News & Update

Red Magic 6S Pro เมื่อมือถือเกมมิ่งยังสามารถอัพเกรดให้แรงกว่าเดิมได้อีก

ZTE เปิดตัว Nubia Red Magic 6S Pro มือถือเกมมิ่งตัวล่าสุดที่ใส่ทุกอย่างแบบจัดเต็ม รวมไปถึงโอเวอร์คล็อกให้เล่นเกมส์ได้อย่างเต็มที่

RedMagic 6S Pro (1)

สำหรับรอบนี้จะมีแต่ Red Magic 6S Pro เท่านั้น (ไม่มีรุ่น Red Magic 6S) สเปคโดยรวมอัพเกรดทุกอย่างให้แรงขึ้น ภาพรวมสเปคมีดังนี้ครับ

  • หน้าจอ: 6.8 นิ้ว (AMOLED) 165Hz กระจก Gorilla Glass
  • หน่วยประมวลผล: Snapdragon 888+
  • พื้นที่เก็บข้อมูล: 128/256GB
  • หน่วยความจำ: 12/16GB
  • กล้องหลัง: 64 (Main) + 8 (UltraWide) Megapixel
  • กล้องหน้า: 8 Megapixel
  • พอร์ต: USB Type C, 3.5mm Audio
  • ระบบปฏิบัติการ: RedMagic OS 4.0 (Android 11)

Red Magic 6S Pro เปลี่ยนชิปประมวลผลมาเป็น Snapdragon 888+ เร่งสัญาณนาฬิกาให้แรงขึ้นอีกเล็กน้อย (Cortex-X1 เพิ่มความเร็วจาก 2.84GHz เป็น 2.995GHz) ส่วนความร้อนนั้นไม่ใช่ปัญหา เพราะ ICE 7.0 ระบบระบายความร้อนใหม่จะใช้วัสดุที่เก็บความร้อนได้ดีช่วยเก็บความร้อนที่ระบายไม่ทันเอาไว้ แล้วค่อยๆ ปล่อยออกมา ทำให้เครื่องไม่ร้อนขึ้นอย่างกระทันหันจนเกิดการลดความเร็วของหน่วยประมวลผล

อีกจุดเด่นหนึ่งของ Red Magic ที่ยังอยู่ในรุ่นนี้ก็คือพัดลมระบายความร้อน โดยรุ่นใหม่นี้สามารถทำความเร็วได้ถึง 20,000 รอบต่อนาที (รุ่นที่แล้วทำได้ 18,000 รอบต่อนาที) เสียงไม่ดังขึ้นแม้จะมีความเร็วเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการเปลี่ยนวัสดุ และช่องปิดเสียง

หน้าจอ 165Hz อาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่นัก แต่ Touch Sampling (ตรวจว่ามีการแตะหน้าจอตรงไหน) ของ Red Magic 6S Pro สูงถึง 720Hz เรียกได้ว่าสูงที่สุดในโลกมือถือตอนนี้แล้ว ทำให้การแตะหน้าจอไม่มีสัมผัสที่เร็วเกินไปจนหลุดอย่างแน่นอน นอกจากนี้ตัวอ่านลายนิ้วมือใต้หน้าจอสามารถใช้จับอัตราการเต้นของหัวใจได้ด้วย

สำหรับแบตเตอรีและการจ่ายไฟนั้นจะมีความแตกต่างระหว่างรุ่นที่วางจำหน่ายในจีน และรุ่นที่วางจำหน่ายทั่วโลกครับ

  • รุ่นวางจำหน่ายในจีน แบตเตอรี 4,500 mAh จ่ายไฟได้สูงสุด 120W
  • รุ่นวางจำหน่ายทั่วโลก แบตเตอรี 5,050 mAh จ่ายไฟได้สูงสุด 65W (ต้องซื้อหัวชาร์จแยก ที่แถมมาจะจ่ายไฟได้ 30W เท่านั้น)

ตัวเครื่องใช้พอร์ต USB Type C ทำความเร็วได้ตามมาตรฐาน USB 3.0 และรองรับการเสียบภาพไปออกจอผ่าน DisplayPort และยังมีพอร์ตหูฟัง 3.5 มม ให้ใช้งานอีกด้วยครับ แต่ถ้าใครอยากต่อหูฟังผ่านบลูทูธก็สามารถทำได้ผ่าน Bluetooth 5.1

ตัวเครื่องจะเริ่มวางจำหน่ายทั่วโลก 27 กันยายนนี้ มีตัวเลือกสองสี (สีดำ และสีใส) และตัวเลือกความจุสามแบบ

  • RAM 12GB พื้นที่เก็บข้อมูล 128GB (สีดำ) ราคา 599 ดอลลาร์สหรัฐ (ราวๆ 19,650 บาท)
  • RAM 16GB พื้นที่เก็บข้อมูล 256GB (สีดำ) ราคา 699 ดอลลาร์สหรัฐ(ราวๆ 22,900 บาท)
  • RAM 16GB พื้นที่เก็บข้อมูล 256GB (สีใส) ราคา 729 ดอลลาร์สหรัฐ (ราวๆ 26,175 บาท)

ที่มา – GSMarena

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top