News & Update

iPhone SE รุ่นที่ 2 ผ่านการตรวจสอบและรับรองจาก กสทช. แล้ว คาดจำหน่ายในไทยเร็วๆ นี้

iPhone SE รุ่นที่ 2 ผ่านการตรวจสอบและรับรองจาก กสทช. แล้ว

หลังจากที่วางจำหน่ายไปแล้วกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ตอนนี้ก็ใกล้จะวางจำหน่ายในประเทศไทยแล้ว หลังจาก iPhone SE รุ่นที่ 2 ผ่านการตรวจสอบและรับรองจาก กสทช. เป็นที่เรียบร้อย

Apple ได้ทำการเปิดตัว iPhone SE รุ่นที่ 2 ไปเมื่อกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมากเพราะมีราคาเปิดตัวเริ่มต้นที่ 14,900 บาท เท่านั้น และไอโฟนรุ่นนี้ได้วางจำหน่ายไปแล้วกว่า 40 ประเทศทั่วโลก คราวนี้ก็ใกล้ที่จะวางจำหน่ายในประเทศไทยแล้ว หลังผ่านการตรวจสอบและรองรับมาตรฐานจาก กสทช. เป็นที่เรียบร้อย

iPhone SE รุ่นที่ 2 ผ่านการตรวจสอบและรับรองจาก กสทช. แล้ว

โดย iPhone SE รุ่นที่ 2 นี้จะใช้รหัสรุ่น A2296 (ส่วนรุ่นแรกปี 2016 ใช้รหัสรุ่น A1723) ปรากฏบนระบบตรวจสอบเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานของเว็บไซต์ กสทช. ซึ่งหากผ่านการตรวจสอบและการรองรับมาตรฐานแบบนี้แล้ว ก็ถือว่าใกล้จะวางจำหน่ายในประเทศไทยกันแล้ว

iPhone SE รุ่นที่ 2 ผ่านการตรวจสอบและรับรองจาก กสทช. แล้ว

มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีขาว, สีดำ และ สีแดง (PRODUCT)RED มีความจุและราคาแตกต่างกันดังนี้

  • 64GB ราคา 14,900 บาท
  • 128GB ราคา 16,900 บาท
  • 256GB ราคา 20,900 บาท

**ทุกการจำหน่าย iPhone SE รุ่น (PRODUCT)RED จะนำไปสมทบทุนให้กองทุนโลกโดยตรงเพื่อต่อสู้กับ COVID-19**

สำหรับไอโฟนรุ่นใหม่นี้มาพร้อมจอภาพ Retina HD ขนาด 4.7 นิ้ว มี TouchID มาให้ใช้งานสำหรับการสแกนลายนิ้วมือโดยใช้ร่วมกับปุ่มโฮม ดีไซน์แบบกะทัดรัดฝาหลังอะลูมิเนียมตามที่มีการปรับขนาดหน้าจอให้ใหญ่ขึ้นมา อีกทั้งยังออกแบบมาให้ทนฝุ่นและน้ำระดับ IP67 อีกด้วย

iPhone SE รุ่นที่ 2 ผ่านการตรวจสอบและรับรองจาก กสทช. แล้ว

ระบบกล้อง เป็นกล้องไวด์ ความละเอียด 12MP รูรับแสงขนาด ƒ/1.8 ถึงแม้จะเป็นกล้องเดี่ยว แต่ก็มีโหมดถ่ายภาพบุคคลพร้อมกับฟีเจอร์การจัดแสงภาพถ่ายบุคคลมาให้ใช้งานพร้อมกับ QuickTake ที่ช่วยให้ถ่ายภาพและถ่ายวิดีโอได้รวดเร็วขึ้นโดยไม่ต้องเปลี่ยนโหมด และบันทึกวิดีโอระดับ 4K ที่ 24 fps, 30 fps หรือ 60 fps ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 7MP บันทึกวิดีโอระดับ HD 1080p ที่ 30 fps

iPhone SE รุ่นที่ 2 ผ่านการตรวจสอบและรับรองจาก กสทช. แล้ว

ใช้ชิปประมวลผล A13 Bionic แบบเดียวกันกับ iPhone 11 Pro ที่เรียกได้ว่าเร็วและแรงที่สุดในไอโฟนแล้ว ส่วนเรื่องแบตเตอรี่ก็ยังประหยัดพลังงาน สามารถรับชมวิดีโอได้นานต่อเนื่องสูงสุด 13 ชั่วโทง และรองรับชาร์จเร็วขนาด 18 วัตต์ (อะแดปเตอร์จำหน่ายแยกต่างหาก) เพื่อเริ่มชาร์จจาก 0 จนถึง 50% ได้ในเวลา 30 นาที รองรับการชาร์จไร้สายมาตรฐาน Qi รองรับการใช้งาน eSIM ด้วย

ใครที่ไม่ต้องการซื้อ iPhone ในราคาสูง ไม่ติดเรื่องขนาดของหน้าจอที่ไม่ใหญ่มาก ต้องการใช้งาน iOS และ Apple Ecosystem รุ่นนี้ก็ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก หากมีข่าวสารเกี่ยวกับวันวางจำหน่ายเพิ่มเติม ก็จะมาอัพเดทกันให้ทราบอีกครั้ง รอติดตามกันได้เลย

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top