News & Update

OnePlus เปิดตัวมือถือรุ่นพิเศษ OnePlus 6T McLaren Edition ใส่แรมมากถึง 10GB

OnePlus เปิดตัวมือถือใหม่ที่จับมือกับ McLaren แล้ว โดยเป็นไปตามข่าวลือก่อนหน้านี้ คือมันเป็น OnePlus 6T McLaren Edition นั่นเอง

OnePlus เปิดตัวมือถือใหม่ที่จับมือกับค่ายรถ F1 อย่าง McLaren แล้ว โดยไม่มีอะไรพลิกโผ มือถือที่เปิดตัวใช้ชื่อว่า OnePlus 6T McLaren Edition นั่นเอง

ถ้าถามว่ารุ่น McLaren Edition นี้แตกต่างจากรุ่นปกติอย่างไร คำตอบคือภายนอกมีการใส่ลวดลายคาร์บอนไฟเบอร์ใต้กระจกหลังจอ มีโลโก้ McLaren ด้านล่าง และมีการใช้สีส้ม Papaya Orange ที่เป็นสีประจำของ McLaren เข้ามา นอกนั้นโดยรวมแล้วยังเหมือนกับ OnePlus 6T แทบทุกประการ

แถบสีส้มจะเห็นด้านหลังจางๆ จนถึงกลางเครื่องเท่านั้น

สำหรับสเปคด้านในมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย คือมีการเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูลเป็น 256GB  และ RAM 10GB ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานเร็วขึ้น สมกับที่ไปจับมือกับบริษัทรถแข่ง F1 ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเร็ว และเปลี่ยนระบบชาร์จไฟเป็น WarpCharge 30 (ของเดิมจ่ายไฟ 20W) ทำให้ชาร์จไฟได้เร็วกว่าเดิมราวๆ 1.5 เท่า โดยจะต้องใช้หัวชาร์จใหม่ และสายไฟเฉพาะที่มาด้วยกันเท่านั้น สำหรับสเปคอื่นๆ ยังคงเดิมดังนี้

  • หน้าจอ: 6.41 นิ้ว (Full HD+)
  • หน่วยประมวลผล: Snapdragon 845
  • RAM: 10GB
  • พื้นที่เก็บข้อมูล: 256GB
  • กล้องหลัง: 12 + 20 Megapixel
  • กล้องหน้า: 16 Megapixel
  • แบตเตอรี: 3,700 mAh
  • ระบบปฏิบัติการ: OxygenOS (Android 9 Pie)

สำหรับซอฟท์แวร์นั้นมีการเพิ่มวอลเปเปอร์ของ McLaren เข้ามาอีกเล็กน้อย ไม่มีอะไรแตกต่างจากรุ่นก่อนหน้ามากนัก ยังคงเป็น OxygenOS รุ่นเดียวกันอยู่ แต่ตอนบูทเครื่องจะมีโลโก้ mCLaren x OnePlus เข้ามาด้วย

สำหรับแฟนๆ รถแข่ง McLaren น่าจะสนใจในตัวกล่องบรรจุภัณฑ์ที่เป็นหนังสือ เนื่องจากถ้าเปิด AR App ของ McLaren ไปที่กล่องจะมีฉากต่างๆ ในการดีไซน์ออกแบบรถยนต์สมรรถนะสูง MCL33 2018 Formula 11 ด้วย

ทาง OnePlus ระบุว่าความร่วมมือกับ McLaren ครั้งนี้เป็นความร่วมมือระยะยาว แปลว่าปีหน้าเราน่าจะได้เห็นมือถือที่แปะแบรนด์ McLaren อย่างแน่นอน ทาง OnePlus แจ้งว่าจะเริ่มขายในอเมริกาเหนือ ยุโรป และอินเดียตั้งแต่ 13 ธันวาคมนี้เป็นต้นไป ราคาอยู่ที่ $699 ดอลลาร์สหรัฐ (แพงกว่ารุ่นปกติ $120) ส่วนยุโรปขายที่ราคา €699 ยูโร (สหราชอาณาจักรอยู่ที่ £649 ปอนด์เสตอร์ลิงก์)

ที่มา – Engadget, 9to5Google

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top