Preview

พรีวิว OnePlus 8 สมาร์ตโฟนเรือธงสุดพรีเมียม ชิป Snapdragon 865 สุดแรง กล้องหลัง 3 ตัว

รีวิว OnePlus 8

OnePlus 8 จะเป็นรุ่นเล็กที่มีสเปกรองลงมาจาก OnePlus 8 Pro แต่ก็ยังอยู่ในระดับเรือธงอยู่ สำหรับรุ่นนี้จะมีอะไรที่น่าสนใจบ้างนั้น ไปติดตามพรีวิวกันครับ

วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยปีนี้มาพร้อมกับคอนเซ็ป Lead with Speed เร็วแรง ทรงพลัง ในดีไซน์ที่สวยงาม ซึ่ง OnePlus 8 จะเป็นรุ่นเล็กที่มีสเปกรองลงมาจาก OnePlus 8 Pro แต่ก็ยังอยู่ในระดับเรือธงอยู่ สำหรับรุ่นนี้จะมีอะไรที่น่าสนใจบ้างนั้น ไปติดตามพรีวิวกันครับ

สเปก OnePlus 8

  • รองรับเครือข่าย 4G LTE, 5G (ใช้งานในไทยได้ในไตรมาสที่ 4)
  • หน้าจอแสดงผลแบบ Fluid Display ขนาด 6.55 นิ้ว ความละเอียด 1080 x 2400 พิกเซล แสดงผล 16.7 ล้านสี
  • จอแสดงผลรีเฟรชเรท 90 Hz, รองรับ HDR10+, TUV Eye Comfort Certification
  • หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 865
  • หน่วยความจำ RAM 12 GB, ROM 256 GB
  • กล้องหลัง 3 เลนส์
    • กล้องหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX586
    • กล้อง Ultra Wide Angle 16 ล้านพิกเซล มุมกว้าง 116 องศา
    • กล้อง Macro 8 ล้านพิกเซล
  • กล้องหน้า Punch Hole ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล
  • ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย OxygenOS
  • ลำโพงคู่แบบสเตอริโอ Dolby Atmos
  • แบตเตอรี่ขนาด 4,300 mAh รองรับ Warp Charge 30T กำลังไฟ 30 วัตต์
  • มี 2 สีให้เลือก สีเขียว Gracial Green, สีรุ้ง Interstellar Glow (Limited Edition)
  • ราคา 28,990 บาท

แกะกล่อง ส่องดีไซน์

สำหรับตัวกล่องของปีนี้จะมาในสีแดงสดอีกครั้ง โดยยังคงมาในดีไซน์กล่องยาวเช่นเคย และมีเลข 8 วางอยู่ด้านหน้ากล่อง และมีเขียนคำว่า OnePlus อยู่ด้านข้างกล่อง 

เมื่อเปิดกล่องออกมา ก็จะพบกับซองกระดาษที่มีเอกสารต่างๆ ไว้ด้านใน ได้แก่ Welcome card, เข็มจิ้มถาดซิมการ์ด, ชุดสติ๊กเกอร์, คู่มือการใช้งานอยู่ในซองนี้ และก็จะเจอกับตัวเครื่องที่มาพร้อมกับแผ่นซีลรอบตัวเครื่องอย่างดี

เมื่อนำสมาร์ทโฟนออกมา ก็จะพบกับอุปกรณ์ที่มาภายในชุดจัดจำหน่าย ได้แก่ สายเคบิล USB-C สีแดงสวยงาม และอะแดปเตอร์ Warp Charge 30T กำลังไฟ 30 วัตต์

สำหรับสีที่ทีมงานได้มารีวิวก็คือ สีเขียว Gracial Green ซึ่งเป็นผิวแบบด้าน Matte AG ให้สัมผัสที่ดีเลย รอยนิ้วมือไม่ติดง่าย แถมเวลามีแสงสะท้อนเข้ามาก็ค่อนข้างสวยงาม ถึงแม้จะเป็นสีเขียวแต่บางมุมมองก็ออกสีฟ้าๆ หน่อยๆ ใครที่ชื่นชอบตัวเครื่องผิวด้านและสีเขียวน้ำทะเล รุ่นนี้น่าจะโดนใจคุณไม่น้อย ตัวเครื่องมีความบาง ขอบโค้งทั้งด้านหน้าและด้านหลัง การหยิบจับค่อนข้างโอเคเลย 

และมาพร้อมกับกล้องหลัง กล้องหลัง 3 เลนส์ ประกอบด้วย กล้องหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX586, กล้อง Ultra Wide Angle 16 ล้านพิกเซล มุมกว้าง 116 องศา และกล้อง Macro 8 ล้านพิกเซล ถ่ายรูปภาพได้ครบครันทุกมุมมอง และรองรับการบันทึกวิดีโอระดับ 4K ด้วยอัตรา 60 เฟรมต่อวินาที มีโหมด Super Slow Motion สูงสุด 480 เฟรมต่อวินาที และมีเครื่องมือการตัดต่อวิดีโอมาให้ในตัวเครื่องด้วย

หน้าจอแสดงผลแบบ Fluid Display ขนาด 6.55 นิ้ว ความละเอียด 1080 x 2400 พิกเซล แสดงผล 16.7 ล้านสี จอแสดงผลรีเฟรชเรท 90 Hz, รองรับ HDR10+, TUV Eye Comfort Certification ฝังกล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล แบบ Punch Hole อยู่ที่มุมซ้ายบนของหน้าจอ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ไม่ค่อยเกะกะสายตาสักเท่าไรนัก และเมื่อแกะออกจากกล่องก็มาพร้อมกับฟิล์มกันรอยที่ติดมาให้จากโรงงาน

ขอบตัวเครื่องเป็นอะลูมิเนียม มีปุ่ม Alert Slider สำหรับเปลี่ยนโหมดเสียงสฃระหว่างเงียบ, สั่น และ เปิดเสียง เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว และปุ่มปลดล็อคอยู่ด้านขวาของตัวเครื่อง ซึ่งถ้ามองจากด้านข้างแล้วจะเห็นถึงขอบโค้งของตัวเครื่องทั้งด้านหน้าและด้านหลังอย่างชัดเจน

ด้านบนของตัวเครื่องมาพร้อมกับรูไมโครโฟนที่สอง สำหรับช่วยกรองรบกวนรอบข้าง

ส่วนปุ่มปรับระดับเสียงถูกวางอยู่ด้านซ้ายของตัวเครื่อง

OnePlus 8 มาพร้อมกับพอร์ต USB-C ที่วางอยู่ด้านล่างของตัวเครื่อง และมีลำโพงสปีกเกอร์ พร้อมกับถาดสำหรับใส่ซิมการ์ดวางอยู่

ประสิทธิภาพและการใช้งาน

ชิปประมวลผลระดับท็อป Qualcomm Snapdragon 865 พร้อมกับหน่วยความจำ RAM 12 GB, ROM 256 GB เรียกได้ว่าใช้งานทั่วไปได้อย่างไม่มีปัญหาแน่นอน ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย OxygenOS ที่มีหน้าตาเหมือนกับ Pure Android แต่มีฟีเจอร์เสริมและใช้งานง่ายกว่า รวมถึงไม่หน่วงยังใช้งานได้เร็วและลื่นไหลอีกด้วย และใครที่ชอบใช้งานมือเดียวก็มีฟีเจอร์ Gestures มาให้เลือกใช้ ที่ได้ลองใช้งานมาถือว่าสะดวกขึ้นเยอะเลย ไม่ต้องเอื้อมนิ้วมากดปุ่มย้อนกลับแล้ว แต่ถ้าใครชอบใช้งานแบบปุ่มก็ยังคงมีให้เลือกใช้อยู่

ในด้านการเล่นเกม ก็ยังจัดเต็มมาให้ด้วยโหมด Fnatic ที่ช่วยปรับประสิทธิภาพของตัวเครื่องให้เหมาะสมกับการเล่นเกม และเสริมระบบสั่น Haptic ช่วยตอบสนองการเล่นเกมให้มีความสมจริง และระบบเสียง Dolby Atmos เพิ่มอรรถรสในการเล่นเกมมากขึ้น ส่วนแบตเตอรี่ก็ให้มา 4,300mAh ใช้งานได้ยาวนาน และรองรับชาร์จเร็ว Warp Charge 30Tสามารถชาร์จแบตเตอรี่จากระดับ 1% ถึง 50% ในเวลาเพียง 22 นาที โดยใช้อะแดปเตอร์ที่แถมมาในกล่อง ไม่ต้องซื้อเพิ่มให้วุ่นวาย

ด้านการเชื่อมต่อก็รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 ที่มีความเร็วสูงสุด 9.6Gbps รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0 และรองรับเทคโนโลยี 5G สามารถใช้งานกับเครือข่ายในประเทศไทยได้

OnePlus 8 วางจำหน่ายแล้วในราคา 28,990 บาท มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีเขียว Glacial Green และสีรุ้งเงิน Interstellar Glow

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top