News & Update

Surface Laptop Studio เกิดใหม่ทั้งทีก็กลายเป็นแลปทอปแปลงร่างได้ไปซะแล้ว

Microsoft เปิดตัว Surface ซีรีส์ใหม่ โดยจะใช้ชื่อว่า Surface Laptop Studio เข้ามาแทนที่ Surface Book แต่ปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

Surface Laptop Studio (1)

Surface Laptop Studio สามารถแปลงร่างได้สามโหมดทำงาน (Laptop, Stage, Studio) แต่ไม่สามารถถอดหน้าจอออกจากฐานแบบ Surface Book ได้ แน่นอนครับว่า Microsoft โฆษณาว่า Surface Laptop Studio คือ Surface ที่ทรงพลังที่สุด ดีที่สุดที่เคยทำมา เพราะการออกแบบ Surface Laptop Studio นั้นใช้ผลงานวิจัยตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมารวมกัน ไม่ว่าจะเป็นขาตั้ง ฝาพับ หน้าจอ ชิปประมวลผล ทำให้มันสามารถทำงานได้หลากหลายรูปแบบ และทนทานพอที่จะไม่พังหลังจากใช้งานไปไม่กี่ปี

Surface Laptop Studio (4)

หน้าจอของ Surface Laptop Studio มีขนาด 14.4 นิ้ว (PixelSense Flow Display ความละเอียด 2400 x 1600 พิกเซล รีเฟรชเรท 120Hz) สามารถแสดงผลแบบ Dolby Vision ได้ ส่วนตัวฝาพับมีชื่อเรียกว่า Flexible Dynamic Woven Hinge ทนทานรองรับการเปลี่ยนโหมดต่างๆ ได้อย่างไม่ต้องกลัวจะเสียหาย

Surface Laptop Studio (5)

  • Laptop – เป็นโหมดโน้ตบุคทั่วๆ ไป มีคีย์บอร์ดและทัชแพดให้ใช้งาน
  • Stage – ขยับหน้าจอมาวางใกล้ตัวมากขึ้น เหลือเพียงทัชแพด เหมาะกับการสตรีมมิ่ง หรือพรีเซนท์งาน
  • Studio – พับฝาลงไปเป็นแทบเล็ต (Microsoft จงใจไม่เรียกโหมดนี้ว่าแทบเล็ต เนื่องจากรุ่นนี้หนักหนักไม่ได้เบา แถมเครื่องมีความหนา 0.7 นิ้ว ค่อนข้างจะพกพายาก)

ชิปประมวลผลจะเป็น Intel 11th Gen ทั้งหมด โดยจะมี Core i5 และ i7 ให้เลือก รุ่นที่เป็น i5 จะใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe ส่วนรุ่น i7 จะมีตัวเลือก RTX 3050 Ti (RAM 4GB) ให้เลือก ส่วนแรมมีให้เลือกระหว่าง 16 /32 GB ตัวเครื่องรองรับการเปลี่ยน SSD ด้วยตัวเอง

ด้วยสเปคที่แรง และมีรุ่นที่มีการ์ดจอ ทำให้ Surface Laptop Studio สามารถใช้เล่นเกมส์ได้ แม้ว่าที่ผ่านมา Microsoft จะพยายามโฆษณาเลี่ยงๆ เรื่องเกมมิ่งบน Surface ก็ตาม

ตัวเครื่องมีพอร์ต USB 4 (Thunderbolt 4) จำนวนสองช่องเป็นอานิสงค์ของการใช้ Intel 11th Gen นั่นเอง ส่วนใช้หัวชาร์จยังเป็น Surfface Connect เช่นเดิม การใช้ Thundrebolt แปลว่ามันสามารถต่อกับการ์ดจอภายนอกผ่านเทคโนโลยี AMD xConnect ได้ (ต้องซื้อการ์ดจอ กับกล่องใส่การ์ดจอแยก) ราคาเปิดเริ่มต้นที่ $1,599.99 ดอลลาร์สหรัฐ

ที่มา – The Verge

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top