Preview

พรีวิวมือถือ Samsung Galaxy Note Edge

Samsung Galaxy Note Edge นั้นเปรียบเสมือน Note 4 ที่ถูกเพิ่มความล้ำหน้าของเทคโนโลยีการผลิตหน้าจอเข้ามา พร้อมด้วยลูกเล่นจากประสบการณ์การใช้งานใหม่ๆ

สัดส่วนภายนอก Samsung Galaxy Note Edge

Samsung Galaxy Note Edge เป็นอีกรุ่นเปิดตัวออกมาพร้อมกับ Samsung Galaxy Note 4 แถมขอบจอโค้งของมันยังแอบขโมยซีน เรียกเสียงฮือฮาจากบรรดาสื่อที่เข้าร่วมงานเปิดตัวไปได้พอสมควร และหลังจากที่สาวกแซมซังชาวไทยรอลุ้นว่ามันจะมีขายในไทยหรือเปล่า เราก็ขอแจ้งข่าวสำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่า Samsung Galaxy Note Edge นั้นได้เปิดตัวพร้อมวางจำหน่ายกันไปในงาน Thailand Mobile Expo 2015 เมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมาแล้วนะคร้าบบบ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA OLYMPUS DIGITAL CAMERA OLYMPUS DIGITAL CAMERA OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ด้านหน้า: มีหน้าจอซูเปอร์อะโมเล็ดขนาดใหญ่ 5.6 นิ้ว มีความละเอียดสูงระดับควอดเอชดี มีจุดเด่นที่ขอบหน้าจอโค้งมนรับกับขอบตัวเครื่องด้านขวา สำหรับแสดงข้อความแจ้งเตือน และวิดเจ็ทต่างๆ พร้อมกล้องหน้าความละเอียด 3.7 ล้านพิกเซล ด้านล่างหน้าจอมีปุ่มโฮมที่สามารถใช้งานเป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ

ด้านซ้าย: มีปุ่มวอลลุ่มสำหรับปรับเพิ่ม – ลดเสียง และสามารถใช้เป็นปุ่มชัตเตอร์ในการถ่ายภาพได้อีกด้วย

ด้านบน: มีช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร พร้อมอินฟราเรดพอร์ต, ไมโครโฟน สำหรับตัดเสียงรบกวน และปุ่มพาวเวอร์/ เปิด-ปิดหน้าจอ

ด้านล่าง: เป็นตำแหน่งของพอร์ตไมโครยูเอสบี ถูกขนาบข้างด้วยไมโครโฟน 2 ตัว และยังมีปากกา S-Pen ซ่อนอยู่ที่มุมล่างขวาของตัวเครื่อง

ด้านหลัง: พลิกมาที่ด้านหลังของตัวเครื่องจะพบกับกล้องถ่ายภาพระบบออโต้โฟกัสความละเอียด 16 ล้านพิกเซล และ แอลอีดีแฟลช จัดวางอยู่ พร้อมเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ ถัดลงไปที่ด้านล่างจะเป็นตำแหน่งของลำโพง เมื่อเปิดฝาหลังออกมาจะพบกับช่องใส่ไมโครเอสดีการ์ด, ช่องใส่ไมโครซิม พร้อมแบตเตอรี่แบบถอดเปลี่ยนเองได้ ความจุ 3,000 มิลลิแอมป์

ภาพรวม: Samsung Galaxy Note Edge มีดีไซน์ที่เรียบหรูสวยงามด้วยขอบตัวเครื่องโลหะ และหน้าจอ Edge Screen ที่โค้งมน ยังคงเอกลักษ์ด้วยฝาหลังที่มีพื้นผิวแบบ Faux Leather (มีพื้นผิวคล้ายกับเครื่องหนัง) เหมือนรุ่นพี่อย่าง Note 4 แต่เมื่อได้สัมผัสตัวเป็นๆ เราก็แอบเทใจให้กับความงามด้วยเส้นสายที่โค้งมนของเจ้า Note Edge มากกว่ารุ่นพี่ตัวออริจินอลอีกนะเนี่ย

ชำแหละเครื่องใน

Samsung Galaxy Note Edge รุ่นที่วางจำหน่ายในประเทศไทยนั้นเป็นเวอร์ชั่นที่ใช้ชิปเซ็ทขวัญใจมหาชนอย่าง Qualcomm Snapdragon รหัสรุ่น 805 มีหน่วยประมวลผลความเร็ว 2.7 กิกะเฮิร์ตซ์ สำหรับหน่วยความจำแรมนั้นก็จัดเต็มด้วยแรม 3 กิกะไบต์ เหมือนรุ่นพี่อย่าง Note 4 นอกจากนี้ยังมีหน่วยความจำภายใน 32 กิกะไบต์ และสามารถเพิ่มหน่วยไมโครเอสดีการ์ดได้สูงสุด 128 กิกะไบต์เหมือนรุ่นพี่เช่นเดียวกัน

อย่างที่เกริ่นไปว่า Samsung Galaxy Note Edge นั้นมาพร้อมกับขอบหน้าจอโค้ง กินพื้นที่ลงมาที่ขอบด้านขวาของตัวเครื่อง ซึ่งเจ้าหน้าจอโค้งนั้นไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อความสวยงาม หรือโชว์เทคโนโลยีในการผลิตเพียงเท่านั้น เพราะเจ้า Edge Screen (เอดจ์สกรีน) 9หรือขอบหน้าจอโค้งของ Note Edge นั้นจะทำหน้าที่แสดงเนื้อหาแยกต่างหากจากหน้าจอหลัก โดยสามารถตั้งค่า และเลื่อนใช้งานแถบบน Edge Screen เพื่อเข้าถึงโหมดต่างๆ ทั้งการแสดงข้อความแจ้งเตือน, แอพพลิเคชั่นที่ใช้งานบ่อยๆ, วิดเจ็ท, มินิแอพ พร้อมแถบเครื่องมือ จำพวกไม้บรรทัด, นาฬิกาจับเวลา, ไฟฉาย ฯลฯ รวมไปถึงแถบเมนูของแอพฯ ต่างๆ (อาทิ กล้องถ่ายภาพ, S Note) ให้เราได้ใช้งานหน้าจอหลักเต็มๆ โดยไม่ต้องมีแถบเมนู หรือแถบข้อความแจ้งเตือนโผล่ขึ้นมาเกะกะพื้นที่ของหน้าจอหลัก อีกทั้งยังสามารถเลือกดาวน์โหลดแถบ Edge Screen (Panels) อื่นๆ มาใช้งานกันเพิ่มเติมได้จาก Galaxy Apps

นอกจากขอบจอโค้งซึ่งมาพร้อมการใช้งานเอนกประสงค์แล้ว Samsung Galaxy Note Edge ก็ยังมีฟีเจอร์การใช้งานเด่นๆ แบบเดียวกับ Galaxy Note 4 ทั้งการใช้งาน S-Pen เวอร์ชั่นใหม่ ที่ไวต่อการรับแรงกดที่แตกต่างช่วยให้เรา วาด เขียน จดบันทึกต่างๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติใกล้เคียงกับการใช้ปากกาเขียนลงบนสมุดจริงๆ มากขึ้น พร้อมฟีเจอร์ Smart Select, Photo Note, Multi Window ฯลฯ ที่ยกขบวนมาให้ใช้งานกันครบครัน

ทางด้านฟีเจอร์ในการถ่ายภาพ Samsung Galaxy Note Edge ก็จัดเต็มมาให้เช่นเดียวกับ Note 4 ด้วยกล้องถ่ายภาพระบบออโต้โฟกัสความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ที่มาพร้อมระบบกันสั่นที่ตัวเลนส์ (OIS) ขาดไม่ได้กับกล้องหน้าความละเอียด 3.7 ล้านพิกเซล ให้ถ่ายภาพเซลฟี่กันอย่างจุใจด้วยโหมดไวด์เซลฟี่ พร้อมใช้นิ้วแตะที่เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ เพื่อใช้งานแทนปุ่มชัตเตอร์ได้เช่นเดียวกัน

กูรูฟันธง

Samsung Galaxy Note Edge นั้นเปรียบเสมือน Note 4 ที่ถูกเพิ่มความล้ำหน้าของเทคโนโลยีการผลิตหน้าจอเข้ามา พร้อมด้วยลูกเล่นจากประสบการณ์การใช้งานใหม่ๆ บนอินเทอร์เฟซของ Edge Screen เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ชื่นชอบในดีไซน์โค้งมนแปลกตา แต่ยังคงความสวยงามลงตัว รวมไปถึงผู้ที่อยากเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมเทคโนโลยีที่แปลกกว่ารุ่นเรือธงตัวอื่นๆ ในท้องตลาด ซึ่งถามว่าจอโค้ง Edge Screen มันมีประโยชน์ หรือช่วยให้ใช้งานได้สะดวกขึ้นหรือเปล่า ก็ต้องขอตอบว่ามันก็มีส่วนให้ใช้งานได้สะดวกขึ้นเหมือนกันนะ แต่ถ้าจะให้มองถึงความคุ้มค่า เราคิดว่าตัวคุณเองน่าจะให้คำตอบนี้ได้ดีที่สุด

ข้อดี

1. ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.4.4 (คิทแคท)
2. หน้าจอซูเปอร์อะโมเล็ด ความละเอียดควอดเอชดี ขนาด 5.6 นิ้ว
3. หน้าจอโค้ง Edge Screen
4. CPU Snapdragon 805 ควอดคอร์ ความเร็ว 2.7 กิกะเฮิร์ตซ์/ แรม 3 กิกะไบต์
5. หน่วยความจำภายใน 32 กิกะไบต์, เพิ่มไมโครเอสดีได้ 128 กิกะไบต์
6. รองรับ 4G / 3G / Wi-Fi / NFC
7. กล้องดิจิตอล 16 ล้านพิกเซล, ออโต้โฟกัส, ระบบกันสั่น OIS, แอลอีดีแฟลช,
8. กล้องหน้า 3.7 ล้านพิกเซล/ F1.9/ ไวด์เซลฟี่
9. ปากกา S-Pen
10. ชาร์จไวด้วย Fast Charging

ข้อเสีย

1. ตัวเครื่องมีค่อนข้างกว้างกว่ามือถือปกติ
2. ขอบจอกระจกโค้งมาถึงด้านข้างตัวเครื่อง อาจเกิดรอยจากการใช้งานได้ง่าย

รูปตัวเครื่อง Samsung Galaxy Note Edge

SS note edge-01 SS note edge-02

รูปหน้าจอ Samsung Galaxy Note Edge

1 2

3 4

5 6

7 8

9 12

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top