Review

รีวิว POCO M3 Pro 5G สัมผัสประสบการณ์ 5G ในราคาเริ่มต้นเพียง 4,999 บาท

สมาร์ทโฟน POCO 5G รุ่นแรก นั่นก็คือ POCO M3 Pro 5G ไม่เพียงแต่จะรองรับการใช้งาน 5G ยังมีราคาเริ่มต้นเพียง 4,999 บาทเท่านั้น มา รีวิว ดูกันเลย

และแล้ว POCO ก็มีสมาร์ทโฟน 5G รุ่นแรก นั่นก็คือ POCO M3 Pro 5G ไม่เพียงแต่จะรองรับการใช้งานเครือข่าย 5G แล้ว ยังมีราคาเริ่มต้นเพียง 4,999 บาทเท่านั้น ถือเป็นแบรนด์ที่ทำราคาสมาร์ทโฟน 5G ในราคาต่ำที่สุดในท้องตลาดอีกด้วย มาดูกันว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะมีฟีเจอร์อะไรให้เราได้ใช้งานบ้าง มาแกะกล่อง รีวิว ดูกันเลย

POCO M3 Pro 5G

แกะกล่อง รีวิว POCO M3 Pro 5G

มองดูก็รู้ว่ากล่องสีเหลืองสดใสแบบนี้ต้องเป็นสมาร์ทโฟนแบรนด์ POCO แน่นอน ตัวกล่องดีไซน์แบบเรียบๆ มีเพียงชื่อรุ่น POCO M3 Pro 5G เท่านั้น ส่วนอุปกรณ์ในกล่องก็มีมาให้ดังนี้

POCO M3 Pro 5G

  • POCO M3 Pro 5G สี Power Black
  • อแดปเตอร์ชาร์จแบตเตอรี่กำลังไฟ 22.5 วัตต์ (ตัวเครื่องรับ 18 วัตต์)
  • สายชาร์จแบตเตอรี่แบบ USB-C
  • เคสซิลิโคนแบบใส
  • ฟิล์มกันรอยแบบติดมาจากโรงงาน
  • คู่มือการใช้งาน
  • เข็มจิ้มถาดซิมการ์ด
  • สติ๊กเกอร์ POCO

POCO M3 Pro 5G

สำหรับอุปกรณ์ในกล่องก็ถือว่ามีมาให้เกือบจะครบ ขาดก็เพียงชุดหูฟังเท่านั้น แต่ก็หาซื้อได้ในราคาไม่กี่ร้อยบาท หรือจะหาซื้อหูฟังบลูทูธไร้สายไปเลยก็ได้เช่นกัน นอกนั้นทั้งเคส ฟิล์มกันรอย อแดปเตอร์ชาร์จแบตเตอรี่ก็มีมาให้ครบ แกะกล่องออกมาก็สามารถใช้งานได้ทันที ไม่ต้องหาซื้ออุปกรณ์กันรอยเพิ่มเติม 

POCO M3 Pro 5G

POCO M3 Pro 5G

POCO M3 Pro 5G

ตัวเครื่อง ดีไซน์ และวัสดุ

ในด้านของดีไซน์ตัวเครื่องดูคล้ายกับ POCO M3 ที่วางจำหน่ายไปก่อนหน้านี้ รวมไปถึงขนาดที่กะทัดรัดใกล้เคียงกัน เพียงแต่ว่าด้านหลังแถบสีดำที่มีโลโก้ POCO นั้นจะแตกต่างออกไป ดูเป็นเอกลักษณ์เฉพาะรุ่น ขอบด้านข้างดีไซน์แบบ 3D Curve โค้งรับกับอุ้งมือ ฝาหลังที่เราได้รับมาทดสอบเป็นสี Power Black ดีไซน์เป็นแบบเงา เมื่อสะท้อนกับแสงจะเห็นเป็นมิติต่างๆ ดูพรีเมี่ยมสวยงามมาก เพียงแต่อาจจะต้องเช็ดกันบ่อยๆ เนื่องจากเป็นรอยนิ้วมือได้ง่าย แต่ก็สามารถใส่เคสแบบใสที่มีมาให้ในกล่องก็จะช่วยลดรอยนิ้วมือ ช่วยป้องกันรอยขีดข่วน และช่วยกันกระแทกได้เป็นอย่างดี

POCO M3 Pro 5G

POCO M3 Pro 5G

จอแสดงผลด้านหน้าแบบ DotDisplay ขนาดใหญ่ 6.5 นิ้ว เป็นจอแสดงผลแบบ IPS LCD อัตรารีเฟรชเรทอยู่ที่ 90 Hz เหนือจอแสดงผลนอกจากจะกล้องหน้าแบบเจาะรูปแล้ว ยังมีลำโพงสนทนา เซ็นเซอร์ต่าง นอกจากนี้ยังมีเซ็นเซอร์ตรวจจับแสงแบบ 360 องศา ช่วยปรับแสงสว่างหน้าจอให้โดยอัตโนมัติ

POCO M3 Pro 5G

POCO M3 Pro 5G

ด้านหลังดีไซน์แบบแนวนอน เราจะเห็นแถบสีดำพร้อมโลโก้ POCO และเลนส์รับภาพกล้องทั้ง 3 เลนส์ที่ดูโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะรุ่น และยังเห็นโลโก้ 5G บ่งบอกการรองรับเครือข่าย 5G ด้วย เลนส์กล้อง 3 เลนส์ พร้อมไฟแฟลชแบบ LED นูนออกจากเครื่องมาเล็กน้อย แต่หากใส่เคสที่มีมาให้ในกล่องก็ช่วยป้องกันรอยขีดข่วนได้จากการวางบนพื้นโต๊ะ

POCO M3 Pro 5G

POCO M3 Pro 5G

ที่ด้านข้างซ้ายจะมีเพียงช่องใส่ถาดซิมการ์ดแบบ Hybrid มีมาให้ 2 ช่อง ซึ่งจะต้องเลือกว่าจะใส่ SIM2 หรือการ์ดหน่วยความจำแบบ microSD

POCO M3 Pro 5G

POCO M3 Pro 5G

ส่วนที่ด้านข้างขวามีปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่มเปิดปิดเครื่อง ซึ่งทำหน้าที่เป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไปด้วยในตัว

POCO M3 Pro 5G

ที่ด้านบนเราจะเห็นจุดเล็กๆ 3 จุด ที่ดูเหมือนลำโพงเหมือนรุ่นก่อนๆ แต่ในรุ่นนี้จะเป็นพอร์ตอินฟราเรด และช่องไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน ไม่ได้เป็นช่องลำโพงแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังมีช่องเสียบหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. มาให้ด้วย

สุดท้ายที่ด้านมีช่องไมโครโฟนรับเสียงสนทนา ช่องเสียบสายแบบ USB-C และช่องลำโพงสปีกเกอร์ สรุปแล้วรุ่นนี้จะมีลำโพงมาให้เพียง 1 ตัวเท่านั้น

ชิพเซ็ต Dimensity 700 เร็วแรง ประหยัดพลังงาน รองรับ 5G

POCO M3 Pro 5G เป็นรุ่นแรกของ POCO ที่ใช้ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 700 5G พร้อมด้วยสถาปัตยกรรมการผลิตขนาด 7 นาโนเมตร พร้อมด้วยแกนประมวลผลแบบ Octa-core ทำงานที่ความเร็ว 2.20 GHz ในเครื่องที่เราได้มาทดสอบเป็นรุ่นหน่วยความจำ RAM แบบ LPDDR4X ขนาด 6 GB และพื้นที่หน่วยความจำขนาดใหญ่ถึง 128 GB ซึ่งเป็นหน่วยความจำแบบ UFS 2.2 สามารถอ่านและเขียนข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว เปิดแอพฯ หรือเกมต่างๆ ได้อย่างทันใจ อีกทั้งยังเพิ่มหน่วยความจำแบบ microSD ได้อีก

POCO M3 Pro 5G

ชิพเซ็ต MediaTek Dimensity 700 ยังรองรับเครือข่าย 5G ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเครือข่ายใหม่ที่ดาวน์โหลดข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น และยังมีความหน่วงต่ำ เข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว และสำหรับรุ่นนี้ยังรองรับ 5G แบบ Dual SIM, Dual Standby สามารถเลือกใช้งานได้โดยไม่ต้องสลับช่องใส่ซิมให้วุ่นวาย

POCO M3 Pro 5G

POCO M3 Pro ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชั่น 11 พร้อมMIUI เวอร์ชั่น 12.0.8 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด รองรับการอัพเดทในอนาคต รองรับการใช้งานทั่วไป ทั้งการใช้งานแอพพลิเคชั่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแอพฯ โซเชียล, แอพฯ แชทสามารถใช้งานได้อย่างรวดเร็ว ลื่นไหล ส่วนการเล่นเกมเราได้ทดสอบเล่นเกม 3D หนักๆ ที่เราใช้ทดสอบเป็นประจำอย่าง PUBG Mobile สามารถปรับความละเอียดได้สูงสุดที่ระดับสูง หรือเกม Call of Duty Mobile ก็สามารถเปิดความละเอียดได้สูงสุด นอกจากนี้ยังมีโหมด Game Turbo ที่จะช่วยจัดการทรัพยากรในเครื่องให้เล่นเกมได้อย่างลื่นไหล

POCO M3 Pro 5G

POCO M3 Pro 5G

ผลการทดสอบด้วยแอพฯ Antutu 3D Benchmark ทำคะแนนได้ค่อนข้างดีอยู่ที่ 267881 

POCO M3 Pro 5G

ส่วนการทดสอบด้วยแอพฯ Geekbench 5 ก็ทำคะแนน Single core ได้ 556 และ Multi-core ทำได้ 1713

POCO M3 Pro 5G

แสดงผลได้อย่างลื่นไหลด้วยหน้าจอแบบ DynamicSwitch 90 Hz

จอแสดงผลของ POCO M3 Pro มีขนาดใหญ่ 6.5 นิ้ว ความละเอียด FHD+ แบบ DotDisplay รองรับอัตราการรีเฟรชเรท 90Hz แสดงผลภาพได้สวยงามและใช้ได้อย่างลื่นไหล เทคโนโลยี DynamicSwitch หน้าจอยังสามารถปรับอัตราการแสดงผลตามการใช้งานต่างๆ ได้โดยอัตโนมัติสูงสุดที่ 90 Hz สามารถปรับลดลงมาได้ที่ 60Hz, 50Hz และ 30Hz เพื่อประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ยังมีการแสดงผลแบบ Dark mode และ Reading Mode 3.0 ให้ใช้งานได้สบายตามาขึ้น ด้วยเซ็นเซอร์จับแสงรอบทิศทาง 360 องศา ทั้งหน้าและหลัง ช่วยปรับแสงสว่างของหน้าจอให้สัมพันธ์กับแสงภายนอก ทำให้ดูเป็นธรรมชาติ และช่วยถนอมสายตาอีกด้วย 

POCO M3 Pro 5G

กล้องหลัง AI Vision Triple Camera 48 ล้านพิกเซล

กล้องถ่ายภาพแบบ 3 เลนส์ พร้อมระบบ AI Vision ที่จะเข้ามาช่วยปรับสีสันของภาพให้สวยงามให้เหมาะกับวัตถุที่จะถ่าย กล้องเลนส์หลักมีความละเอียด 48 ล้านพิกเซล แต่หากถ่ายภาพในโหมดปกติจะถูกลดลงเหลือ 12 ล้านพิกเซล แต่ยังคงใช้เซ็นเซอร์อย่างเต็มประสิทธิภาพโดยรวมเอา 4 พิกเซลเป็น 1 พิกเซลเพื่อให้รับแสงได้มากขึ้น ภาพดูสว่างและสีสันสวยงามสมจริงขึ้น และยังช่วยไม่ให้ไฟล์ภาพใหญ่เกินไปอีกด้วย แต่หากต้องการถ่ายภาพที่ความละเอียด 48 ล้านพิกเซลก็สามารถเลือกปรับได้ในเมนูการตั้งค่า สำหรับสเป็คกล้องทั้งด้านหน้า และด้านหลังของรุ่นนี้มีเลนส์อะไรให้เราได้ใช้บ้าง มาดูกันเลย

POCO M3 Pro 5G

  • กล้องเลนส์ Wide ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/1.79 เซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ 1/2 นิ้ว
  • กล้องเลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.4 ระยะถ่ายใกล้สุด 4 ซม.
  • กล้อง Depth sensor ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.0

ในการถ่ายภาพของรุ่นนี้ก็มีโหมดการถ่ายภาพให้เลือกใช้งานค่อนข้างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโหมด Time-lapse, โหมด Portrait สำหรับถ่ายภาพบุคคล สามารถปรับค่ารูรับแสง หรือความเบลอของฉากหลังได้, Slow motion, โหมด Pro ที่สามารถปรับแต่งการถ่ายภาพได้ ทั้งค่าสปีดชัตเตอร์, ค่ารูรับแสง, ISO, White balance และสำหรับฟิลเตอร์ก็มีให้เลือกมากถึง 19 แบบ

ในโหมดการถ่ายคลิปวิดีโอกสามารถถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 1080p ด้วยอัตรา 30 เฟรมต่อวินาที และยังมีลูกเล่นในการถ่ายคลิปวิดีโอสนุกๆ ให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นโหมด VLOG สำหรับถ่ายคลิปวิดีโอสั้นๆ ประมาณ 10-15 วินาที โดยจะมีรูปแบบดนตรีขณะถ่ายให้เลือก 10 แบบ

แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5000 mAh ชาร์จเร็ว 18 วัตต์

สำหรับตัวเครื่องที่ดูเล็กกะทัดรัด แต่อัดแบตเตอรี่มาให้ถึง 5000 mAh สามารถใช้งานได้ยาวๆ ถึง 2 วันเต็มๆ แต่หากแบตเตอรี่หมดก็สามารถชาร์จได้เร็วถึง 18 วัตต์ โดยภายในกล่องจะมีอแดปเตอร์กำลังไฟ 22.5 วัตต์มาจากการทดสอบชาร์จจาก 1% ไปจนถึง 65% ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. และหากชาร์จไปจนเต็ม 100% ก็ใช้เวลารวมประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที อาจจะดูนาน แต่ด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ จึงใช้เวลานานพอสมควร

บทสรุป รีวิว Poco M3 Pro 5G ในความเห็นของ What Phone

จากการทดสอบใช้งานพอสักระยะพบว่า POCO M3 Pro สามารถใช้งานได้เป็นอย่างดี เหมาะกับการใช้งานทั่วไป ถ่ายภาพสวย อาจจะมีเล่นเกมบ้างก็ยังสามารถเล่นเกม 3D แบบหนักๆ ได้สบายๆ สำหรับการใช้งาน 5G สามารถใช้งานได้ทุกเครือข่าย ทั้ง AIS, dtac และ True Move ซึ่งสามารถใช้งานได้แล้วในทุกจังหวัด โดยเฉพาะในตัวเมือง (แนะนำให้ตรวจสอบพื้นที่การใช้งานกับผู้ให้บริการอีกครั้ง) ซึ่งถือว่าเป็นสมาร์ทโฟน 5G ที่มีราคาคุ้มค่าที่สุด เริ่มต้นเพียง 4,999 บาทเท่านั้น สำหรับใครที่อยากทดลองประสบการณ์การใช้งานเครือข่าย 5G ในราคาเบาๆ เราขอแนะนำรุ่นนี้เลย 

POCO M3 Pro 5G

สรุปสเป็ค POCO M3 Pro 5G

  • ขนาด 161.81 x 75.34 x 8.92 มม. นัำหนัก 190 กรัม
  • รองรับเครือข่าย 4G LTE และ 5G พร้อมช่องใส่ซิมการ์ด 2 ใบแบบ Hybrid
  • หน้าจอ IPS FHD+ ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด 1080 x 2400 พิกเซล
  • แสดงผล Refresh rate 90 Hz พร้อมเทคโนโลยี DynamicSwitch
  • หน่วยประมวลผล MediaTek Dimensity 700 5G  Octa-core ความเร็ว 2.20 GHz
  • หน่วยประมวลผลภาพ 3D Mali-G57
  • ระบบปฏิบัติการ Android 11, MIUI 12 for POCO
  • หน่วยความจำ RAM 4/6 GB LPDDR4X, ROM 64/128 GB UFS2.2
  • รองรับหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD
  • ระบบปลดล็อคด้วยสแกนลายนิ้วมือด้านข้าง และปลดล็อคด้วยใบหน้า
  • กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล f/2.0
  • กล้องหลัง 3 เลนส์
    • กล้องเลนส์หลัก 48 ล้านพิกเซล f/1.79 เซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ 1/2 นิ้ว
    • กล้องเลนส์ Macro 2 ล้านพิกเซล ระยะใกล้สุด 4 ซม f/2.4
    • กล้องเลนส์ Depth 2 ล้านพิกเซล f/2.4
  • แบตเตอรี่ 5000 mAh ชาร์จเร็วด้วยอแดปเตอร์ 18 วัตต์
  • การเชื่อมต่อ WiFi 2.4 และ 5 GHz, Bluetooth 5.1
  • มีให้เลือก 3 สี Power Black, POCO Yellow, Cool Blue
  • ราคาเปิดตัวรุ่น 4/64 GB ราคา 4,999 บาท, รุ่น 6/128 GB ราคา 5,999 บาท

POCO M3 Pro วางจำหน่ายแบบเอ็กคลูซีฟ เฉพาะที่ JD Central ตั้งแต่วันที่ มิถุนายนเป็นต้นไป โดยมีราคาและโปรโมชั่นดังนี้

  • รุ่นความจุ 6 GB+128 GB ราคา 5,999 บาท
  • รุ่นความจุ 4 GB+64 GB ราคา 4,999 บาท
  • สำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าในระหว่างวันที่ 1-13 มิถุนายน 2564 สามารถเลือกรับของสมนาคุณ ฟรี! จำนวน รายการ จาก รายการ (ของสมนาคุณมีจำนวนจำกัด)  โดยเลือกระหว่าง “Special Gift มูลค่า 899 บาท” หรือ “JOY SIM 5G (5G Sim Card จาก JD Central) แบบแพคเกจรายเดือน 399 บาท นาน เดือน พร้อม JD Points 798 บาท รวมมูลค่า 1,995 บาท”

ตัวอย่างภาพจากกล้อง

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top