News & Update

เปิด YouTube Premium ฟังเพลงออฟไลน์ไม่มีโฆษณา เปิดตัวแล้วใน 17 ประเทศ

youtube premium

กูเกิลได้เปิดตัว YouTube Music เวอร์ชั่นใหม่รวมไปถึง YouTube Premium (YouTube Red เดิม) สำหรับผู้ที่จ่ายค่าบริการเป็นรายเดือน ถือเป็นข่าวดีสำหรับคนที่ใช้ยูทูบบนสมาร์ทโฟนที่ต้องการประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นกว่าเดิม

กูเกิลได้เปิดตัว YouTube Music เวอร์ชั่นใหม่รวมไปถึง YouTube Premium (YouTube Red เดิม) สำหรับผู้ที่จ่ายค่าบริการเป็นรายเดือน ถือเป็นข่าวดีสำหรับคนที่ใช้ยูทูบบนสมาร์ทโฟนที่ต้องการประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นกว่าเดิม

YouTube Music และ YouTube Premium บนสมาร์ทโฟน เปิดตัวแล้วใน 17 ประเทศ

ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา กูเกิลได้ประกาศปิดตัว Google Play Music ซึ่งทำหน้าที่คล้ายกับยูทูบมิวสิค โดยมีเพลงให้เลือกฟังมากมายภายในแอพเช่นเดียวกับยูทูบ ซึ่งกูเกิลยังไม่หยุดให้บริการในตอนนี้ แต่จะค่อยๆ ปิดตัวลงในอนาคต

ในแอพยูทูบมิวสิค มีทั้งวิดีโอการแสดงสด, รีมิกซ์ และการคัฟเวอร์อยู่มากมายซึ่งหาไม่ได้จากแพลทฟอร์มอื่นๆ ซึ่งยูทูบมิวสิคนั้นเปิดตัวด้วยระบบคำแนะนำที่ปรับปรุงใหม่ให้ใกล้เคียงกับ Apple Music หน้าจอหลักที่สามารถเลื่อนดูเพลย์ลิสต์ต่างๆ โดยอ้างอิงจากประวัติการค้นหาของผู้ใช้และใช้ Machine Learning ร่วมด้วย ยูทูบมิวสิคยังมาพร้อมกับระบบค้นหาอัจฉริยะ ซึ่งสามารถค้นหาคำค้นที่กำกวมมากๆ ได้ดี นอกจากนี้ยังสามารถสลับไปมาระหว่างโหมดวิดีโอและเสียงได้ เพื่อลดปัญหาการใช้ดาต้าของอินเทอร์เน็ต

ส่วนยูทูบพรีเมี่ยมนั้นได้เปิดตัวไปเมื่อ 18 มิถุนายนที่ผ่านมาซึ่งมาแทนที่ YouTube Red หากผู้ใช้ต้องการใช้งานแบบพรีเมี่ยมด้วยการจ่ายเงิน $12 ต่อเดือน จะสามารถใช้งานได้ตลอดโดยไม่มีโฆษณามากวนใจ (ทั้งเพลงและวิดีโอ) การเล่นเพลงพร้อมๆ กับใช้แอพอื่นไปด้วย เข้าถึง YouTube Original content อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมความสามารถในการดาวน์โหลดเพลงและวิดีโอเพื่อเล่นแบบออฟไลน์ นอกจากนี้ยังสามารถใช้บริการแบบหกคนภายในครอบครัว (six-person Family Plan) ได้อีกด้วย โดยมีค่าบริการที่ $18 ต่อเดือน

 

youtube premium

นอกจากนี้กูเกิลยังเปิดตัวหน้าเว็บของ YouTube Music โดยสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่นี่ สำหรับยูทูบมิวสิคและยูทูบพรีเมี่ยมนั้นเปิดให้บริการแล้ว 17 ประเทศ รวมถึงสหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ และเม็กซิโก (สำหรับประเทศไทย ยังไม่เปิดให้บริการในขณะนี้)

ที่มา : Digital Trends

 

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

เรื่องยอดนิยม

To Top