News & Update

[WWDC 2022] macOS Ventura เน้นทำงานมีประสิทธิภาพ ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น

Apple เผยว่าระบบปฏิบัติการ macOS รุ่นถัดไปจะใช้ชื่อว่า Ventura โดยการพัฒนารอบนี้ให้ความสำคัญกับการจัดระเบียบการทำงาน ทำให้ผู้ใช้งานสามารถดึงศักยภาพในการทำงานด้วยคอมพิวเตอร์ออกมาให้ได้มากกว่าเดิม

macOS Ventura Stage Manager

Stage Manager เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่เข้ามาจัดระเบียบหน้าจอ ในปัจจุบันการเปิดแอพจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นแอพเดียวหรือ Windows หรือหลากหลายแอพก็ตาม การค้นหาหน้าต่างที่ต้องการนั้นเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา และสายตาที่จะมองหาอย่างมาก Apple จึงพัฒนา Stage Manager ในการจัดการแอพที่เปิดอยู่ให้เป็นระเบียบ มองหาง่าย คล้ายกับการมี Dock สำหรับแอพที่เปิดใช้งานอยู่นั่นเอง

สำหรับ Spotlight นั้นได้รับการอัพเดทให้ดียิ่งขึ้น แต่เดิมนั้น Spotlight สามารถหาไฟล์ในเครื่อง หรือข้อมูลบนอินเตอร์เน็ทได้อยู่แล้ว รอบนี้เพิ่มความสามารถในการหาข้อความในรูป (Live Text) ได้ด้วย นอกจากนี้ก็มีฟีเจอร์เล็กๆ น้อยๆ เช่นสามารถตั้งเวลา Timer ได้ผ่าน Spotlight

สำหรับแอพเก่าๆ ที่ Apple หยิบมาปัดฝุ่นให้ทำงานได้ดีขึ้น และทันสมัยขึ้นรอบนี้ได้แก่ Safari และ Mail นั่นเอง

  • Mail: ผู้ใช้งานสามารถกด Undo อีเมล์ที่ส่งไปแล้วได้ ตั้งเวลาส่งจดหมายได้ และมีระบบ Autofill ช่วยค้นหา สามารถหาได้แม้จะพิมพ์ผิดก็ตามที
  • Safari: ฟีเจอร์ใหม่คือ Share Tab Groups ทำให้เราสามารถมองเห็นได้ว่าผู้ใช้งานคนอื่นเปิดแท็บไหนอยู่ (ฟีเจอร์นี้ใช้งานได้บน iMessage หรือ FaceTime)

สำหรับสิ่งที่มีข่าวมาสักพักแล้วก็คือ Passkeys ที่จะทำตัวเป็นกุญแจดิจิตอลอีกชั้น (เป็น 2FA) โดยใช้ Face ID หรือ Touch ID ร่วมในการยืนยันตัวตนด้วย ทำให้แม้ผู้ประสงค์ร้ายจะได้ยูสเซอร์เนม และพาสเวิร์ดไปก็ไม่สามารถล็อกอินได้ ทาง Apple ระบุว่าการพัฒนาฟีเจอร์นี้ทำงานร่วมกับ FIDO Alliance อย่างใกล้ชิด สามารถใช้งานฟีเจอร์นี้ได้ทุกที่ รวมไปถึง Microsoft และ Google ด้วย โดยผู้ใช้งานสามารถใช้ร่วมกับ iCloud Keychain ในการล็อกอินเข้าใช้บริการอีกด้วย

Continuity การทำงานต่อเนื่องและกลมกลืนระหว่างผลิตภัณฑ์ Apple นั้นไม่ใช่ของใหม่ รอบนี้การทำงานร่วมกันอย่างผสมกลมกลืนได้รับการอัพเกรดไปอีกขั้น ฟีเจอร์แรกที่น่าสนใจก็คือ Continuity Camera ทำให้เราสามารถใช้กล้องหลังของ iPhone แทนกล้องของ Mac ได้ ซึ่งแน่นอนว่ากล้องหลังของ iPhone นั้นมีคุณภาพที่ดีกว่า และรองรับการทำ Center Stage ด้วย

การเชื่อมต่อระหว่างมือถือกับ Mac นั้นจะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องไปกดเชื่อมอะไรทั้งสิ้น เมื่อระบบตรวจพบว่ามี iPhone อยู่ก็จะเปิดใช้งานทันที โดยฟีเจอร์นี้จะไม่จำกัดแต่ FaceTime เท่านั้น แต่ที่ยืนยันแล้วว่าจะได้ใช้ฟีเจอร์นี้ด้วยก็ได้แก่ WebEX, Microsoft Teams และ ZOOM ยังไม่มีข้อมูลว่าแอพอื่นต้องรองรับด้วยหรือไม่ หรือสามารถใช้งานได้ทันที หลังจากนี้ Apple จะขายขาตั้งมือถือที่ติดหลังเครื่อง Mac เพื่อใช้เป็นกล้องหลังด้วย

เรื่องสุดท้ายบนเวทีคือเรื่องเกมมิ่ง ทาง Apple ระบุว่า M1 เป็นนวัตกรรมที่ทรงพลัง สามารถนำไปเล่นเกมส์ได้สบาย และมีการใช้หน่วยความจำแบบ Unify Memory ทำให้มีการแชร์ทรัพยกรที่ดี แน่นอนว่าเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาก็คือ Metal API นั่นเอง โดยรอบนี้เป็น Metal 3 แล้ว มีการเปลี่ยนแปลงจากรุ่นก่อนหน้าจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น MetalFX Upscaling ที่ทำให้การประมวลผลความละเอียดสูงเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก โดยเกมส์แรกที่จะใช้ฟีเจอร์นี้คือ No Man Sky ซึ่งจะวางจำหน่ายบนแพลตฟอร์ม Apple ภายในปีนี้

นอกจากนี้ยังเปิดตัว Resident Evil ภาคที่ 8 (RE VIILage) ด้วย แม้จะเป็นเกมส์ที่วางจำหน่ายมาตั้งแต่ปี 2019 แล้วก็ตาม แต่เวอร์ชันที่เดโมนั้นทาง Capcom บอกว่าใช้ Metal 3 ในกระบวนการพัฒนาระบบกราฟฟิค ซึ่งทำได้ดีกว่าที่คาดเอาไว้มากๆ ตัวเกมส์จะลง macOS ให้เล่นกันภายในปีนี้ MacBook Air สามารถเล่นที่ Full HD ได้อย่างสบายๆ ครับ ส่วน Mac Studio ที่เป็นแมคทึ่ทรงพลังที่สุดในตอนนี้สามารถเล่นได้ที่ระดับความละเอียด 4K อย่างเหลือเฟือ

ที่มา – Engadget / YouTube

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top