News & Update

Surface Pro 7 โน้ตบุคทรงพลัง เลิกใช้ MiniDisplay หันมาเป็น USB Type C เต็มตัว

ในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ของ Microsoft เมื่อคืน ดาวเด่นประจำงานที่ใครๆ ก็รู้ว่ามาแน่ๆ ก็คือ Surface Pro 7 นั่นเอง โดยรอบนี้มีการเปลี่ยนแปลงพอสมควรเมื่อเทียบกับอดีตที่ผ่านๆ มา

Surface Pro 7 (1)

ปกติแล้ว Microsoft มักจะเปิดตัว Surface Pro รุ่นใหม่พร้อมฟีเจอร์ใหม่เล็กๆ น้อยๆ เช่นหน้าจอที่แสดงสีได้ดีกว่าเดิม แบตเตอรีที่อึดขึ้น เครื่องบางขึ้น แต่ภาพรวมไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากมายนัก หนึ่งในฟีเจอร์ที่ผู้ใช้งานเรียกร้องมานานก็คือเพิ่มพอร์ตมาตรฐานสมัยใหม่อย่าง USB Type C เข้ามา แต่ Microsoft ก็เลื่อนมาตลอดโดยบอกว่ายังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม

และแล้ววันนี้ก็มาถึง เมื่อ Surface Pro 7 มีพอร์ต USB Type C เสียที (แทนที่พอร์ต miniDisplay ที่ตำแหน่งเดียวกันในรุ่นก่อนหน้า) หลังจากทดสอบกันมาใน Surface Go ก่อนหน้านี้จนหลายๆ คนแซวว่าทำไมถึงใส่มาในรุ่นราคาถูก แต่เมินรุ่นราคาแพงกันแบบนี้

ตัวเครื่องยังคงความเป็น Surface Pro ที่ทุกคนคุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นการใช้ Type Cover รุ่นเดิม หน้าจอขนาดเดิม (สัดส่วนหน้าจอและความละเอียดเท่าเดิม) เห็นภายนอกก็รู้ทันทีว่ามันคือ Surface Pro รอบนี้ตัวเครื่องมีให้เลือกสองสี คือสีดำ และสีเงิน

ตัวไมโครโฟนรอบนี้ได้รับการอัพเกรดให้ดีขึ้น ทำให้การประชุมวิดิโอคอล หรือสั่งเลขาดิจิตอล Cortana ทำได้ง่ายขึ้น ส่วนสเปคนั้นวางใจได้ เพราะ Microsoft อัพเกรดเป็น Intel Core i รุ่นล่าสุด (Core i 10th Gen) มีตั้งแต่ Intel Core i3, i5, i7 ให้เลือกกันตามงบ โดยรุ่นราคาถูกสุดอยู่ที่ $749 ดอลลาร์สหรัฐ ถูกกว่าราคาเริ่มต้นของปีที่แล้วที่ $899 ดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลือกหน่วยความจำ (4 / 8 / 16GB) และพื้นที่เก็บข้อมูล (128 / 256 / 512 / 1024GB) ก็เป็นอีกตัวแปรที่ทำให้ราคาเพิ่มหรือลดกันได้ แต่ถ้าเทียบกับตรงๆ อาจจะลำเอียงไปหน่อย เพราะว่าปีที่แล้วรุ่นต่ำสุดเป็น Core i5 ทำให้ราคาสูงกว่าปีนี้ที่รุ่นต่ำสุดเป็น Core i3 นั่นเอง

เรื่องที่อาจจะต้องเตือนกันสักหน่อยก็คือพอร์ต USB Type C ที่ใช้นี้เป็นเพียง USB 3 เท่านั้น ไม่ได้เป็น Thunderbolt 3 ทำให้ไม่สามารถเสียบการ์ดจอภายนอกเพื่อเล่นเกมส์ได้

ทาง Microsoft โฆษณาว่าอายุการใช้งานต่อการชาร์จหนึ่งครั้งอยู่ที่ 10.5 ชั่วโมง (แต่อย่าไปเชื่อมากจะดีกว่า) มีกำหนดเริ่มวางจำหน่ายในสหรัฐ 22 ตุลาคมนี้ ส่วนบ้านเราอาจจะต้องรออีกสักพัก

ที่มา – Engadget, The Verge

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top