Preview

พรีวิว OPPO A57 สมาร์ทโฟนดีไซน์เข้ม จอใหญ่ แบตอึด ชาร์จเร็วในราคาเบาๆ

OPPO A57 สมาร์ทโฟนน้องใหม่ล่าสุดจาก OPPO ด้วยคุณสมบัติที่กล่าวมาข้างต้น เรามาดูกันว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะคุ้มค่าหรือไม่ มาแกะกล่องดูกันเลยครับ

หากใครที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนในราคาที่ไม่แพงมากนัก แต่มีดีไซน์ในระดับพรีเมี่ยม รองรับการใช้งานขั้นพื้นฐาน เราขอแนะนำ OPPO A57 สมาร์ทโฟนน้องใหม่ล่าสุดจาก OPPO ด้วยคุณสมบัติที่กล่าวมาข้างต้น เรามาดูกันว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะคุ้มค่าอย่างที่เราเกริ่นไปหรือไม่ มาแกะกล่องดูกันเลยครับ

OPPO A57

แกะกล่องพรีวิว OPPO A57

กล่องของสมาร์ทโฟน A Series ของ OPPO จะมาในรูปแบบของกล่องสีฟ้าสดใส โดยมีตัวอักษร A โดดเด่นที่หน้ากล่อง และที่มุมบนซ้ายจะมีหน่วยความจำระบุไว้เล็กๆ และที่ด้านล่างก็จะมีชื่อรุ่นกำกับอยู่ และเมื่อแกะกล่องออกมาก็จะพบกับอุปกรณ์ต่างๆ ดังนี้

OPPO A57

OPPO A57

OPPO A57

  • OPPO A57 สี Glowing Black
  • อแดปเตอร์ SuperVOOC 33 วัตต์
  • สายชาร์จแบบ USB-C
  • เคสซิลิโคนแบบใส
  • ฟิล์มกันรอย (ติดมาจากโรงงาน)
  • เข็มจิ้มถาดซิมการ์ด
  • เอกสารคู่มือการใช้งาน

อุปกรณ์ภายในกล่องก็มีมาให้ค่อนข้างครบ ไม่ว่าจะเป็นอแดปเตอร์, สายชาร์จ, เคสใส และฟิล์มกันรอยแบบติดมาจากโรงงาน จะขาดก็เพียงหูฟังซึ่งก็สามารถนำหูฟังที่มีแจ็คขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. มาใช้งานได้ หรือจะใช้งานร่วมกับหูฟังบลูทูธก็ได้เช่นกัน เอาเป็นว่าแกะกล่องก็พร้อมใช้งานโดยไม่ต้องหาซื้ออะไรเพิ่มเติมเลย

OPPO A57 สี Glowing Black 

OPPO A57 ที่เราได้มาทดสอบเป็นสี Glowing Black ที่มีความคมเข้ม ดุดัน เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการความเรียบหรู ใช้งานได้กับทุกโอกาส พื้นผิวด้านหลังเป็นแบบด้าน เมื่อสะท้อนกับแสงก็จะเห็นเป็นเหมือนเม็ดทราย หรือดวงดาวนับล้านสะท้อนแสงอยู่ อีกทั้งยังไม่ติดรอยนิ้วมือได้ง่ายๆ ตัวเครื่องดีไซน์แบบเหลี่ยม ทำให้จับได้ถนัดมือ นอกจากนี้ยังมีสี Glowing Green ให้เลือกอีกหนึ่งสีด้วย

OPPO A57

สำหรับจอแสดงก็มีขนาดใหญ่เต็มตาถึง 6.56 นิ้ว เหนือจอแสดงผลใข้เส้นสายโค้งเว้าตรงกล้องหน้า พร้อมลำโพงแบบสเตอริโอแบบ Ultra Linear แยกซ้ายขวาโดยทำงานร่วมกับลำโพงด้านล่าง จอแสดงผลความละเอียด HD+ หรือที่ความละเอียด 720 x 1612 พิกเซล แสดงสีสันได้สวยงาม สมจริง เหนือจอแสดงผลมีลำโพงสนทนา และเซ็นเซอร์ต่างๆ ซ่อนอยู่บริเวณนี้

ด้านหลังของตัวเครื่องออกแบบมาใน OPPO Glowing Design ออกแบบมาอย่างเรียบๆ โมดูลกล้องมีมาให้ใช้งาน 2 เลนส์ พร้อมไฟแฟลชแบบ LED และสำหรับเคสที่มีมาให้ในกล่องเป็นเคสใสก็สามารถใช้งานได้โดยไม่บดบังสีดำของตัวเครื่อง ยังคงเห็นความสวยงามของดีไซน์ด้านหลังได้อย่างชัดเจน อีกทั้งช่วยป้องกันรอยขีดข่วนไปจนถึงโมดูลกล้องเลยทีเดียว

 
 
 
 
ที่ด้านข้างซ้ายมีเพียงช่องใส่ถาดซิมการ์ด ตัวถาดมีมาให้ 3 ช่อง สามารถใส่ SIM1, SIM2 และการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD ได้สูงสุดถึง 1 TB และมีปุ่มปรับระดับเสียง ส่วนที่ด้านข้างขวาปุ่มเปิดเครื่อง หากกดค้างก็จะเข้าสู่การใช้งานคำสั่งเสียง Google Assistant พร้อมทำหน้าที่เป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือเพื่อปลดล็อคตัวเครื่องไปด้วยในตัว

ด้านบนของตัวเครื่องดีไซน์แบบโล่งๆ ไม่มีอุปกรณ์ใดๆ อยู่ตรงนี้ ส่วนที่ด้านล่างมีช่องเสียบหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม., ช่องไมโครโฟนรับเสียงสนทนา, ช่องเสียบสายชาร์จแบบ USB-C และช่องสปีกเกอร์โฟนที่ทำงานร่วมกับลำโพงด้านบน สามารถเปิดฟังเพลง หรือชมภาพยนตร์ด้วยระบบเสียงสเตอริโอแยกซ้ายขวาอย่างชัดเจน

OPPO A57

หน่วยประมวลผล Helio G35 พร้อมระบบปฏิบัติการ ColorOS 12.1

หน่วยประมวลผลของรุ่นนี้ใช้ MediaTek Helio G35 มี 8 แกนประมวลผล ทำงานด้วยความเร็ว 2.3 GHz ซึ่งเหมาะกับการใช้งานทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการดูหนัง ฟังเพลง ถ่ายภาพ คุยแชท เล่นโซเชียล และเล่นเกม 2D แบบเบาๆ มีหน่วยความจำ RAM มาให้ 4 GB พร้อมทั้งเพิ่มได้อีกสูงสุดถึง 4 GB โดยดึงหน่วยความจำมาใช้ชั่วคราวจาก ROM ที่มีอยู่ 64 GB และยังสามารถเพิ่มการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD ได้อีกสูงสุด 1 TB อีกด้วย 

OPPO A57 ใช้ระบบปฏิบัติการ ColorOS เวอร์ชั่น 12.1 จากพื้นฐาน Android เวอร์ชั่น 12 รองรับการใช้งาน Google Mobile Service เต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นอีเมล์, ระบบนำทาง, การดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น เกม พื้นที่เก็บข้อมูล Google drive เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้รับการอัพเดทความปลอดภัยต่างๆ จาก OPPO ภายหลังด้วย

ในการทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยประมวลผล MediaTek Helio G35 ด้วยแอพฯ Antutu เวอร์ชั่น 9.4.0 ที่เราใช้ทดสอบสมาร์ทโฟนเป็นมาตรฐานประจำแล้วสามารถทำได้ 113,925 คะแนน

OPPO A57

และสำหรับแอพฯ Geekbench5 ทำคะแนน Single-Core ได้ 175 คะแนน ส่วน Multi-Core 979 คะแนน

OPPO A57

กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล พร้อมระบบ AI CAMERA

กล้องหลังของรุ่นนี้มีมาให้เลือกใช้งาน 2 เลนส์ โดยกล้องหลักมีความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องเลนส์ Depth จะเข้ามาช่วยในการถ่ายภาพ Portrait เพื่อให้ฉากหลังเบลออย่างเป็นธรรมชาติพร้อมทั้งมีระบบ AI เข้ามาช่วยเติมแต่งสีสัน และความสว่างให้กับภาพเพื่อให้ดูสวยงามมากยิ่งขึ้น และสำหรับกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซลก็สามารถถ่ายภาพเซลฟี่ได้อย่างมั่นใจด้วยฟีเจอร์ “รีทัชด้วย AI” ที่สามารถเลือกปรับได้ตั้งแต่ 0-100%

OPPO A57

ส่วนโหมดการถ่ายภาพอื่นๆ ก็มีให้เลือกถ่าย ทั้งโหมดถ่ายภาพกลางคืน, Time-Lapse, Panorama, สติ๊กเกอร์ และโหมด Pro ที่สามารถปรับแต่งค่า ISO, White Balance, Speed shutter ได้ตามต้องการ ส่วนการถ่ายคลิปวิดีโอก็สามารถถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุดที่ Full HD 1080p ได้ทั้งกล้องหน้า และกล้องหลัง

ตัวอย่างภาพจากกล้อง

 

แบตอึด 5000 mAh ชาร์จเร็วด้วย SuperVOOC 33 วัตต์

OPPO A57 มีแบตเตอรี่ที่อึดมาก ด้วยขนาดความจุถึง 5000 mAh และยังมีระบบจัดสรรพลังงานที่มีประสิทธิภาพ มีหน่วยประมวลผลที่ประหยัดพลังงาน สามารถใช้งานได้ยาวๆ 2-3 วัน เรียกได้ว่าลืมชาร์จกันไปเลย แต่หากว่าลืมชาร์จก็มีระบบชาร์จเร็วด้วยอแดปเตอร์ SuperVOOC ที่มีกำลังไฟถึง 33 วัตต์ สามารถชาร์จได้อย่างรวดเร็วทันใจ จากการทดสอบชาร์จจากแบตเตอรี่เหลือ 1% ชาร์จไป 30 นาทีก็ได้พลังงานมาถึง 47% และหากชาร์จไปถึง 60 นาทีจะได้พลังงานมาถึง 88% แต่ถ้าชาร์จเต็ม 100% ก็ใช้เวลาเพียงชั่วโมงนิดๆ เท่านั้น ถือว่าทำเวลาได้รวดเร็วทันใจ 

OPPO A57

บทสรุปพรีวิว OPPO A57

หลังจากที่ใช้งานมาสักพักพบว่า OPPO A57 เป็นสมาร์ทโฟนที่รองรับการใช้งานพื้นฐานได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพ เล่นโซเชียลแอพฯ โดยเฉพาะการดูหนังฟังเพลงที่เราประทับใจในเรื่องของระบบเสียงแบบสเตอริโอที่มีการแยกมิติเสียงได้ชัดเจน หาได้ยากในสมาร์ทโฟนราคาระดับนี้ ส่วนการเล่นเกมก็พอเล่นเกมแบบ 2D ได้สบายๆ แต่หากเล่นเกม 3D แบบหนักๆ ก็อาจจะต้องปรับลดความละเอียดภาพกราฟฟิคลงจึงจะเล่นได้อย่างลื่นไหล โดยรวมถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่คุ้มค่า ตอบโจทย์การใช้งานได้ดีทีเดียว 

OPPO A57

สรุปสเป็ค และจุดเด่น

  • ขนาด 163.74 x 75.03 x 7.99 มม. นัำหนัก 187 กรัม
  • รองรับเครือข่าย 3G, 4G LTE
  • หน้าจอ LCD ความละเอียด HD+ ขนาด 6.56 นิ้ว ความละเอียด 720 x 1612 พิกเซล
  • แสดงผลด้วยอัตรา Refresh rate 60 Hz
  • หน่วยประมวลผล MediaTek Helio G35 Octa-core ความเร็ว 2.3 GHz
  • GPU PowerVR Rogue GE8320
  • ระบบปฏิบัติการ Android 11, ครอบทับด้วย ColorOS 12.1
  • หน่วยความจำ RAM 4 GB, ROM 64 GB
  • เพิ่ม RAM อัตโนมัติได้สูงสุด 4 GB
  • เพิ่มการ์ดหน่วยความจำ microSD ได้สูงสุด 1 TB
  • กล้องหลัง 2 เลนส์
    • กล้องหลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.2
    • กล้องเลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้าพนพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.4
  • กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.0
  • กล้องถ่ายวิดีโอความละเอียด FullHD 30 เฟรมต่อวินาที ทั้งกล้องหน้า และกล้องหลัง
  • ปลดล็อคด้วยระบบสแกนใบหน้า
  • มีวิทยุ FM ในตัว
  • แบตเตอรี่ 5000 mAh ชาร์จเร็ว SuperVOOC กำลังไฟ 33 วัตต์
  • เชื่อมต่อ WiFi b/g/n/ac ความถี่ 2.4 และ 5 GHz, Bluetooth 5.3
  • มีให้เลือก 2 สี Glowing Black, Glowing Blue
  • ราคาเปิดตัว
    • รุ่น RAM 3 GB, ROM 64 GB ราคา 5,999 บาท
    • รุ่น RAM 4 GB, ROM 64 GB ราคา 6,299 บาท    

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top