News & Update

Apple เปลี่ยนชื่อระบบปฏิบัติการ iPad จาก iOS เป็น iPadOS

Apple ประกาศว่าระบบปฏิบัติการของ iPad หลังจากนี้จะไม่เรียกว่า iOS อีกต่อไป แต่จะกลายเป็น iPadOS ที่มีการปรับปรุงให้ทำงานได้เหมือนคอมพิวเตอร์มากยิ่งขึ้น

Apple ประกาศว่าระบบปฏิบัติการของ iPad หลังจากนี้จะไม่เรียกว่า iOS อีกต่อไป แต่จะกลายเป็น iPadOS ที่มีการปรับปรุงให้ทำงานได้เหมือนคอมพิวเตอร์มากยิ่งขึ้น

iPadOS (1)

iPadOS นั้นแม้จะใช้ฐานการพัฒนามาจาก iOS แต่หน้าตาและการทำงานจะแตกต่างกันออกไป โดยในอดีตระบบปฏิบัติการของ iPad นั้นจะมีหน้าตาลักษณะการทำงานที่คล้ายกับ iPhone ซึ่งผลิตภัณฑ์ทั้งสองชนิดนั้นมีหน้าตาและขนาดที่แตกต่างกัน (อย่างที่เห็นได้ชัดคงจะเป็นการเรียงไอคอนบนหน้าจอ ที่ iPad มีระยะห่างเสียเปล่าบนหน้าจอเยอะมาก) ทำให้ Apple ตัดสินใจแยกการพัฒนาออกมาเป็น iPadOS โดยเฉพาะ ทำให้แก้ไขการทำงานให้ดีขึ้นกว่าเดิม

อย่างแรกเลยคือเราจะสามารถมีแอพบนหน้าจอได้มากขึ้น จากในภาพด้านบนจะเห็นว่าระยะห่างระหว่างแอพลดลง ทำให้เหลือพื้นที่ใช้งานมากขึ้น และสามารถวาง Widget บนหน้าจอ Homescreen ได้แล้ว

Multitasking ที่ดีขึ้น

ในปัจจุบันการรันแอพหลายๆ ตัวสามารถใช้งานได้ผ่าน Split View และ Slide Over แม้จะใช้งานได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็รันได้เฉพาะแอพที่ Apple อนุญาตเอาไว้ก่อนหน้าแล้วเท่านั้น และต้องทำการลากนิ้วหลายครั้งกว่าจะไปถึงการเปิดหลายๆ ตัวพร้อมกันได้ หลังจากนี้ Slide Over จะทำให้แอพแสดงผลยาวๆ แบบ iPhone แทน

ส่วน Split View นั้นจะให้เปิดแอพเดียวกันแบบแบ่งหน้าจอได้ แปลว่าการทำงานหลายๆ อย่างจะทำได้ง่ายขึ้น (และทำได้เสียที!) เช่นการเปิด Notes จดโน้ตสองอันพร้อมกัน และถ้าออกไปหน้า Home ระบบจะจดจำการแบ่งหน้าจอเอาไว้ เมื่อเปิดกลับมาก็จะแบ่งหน้าจอให้เหมือนกับของเดิมก่อนจะกดกลับไปที่หน้า Home

การพิมพ์และแก้ไขข้อความ

การพิมพ์และแก้ไขข้อความบน iOS นั้นไม่ได้แย่ แต่ก็ไม่ได้สะดวกเท่ากับการพิมพ์จากคอมพิวเตอร์ที่เราพิมพ์ด้วยปุ่มคีย์บอร์ดและเมาส์ ทำให้ Apple ตัดสินใจอัพเกรด iPadOS ให้รองรับฟีเจอร์ด้านนี้จำนวนมาก เราสามารถลากข้อความย้ายตำแหน่งได้แล้ว แค่เอามือไฮไลท์ข้อความ แล้วเคลื่อนย้ายไปวางตำแหน่งที่ต้องการได้เลย

นอกจากนี้ยังมีคำสั่งก๊อปปี้ด้วยสามนิ้ว (ตามภาพด้านบน) ทำให้การ Copy – Paste ง่ายกว่าเดิม ด้วยการทำงานแบบ Gesture Base

สุดท้ายนี้ Apple ยอมให้เราลดขนาดคีย์บอร์ดลงเหลือขนาดเท่า iPhone ได้ ทำให้การ Swipe Typing ที่เป็นฟีเจอร์ใหม่ของ iOS ใช้งานบน iPadOS ได้ด้วยเช่นกัน

Apple Pencil ตอบสนองไวกว่าเดิม

Apple Pencil เป็นสไตลัสที่ทำงานได้รวดเร็วอยู่แล้วบน iPad Pro แต่หลังจากอัพเดทเป็น iPadOS แล้วจะทำงานได้เร็วขึ้นกว่าเดิมอีก โดยลดระยะ Latency ที่ของเดิมอยู่ที่ 20 มิลลิวินาทีเหลือเพียง 9 มิลลิวินาทีเท่านั้น

File Manager

เราเห็น Apple พยายามแก้ไขปัญหาเรื่อง File Manager บน iOS มาตั้งแต่ปีที่แล้ว และปีนี้ iPadOS ก็ทำงานได้ดีขึ้นกว่าเดิมมาก โดยมีลักษณะใกล้เคียงกับ Finder บน Mac คอมพิวเตอร์ มากกว่าจะเป็นมือถือแบบที่ผ่านๆ มา โดยรองรับ USB Flash Drive / MicroSD และเชื่อมต่อกับ SMB File Server ในองค์กรได้ด้วย

Second Screen

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ iPadOS ทำงานร่วมกับ macOS Catalina ได้อย่างที่ทุกคนรอคอย นั่นก็คือฟีเจอร์ Second Screen ที่ทำให้ iPad กลายเป็นหน้าจอเสริมสำหรับคอมพิวเตอร์นั่นเอง โดยสามารถใช้เป็นจอเสริม หรือแทบเล็ตวาดรูปที่มีความแม่นยำมากกว่าการใช้เมาส์นั่นเอง

ตัว iPadOS จะมีฟีเจอร์ที่มาจาก iOS 13 ด้วย ไม่ว่าจะเป็น Dark Mode หรือระบบแต่งภาพ / วิดิโอที่อัพเดทใหม่ การสั่งงานด้วยเสียง แต่ข่าวร้ายก็คือจะใช้งานได้บน iPad Air 2 ขึ้นไปเท่านั้น ส่วนเก่ากว่านั้นยังคงต้องอยู่กับ iOS 12 ต่อไป ทาง Apple จะเริ่มปล่อย Public Beta ในเดือนกรกฏาคมเป็นต้นไป ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดกำหนดปล่อยอัพเดทตัวจริงน่าจะอยู่ในช่วงเดือนกันยายนเหมือนที่ผ่านๆ มาครับ

ที่มา – Phone Arena

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top