokia 6.1 Plus Photo Sample Nokia 6.1 Plus Photo Sample

ส่วนภาพถ่ายจากกล้องหลังก็ทำออกมาได้ดีในสภาพแสงที่พอเหมาะ ซึ่งบางทีตัวกล้องอาจจะวัดแสงเพี้ยนไปบ้างตามสถานะการณ์ ภาพถ่ายย้อนแสงก็มีโหมด HDR ช่วยในเรื่องของท้องฟ้าให้สมจริง

 

Nokia 6.1 Plus Photo Sample Nokia 6.1 Plus Photo Sample Nokia 6.1 Plus Photo Sample

ภาพถ่ายในที่มืดเป็นอีกจุดที่น่าสังเกต เพราะชัดเตอร์จะถ่ายช้ากว่าปกติ คือเวลาถ่ายมือต้องนิ่งมาก ภาพถึงจะออกมาคมชัดไม่เบลอครับ แต่ภาพถ่ายก็จะมี Noise พอสมควรครับ

 

ส่องฟีเจอร์เด่นใน Android Pie 9.0

หน้าตาคร่าว ๆ ของ Android Pie 9.0 ในรุ่นนี้ ปัดขึ้นก็จะเป็นหน้ารวมแอปพลิเคชั่น

 

สามารถเล่น 2 แอปพลิเคชั่นไปพร้อม ๆ กันได้ง่าย ๆ 

 

มีฟีเจอร์บอกว่าวันนึงเราใช้แอปพลิเคชั่นไหนไปแล้วบ้าง แถมยังสามารถจัดการลดสิ่งรบกวนได้อีก

 

มีฟีเจอร์หน้าจอแอมเบียนท์ช่วยแสดงเวลา/การแจ้งเตือน ตลอดเวลาได้ รวมถึงฟีเจอร์เคาะจอสองทีเพื่อให้หน้าจอติดอันนี้ดีงามมากครับ

 

ในส่วนของระบบความปลอดภัยก็มีระบบสแกนลายนิ้วมือและระบบสแกนหน้าในเมนู Smartlock ให้เลือกใช้กันครับ (แต่ต้องตั้ง PIN ก่อนใช้งานทั้งสองฟีเจอร์นี้ด้วย)

 

ประสิทธิภาพของตัวเครื่อง

ด้วยพลังแห่งชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 636 บวกกับ RAM 4 GB LPDD4X พร้อมหน่วยความจำภายใน 64 GB ทำให้รีดประสิทธิภาพจากแอปพลิเคชั่น Antutu ไปได้ถึง 117,492 คะแนนเลยทีเดียวครับ

 

Nokia 6.1 Plus Screenshot

ตัวเกมส์ PUBG Mobile ที่ทางทีมงานได้ทดสอบไปนั้นก็สามารถเล่นได้อย่างลื่นไหล เพราะการตั้งค่าเริ่มต้นมาแบบฮาร์ดแวร์ขั้นต่ำ แต่ถ้าจะปรับความละเอียดสูงก็สามารถเล่นได้เช่นกัน ซึ่งประสิทธิภาพนั้นก็จะมีกระตุกบ้างเล็กน้อย รวมถึงเครื่องยังร้อนเร็วอีกด้วยครับ

 

ในส่วนของแบตเตอรี่นั้นสามารถใช้งานได้เกือบเต็มวัน คือไม่ได้อึดมากแต่ก็ไม่ได้แย่ แน่นอนว่าจะหมดเร็วก็ต่อเมื่อใช้เล่นเกมส์ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ๆ และถ้าไม่ได้อยากใช้งานอะไรมาก ก็มีโหมดประหยัดพลังงานหรือปรับแบตเตอรี่อัตโนมัติที่จะช่วยให้ยืดเวลาการใช้งานของแบตเตอรี่ไปได้อีกครับ

 

สรุปการใช้งานของ Nokia 6.1 Plus

Nokia 6.1 plus

จากการใช้งานเจ้าโนเกียรุ่นนี้มาประมาณ 2 สัปดาห์ก็พบว่า สามารถใช้งานได้อย่างลื่นไหล ไม่แพ้รุ่นท็อปๆ เลย คงเป็นเพราะความเป็น Pure Android ที่มีอัพเดตให้ทุกเดือน ในส่วนของการเล่นเกมส์ก็สามารถทำได้ลื่นไหลในการปรับกราฟฟิคระดับกลาง แต่ถ้าเล่นไปนานๆ ตัวเครื่องจะร้อนง่ายมาก แม้รุ่นนี้จะไม่ได้ใช้กล้องที่มีเลนส์ Ziess ติดมา แต่ก็ทำได้ไม่เลวเพราะระบบ AI ช่วยปรับแต่งภาพให้ได้อย่างอัตโนมัติ บอกเลยว่าถ้าใครอยากได้สมาร์ทโฟนดีไซน์หรู วัสดุดูดี มีกล้องคู่ เน้นการใช้งานที่ลื่นไหล มีอัพเดตทุกเดือน เล่นเกมส์ลื่น ต้องรุ่นนี้เลยครับ

 

จุดเด่น

  • หน้าจอ LCD ความละเอียด FHD+ นั้นให้สีสันที่สวยสดงดงาม สามารถดู Netflix HD ได้ด้วย
  • ออกแบบมาในขนาดเหมาะมือ ไม่เล็ก ไม่ใหญ่จนเกินไป
  • วัสดุดีงาม ดูแพง ดูหรูหรา งานประกอบแน่นทุกครั้งที่สัมผัส
  • ลื่นไหลใช้งานง่าย คลีน ๆ ด้วยความที่ใช้ Pure Android
  • GPS ดี นำทางแม่นยำ
  • โหมดกล้องมีให้เลือกเล่นเยอะ แถมยังมีฟีเจอร์ Bothie ถ่ายกล้องหน้ากล้องหลังพร้อม ๆ กันหรือจะไลฟ์สดขึ้น Social ก็ทำได้ง่าย ๆ
  • กล้องถ่ายภาพทำได้ดีในที่มีแสง สวยงามเก็บรายละเอียดดีทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง
  • ใช้ระบบปฏิบัติการ Android Pie 9.0 ใหม่ล่าสุด มีอัพเดตทุกเดือนเนื่องจากอยู่ในโครงการ Android One ของ Google
  • โอนถ่ายข้อมูลได้รวดเร็วด้วยพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB-C

 

จุดสังเกต

  • ราคาค่าตัวอาจจะดูสูงไปเมื่อเทียบกับสเปกที่ให้มา พูดง่าย ๆ ว่าคู่แข่งเยอะมาก
  • กล้องจะโฟกัสช้าเวลาถ่ายภาพในที่แสงน้อย แถมยังเบลอง่าย คือต้องมือนิ่ง ๆ
  • ฟีเจอร์ 3D Sticker ในโหมดกล้องมีให้เลือกน้อยมากแล้วไม่สามารถโหลดเพิ่มได้
  • ตัวอย่างภาพที่โชว์ในแอปกล้องกับภาพถ่ายจริงจะมีความแตกต่างกันอยู่นิดหน่อย (ระบบ AI จะประมวลผลภาพหลังถ่ายไปแล้ว) 
  • เมื่อใช้งานหนัก ๆ ไปนาน ๆ ตัวเครื่องจะร้อนง่ายพอสมควร ด้วยความที่ใช้กระจกอาจจะระบายความร้อนได้ไม่ทัน
  • ด้วยความที่เป็น Pure Android ทำให้ขาดฟีเจอร์หรือเอกลักษณ์ของแบรนด์ไปพอสมควร
  • ไม่รองรับระบบชาร์จเร็ว 

 

ก็จบไปแล้วสำหรับรีวิวของเจ้า Nokia 6.1 Plus ที่ทางเว็บไซต์เรานำมาฝากกัน และสำหรับใครที่อยากติดตามบทความดี ๆ แบบนี้ หรือข่าวสารใหม่ ๆ ก็สามารถกดไลค์เพจ WhatPhone.net หรือเข้ามาพูดคุยกันได้ที่ WhatPhone – Commu ได้เลยครับ

 

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top