Gadget

รีวิว Amazfit Bip U สมาร์ทแทร็คเกอร์ฟังก์ชั่นแบบหนักๆ ในราคาเบาๆ

Amazfit Bip U สมาร์ทแทร็คเกอร์ราคาประหยัดที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่รุ่นแรกๆ ด้วยราคาที่สมเหตุสมผล ราคาไม่แพง แต่ฟังก์ชั่นการใช้งานพื้นฐานเทียบเท่ากับสมาร์ทวอชราคาแพงได้เลย

Amazfit Bip U สมาร์ทแทร็คเกอร์ราคาประหยัดที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่รุ่นแรกๆ ด้วยราคาที่สมเหตุสมผล ราคาไม่แพง แต่ฟังก์ชั่นการใช้งานพื้นฐานเทียบเท่ากับสมาร์ทวอชราคาแพงได้เลย ไม่ว่าจะเป็นฟังก์ชั่นการออกกำลังกาย การแทร็คข้อมูลการเดิน, อัตราการเต้นของหัวใจ, การวัดระดับออกซิเจนในเลือด (SpO2) เป็นต้น มาดูกันว่าระดับราคาพันกว่าบาททำอะไรได้อีก

Amazfit Bip U

แกะกล่องลองเล่น Amazfit Bip U

กล่องของสมาร์ทแทร็คเกอร์รุ่นนี้ด้านหน้ามีรูปบ่งบอกสีสันของตัวเครื่องที่อยู่ด้านใน ส่วนด้านข้างจะบอกฟังก์ชั่นเด่นๆ ที่ทำได้ของรุ่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นขนาดหน้าจอ, รองรับการออกกำลังกายได้ 60 รูปแบบ, วัดระดับออกซิเจนในเลือด เป็นต้น และเมื่อแกะกล่องออกมาก็จะพบกับอุปกรณ์ต่างๆ ดังนี้

  • สมาร์ทแทร็คเกอร์ Amazfit Bip U สีเขียว
  • สายชาร์จแบตเตอรี่
  • คู่มือการใช้งาน

Amazfit Bip U

Amazfit Bip U

วัสดุ น้ำหนัก และการใช้งาน

Amazfit Bip U ที่เราได้มาทดสอบเป็นสีเขียว เมื่อสวมใส่บนข้อมือดูแล้วค่อนข้างโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ วัสดุสายทำจากซิลิโคน สวมใส่สบาย ใส่แล้วไม่คัน ส่วนตัวเรือนทำจากวัสดุโพลีคาร์บอเนตสีเดียวกับสาย

Amazfit Bip U

หน้าจอแสดผลขนาด 1.43 นิ้ว เป็นจอภาพแบบ IPS ความละเอียด 302 x 320 พิกเซล กระจกหน้าจอเป็นโค้ง 2.5D เคลือบสารป้องกันรอยนิ้วมือ สามารถปรับระดับความสว่างได้ 4 ระดับเพื่อการมองเห็นชัดเจนในที่โล่งแจ้ง เลือกดาวน์โหลดและเปลี่ยนหน้าปัดได้จากแอพฯ Zepp ที่จะกล่าวถึงในหัวข้อถัดไป

Amazfit Bip U

ด้านหลังมีเซ็นเซอร์ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ มีไฟ LED สีเขียว 2 ดวงคอยตรวจจับอยู่ และในวงกลมสีดำนี้ก็ยังมีจุดเล็กๆ  2 จุดสำหรับชาร์จแบตเตอรี่ ซึ่งบริเวณนี้เป็นแม่เหล็กดูดแป้นชาร์จด้วย

ปุ่มเปิดปิดเครื่อง หรือปุ่มเมนูอยู่ที่ด้านข้างขวาของตัวเรือน และยังทำหน้าที่เป็นปุ่มลัดสำหรับเข้าสู่เมนูการออกกำลังกายโดยการกดปุ่มค้างไว้ประมาณ 2 วินาทีได้อีกด้วย

Amazfit Bip U

สายนาฬิกาเป็นแบบสลักล็อคกับตัวเรือน สามารถถอดเปลี่ยนเองได้ง่ายๆ

ทำงานร่วมกับแอพฯ Zepp

จากเดิม Amazfit จะทำงานร่วมกับแอพฯ Mi Fit แต่สำหรับรุ่นนี้เปลี่ยนมาใช้แอพฯ Zepp มีให้ดาวน์โหลดทั้งระบบปฏิบัติการ Android และ iOSหน้าตาแอพฯ ถูกปรับเปลี่ยนให้ดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น สำหรับการใช้งานครั้งแรกก็ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่เปิดนาฬิกา แล้วเปิดแอพฯ Zepp เริ่มแรกจะต้องสมัคร Account ก่อน แต่หากมี Account อยู่แล้วก็สามารถเข้าสู่การใช้งานได้ทันที และเมื่อเชื่อมต่อสำเร็จ อาจจะมีการอัพเดท Firmware ประมาณ 5-10 นาทีก็ใช้งานได้

การใช้งาน Zepp จะช่วยให้เราดูข้อมูลต่างๆ ที่ตัวสมาร์ทแทร็คเกอร์เก็บข้อมูลได้ละเอียดขึ้น ซึ่งการเชื่อมต่อจะอาศัย Bluetooth ในการส่งข้อมูลไปยังสมาร์ทโฟน และยังส่งการแจ้งเตือนต่างๆ ไปที่นาฬิกาด้วย นอกจากนี้ยังใช้ตั้งค่าต่างๆ ของนาฬิกาได้สะดวกขึ้น

ข้อมูลที่เราสามารถดูได้ก็มีทั้งข้อมูลการก้าวเดินในแต่ละวัน, อัตราการเต้นของหัวใจ, ระดับออกซิเจนในเลือด, ระดับความเครียด, ข้อมูลการนอนในแต่ละวัน นอกจากนี้ยังสามารถดูข้อมูลอื่นๆ ได้โดยอาศัยอุปกรณ์อื่นๆ ของ Xiaomi เช่น Mi Scale หรือสมาร์ทวอชรุ่นอื่นๆ ที่สามารถเก็บข้อมูลอื่นๆ ได้ อย่างเช่นน้ำหนัก มวลกล้ามเนื้อ ค่า BMI ฯลฯ ช่วยให้เรานำข้อมูลมาวิเคราะห์ได้ว่าในแต่ละวัน หรือแต่ละช่วงเวลาเราเคลื่อนไหวร่างกายอย่างไร สามารถนำมาปรับการใช้ชีวิตประจำวันของเราได้

สำหรับหน้าปัดนาฬิกาเราสามารถดาวน์โหลดได้ที่ Watch Face Store มีให้เลือกมากกว่า 100 แบบ ทั้งแบบเข็ม แบบดิจิตอล เลือกเปลี่ยนได้ไม่ซ้ำวัน แต่หน่วยความจำเครื่องสามารถบันทึกหน้าปัดนาฬิกาได้สูงสุด 4 แบบ หากต้องการแบบใหม่ก็ต้องเลือกลบหน้าปัดเก่าทิ้งไปก่อนจึงจะดาวน์โหลดแบบใหม่ได้

Amazfit Bip U วัดอะไรได้บ้าง

สมาร์ทแทร็คเกอร์รุ่นนี้มีเซ็นเซอร์ต่างๆ มากมาย โดยฟีเจอร์พื้นฐานอย่างการเก็บข้อมูลก้าวเดิน อัตราการเต้นของหัวใจ อัตราการเผาผลาญแคลอรี่ในแต่ละวันสามารถทำได้อยู่แล้ว แต่จุดเด่นของรุ่นนี้ยังสามารถตรวจจับและเก็บข้อมูลการออกกำลังกายได้มากกว่า 60 แบบ และยังมีฟีเจอร์อื่นๆ ที่สามารถตรวจวัดได้ในนาฬิการหลักพันบาทมีดังนี้

 

  • วัดระดับออกซิเจนในเลือด หรือค่า SpO2 มีหน่วยเป็นเปอร์เซ็นต์ เป็นการวัดระดับค่าออกซิเจนในเม็ดเลือด ซึ่งค่าที่วัดได้ตามปกติจะอยู่ที่ 95% หรือมากกว่า แต่หากวัดตอนนอนจะอยู่ที่ 90% หรือมากกว่า ซึ่งการวัดค่าจะใช้เวลาประมาณ 1 นาที

  • ระดับความเครียด (Stress) โดยการวัดค่าความเครียดจะอาศัยค่าอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งหากมีอัตราการเต้นสูง ก็จะทำให้ค่าความเครียดสูงตามไปด้วย

  • PAI (Personal physiological Activity Indicator) หรือคะแนนการทำกิจกรรมต่างๆ โดยอ้างอิงจากอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งหากเราทำกิจกรรมใดๆ ที่ทำให้หัวใจเราเต้นเร็ว อย่างเช่นการเดินเร็ว วิ่ง ปั่นจักรยาน เล่นโยคะ หรือเล่นกีฬา ทำกิจกรรมอื่นๆ สมาร์ทแบนด์ก็จะทำการบันทึกค่าระยะเวลาการทำกิจกรรม โดยแต่ละสัปดาห์ควรจะทำให้ได้ถึง 100 PAI หรือมากกว่า ซึ่งเป็นค่าที่เหมาะสมในการออกกำลังกายในแต่ละสัปดาห์ 

  • คุณภาพการนอนหลับ เราสามารถดูระยะเวลาการนอนหลับของเราคร่าวๆ ได้จากหน้าปัดนาฬิกา แต่หากต้องการดูข้อมูลการนอนหลับแบบละเอียดสามารถเปิดแอพฯ ดูได้ และยังมีระบบการให้คะแนนการนอนหลับในแต่ละคืนด้วยโดยอิงจากระดับการนอนหลับ ซึ่งสามารถตรวจจับได้ตั้งแต่ Deep Sleep, Light Sleep, REM และ Awake หากหลับลึก หลับนานก็จะได้คะแนนสูง แต่หากตื่นบ่อยก็จะได้คะแนนน้อย

สรุปการใช้งาน Amazfit Bip U จากความเห็นของ What Phone

จากการใช้งานประมาณ 2 สัปดาห์กว่าๆ รวมไปถึงการใส่นอนตลอด 24 ชั่วโมงพบว่าสมาร์ทแทร็คเกอร์รุ่นนี้สวมใส่สบาย น้ำหนักเบา ไม่อึดอัด จอแสดงผลสีสันสวยงาม เห็นได้ชัดเจนในที่โล่งแจ้งสามารถใส่ได้ตลอดเวลาแม้กระทั่งอาบน้ำ เพราะสามารถกันน้ำได้ลึกถึง 5 เมตร ถือเป็นสมาร์ทแทร็คเกอร์ที่มีฟังก์ชั่นเกินราคาพันกว่าบาทมากๆ ไม่จำเป็นต้องซื้อสมาร์ทวอช หรือสมาร์ทแทร็คเกอร์แพงๆ เลย จะขาดก็เพียงระบบ GPS ที่จะต้องพกสมาร์ทโฟนไปด้วยขณะออกกำลังกาย จึงเหมาะกับผู้ใช้ที่ไม่ได้เน้นการออกำลังกายที่จริงจัง เพียงแค่ต้องการเก็บข้อมูลการเคลื่อนไหวในแต่ละวันเพื่อที่จะนำมาปรับพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของเรา

สำหรับระยะเวลาการใช้งานโดยปกติแล้วจะใช้แบตเตอรี่เพียงวันละ 10% ซึ่งก็จะได้ประมาณ 10 วัน ได้มากกว่าสเป็คที่ระบุไว้เพียง 9 วัน แต่หากใช้งานหนักๆ อย่างเช่นออกกำลังกาย หรือดาวน์โหลดหน้าปัดเล่นบ่อยๆ ก็อาจจะทำให้ระยะเวลาการใช้งานสั้นลง โดยรวมแล้วสมาร์ทแทร็คเกอร์ในราคาเพียง 1,590 บาท ถือว่าคุ้มค่ามากๆ เมื่อเทียบกับฟังก์ชั่นที่ได้

Amazfit Bip U

สรุปสเป็ค

  • ขนาด น้ำหนัก 40.9 x 35.5 x 11.4 มม, 31 กรัม (รวมสาย)
  • กันน้ำลึกระดับ 5 ATM
  • จอแสดผลขนาด 1.43 นิ้ว จอภาพแบบ IPS LCD, ความละเอียด 302 x 320 พิกเซล
  • เซ็นเซอร์ BioTracker™ 2 PPG Biological Optical Sensor, Acceleration sensor, Gyroscope sensor
  • เชื่อมต่อด้วย Bluetooth 5.0/BLE
  • แบตเตอรี่ Li-Ion Polymer 230 mAh
  • รองรับระบบปฏิบัติการ Android 5.0 และ iOS 10.0 ขึ้นไป
  • มี 3 สี ดำ, เขียว, ชมพู
Amazfit Bip U

จอแสดงผลสีสันสดใส มองเห็นได้ชัดเจนเมื่ออยู่กลางแจ้ง

 

Amazfit Bip U

เตือนสายเรียกเข้าแสดงชื่อเป็นภาษาไทยได้

 
Amazfit Bip U

แสดงการแจ้งเตือนข้อความต่างๆ เป็นภาษาไทยได้

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top