News & Update

Samsung Galaxy S22 อาจจะทำงานได้ไม่เต็มที่ เนื่องจาก Samsung จำกัดพลังประมวลผลเอาไว้

มีรายงานข่าวจากหลายแห่งพบว่า Samsung มีรายชื่อแอพที่ถ้าเปิดใช้งานจะลดประสิทธิภาพเครื่องกว่า 10,000 แอพ ไม่เว้นแม้กระทั่ง Samsung Galaxy S22 รุ่นล่าสุด

Samsung Galaxy S22 Ultra

ในรายงานข่าวระบุว่า Game Optimizing Service (GOS) จะทำการตรวจสอบแอพที่รันอยู่ ถ้าหากตรงกับรายชื่อที่มีอยู่ จะทำการลดประสิทธิภาพการทำงานลง โดยในรายการแอพที่จะลดประสิทธิภาพลงกว่าหมื่นรายการนั้นมีแอพที่ไม่ใช่เกมส์อยู่จำนวนมาก เช่น YouTube,Netflix, TikTok, Microsoft Office, Zoom, Food Panda

ถ้าจะถามว่า GOS ทำอะไรบ้าง หลักๆ ก็คือลดความละเอียดหน้าจอให้ต่ำลง ลดการทำงานของ GPU เพื่อให้ความร้อนเกิดขึ้นน้อยลง พลังงานที่ใช้งานน้อยลง แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นสิ่งที่เกมเมอร์ และคนที่จ่ายเงินจำนวนมากเพื่อมือถือระดับบนไม่พอใจอย่างแน่นอน

ในยุคก่อนที่จะเป็น One UI 4.0 การที่จะหลบเลี่ยงไม่ให้ GOS ลดประสิทธิภาพเครื่องนั้นยังพอทำได้อยู่บ้าง แต่ในปัจจุบันนั้นทำได้ยาก โดยทาง Samsung อ้างว่าที่ต้องเปิดใช้งานตลอดเวลานั้นก็เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค

ปัญหาในตอนนี้คือแม้ว่าเครื่องจะไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขที่จะลดประสิทธิภาพลง เช่นเครื่องไม่ร้อน หรือแบตเตอรียังมากกว่า 70% แอพเหล่านี้ก็ยังถูกลดประสิทธิภาพการทำงานอยู่ดี แต่ถ้าหากแอพประเภททดสอบประสิทธิภาพเครื่องเช่น 3DMark, Geekbench ตัวเครื่องกลับปล่อยให้ทำงานเต็มที่ ไม่มีการรบกวน

แต่ถ้าหากจับแอพเหล่านั้นมาเปลี่ยน Package Name เป็นแอพในรายการที่ถูกบีบการทำงาน เช่นเปลี่ยน package name เป็น Genshin Impact ก็พบว่าประสิทธิภาพนั้นหดหายไปเยอะ เนื่องจากระบบนึกว่าเป็นเกมส์ที่ต้องลดประสิทธิภาพลง

ถ้า Samsung ไม่ออกมาอธิบายให้ชัดเจนว่าทำไมจึงลดประสิทธิภาพของเครื่องลง แทนที่จะให้ผู้ใช้งานเลือกได้ หรือมีการแจ้งเตือนว่าระบบจะลดพลังประมวลผลลงเนื่องจากแบตเตอรีน้อย หรือเครื่องร้อน งานนี้น่าจะไม่ต่างจากในอดีตที่เคยมีข่าวเรื่องโกงผล Benchmark แน่ แม้ว่ารอบนี้จะไม่ได้โกงผล แต่การใช้งานจริงก็มีประสิทธิภาพที่ต่างจากการทดสอบด้วยแอพเหล่านั้นมาก

เมื่อมองย้อนกลับไปตอนที่ Apple ทำพลาด ถ้าหากมือถือแบตเตอรีเสื่อมสภาพเกินจะทำการลดประสิทธิภาพเครื่องลง เพื่อไม่ให้เครื่องดับกลางคัน แม้จะเป็นแนวทางที่ดี แต่การที่ไม่บอกผู้บริโภคเลยก็ส่งผลดราม่าหนักมาแล้ว ซึ่งรอบนี้ก็ไม่แตกต่างกัน ถ้าหาก Samsung อยากจะทำตัวเป็นพระเอก (เหมือนตอนที่โผล่มาเอาซีนครั้งที่ Apple พลาด) ก็ควรจะบอกผู้บริโภคตรงๆ ว่าทำไปเพราะอะไร และหลังจากนี้จะแก้ปัญหาอย่างไร เช่นจะเปิดให้ผู้ใช้งานแก้ไขลิสต์ได้ หรือจะให้ปิดการทำงานของ GOS ได้ เพื่อควบคุมประสิทธิภาพได้ดั่งใจ

ที่มา – Phone Arena

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top