News & Update

Finey Smartphone มือถือบล็อกเชนตัวแรกของโลกขายแล้ว หลังจากล่าช้ามานาน

ก่อนหน้า HTC Exodus 1 มีมือถือหนึ่งตัวที่ประกาศว่าเกิดมาเพื่อทำงานด้านบล็อกเชนโดยเฉพาะ โดยใช้ชื่อว่า Finney พัฒนาโดย Sirin Labs

ก่อนหน้า HTC Exodus 1 มีมือถือหนึ่งตัวที่ประกาศว่าเกิดมาเพื่อทำงานด้านบล็อกเชนโดยเฉพาะ โดยใช้ชื่อว่า Finney พัฒนาโดย Sirin Labs ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์

Finney (3)

Sirin Labs ประกาศเปิดตัว Finney มือถือบล็อกเชนมาตั้งแต่กันยายนปีที่แล้ว และหลังจากให้รอกันไป 10 เดือนกว่าๆ ก็เพิ่งประกาศสเปคไปเมื่อพฤษภาคมที่ผ่านมานี้เอง แถมบอกว่าถ้าสั่งจองล่วงหน้าด้วยโทเคนของทางบริษัท (SRN – Sirin Labs Token) จะได้รับส่วนลด $100 ดอลลาร์สหรัฐ แต่รวมๆ แล้วก็แพงไม่ต่างจาก HTC Exodus 1 มากนัก เพราะลดแล้วก็ยังอยู่ที่ $899 ดอลลาร์สหรัฐ

หลังจากระดมทุนได้มากมายเพียงพอกับการผลิต Sirin Labs ก็ว่าจ้างให้ Foxconn ทำหน้าที่ผลิตให้ แถมได้ Leo Messi เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์อีกต่างหาก (ไม่รู้คิดอะไรถึงลงทุนขนาดนั้น) ล่าสุดก็เผยว่าเข้าร่วมโครงการ Amazon Launchpad แล้ว ทำให้สามารถขายได้ง่ายขึ้น เร็วขึ่้น โดยตั้งแต่มกราคมนี้เป็นต้นไป Sirin Labs จะขาย Finney ผ่าน Amazon ด้วย

สำหรับข้อมูลเชิงสเปคนั้น Finney จัดเป็นมือถือระดับบนๆ ของปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ Snapdragon 845, RAM 6GB พื้นที่เก็บข้อมูล 128GB และมีหน้าจออัตราส่วน 18:9 (2160 x 1080 พิกเซล) ส่วนกล้องหลังมีขนาด 12 Megapixel และกล้องหน้า 8 Megapixel อย่างไรก็ตามมือถือเครื่องนี้ออกแบบมาเพื่องานบล็อกเชน ทำให้คาดหวังกับกล้องไม่ได้มากนัก

ตัวอ่านลายนิ้วมือด้านหลังตัวเครื่องโฆษณาว่า Ultra Secure ปลอดภัยกว่ารุ่นอื่นๆ ที่ใช้อยู่ในวงการมือถือ แบตเตอรีให้มาไม่เยอะนัก อยู่ที่ 3,280 mAh และระบบปฏิบัติการเป็น SIRIN OS ระบบปฏิบัติการที่แยกโค้ดมาจาก Android แต่เพิ่มระบบความปลอดภัยเข้าไป

อ่านมาถึงตรงนี้อาจจะเริ่มรู้สึกแปลกๆ ว่าไม่เห็นจะพูดถึงบล็อกเชน หรือเงินคริปโตเลย ความจริงแล้ว Finney จะมีพื้นที่เก็บข้อมูลโดยเฉพาะเพื่อทำหน้าที่เป็นกระเป๋าเงินเหรียญคริปโต ระบบนี้ไม่เชื่อมกับอินเตอร์เน็ท ทำให้แฮคเกอร์ไม่สามารถเข้ามาขโมยข้อมูลไปได้ และทำให้การแลกเปลี่ยนเงินตราบนโลกคริปโตปลอดภัยกว่าเดิม

ทาง Finney ระบุว่ามีการใส่ระดับความปลอดภัยลงไปหลายชั้นเพื่อทำให้ระบบแน่นหนาและไม่ถูกล้วงข้อมูลง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีผ่านเน็ทเวิร์ค ผ่านโฮสต์ หรือการโจมตีแบบอื่นๆ

สุดท้ายนี้ Finney มีระบบ Concierge เลขาส่วนตัวมาให้ด้วย โดยเรียกว่า TCS (Token Conversion Service) ทำให้ผู้ใช้สามารถทำการแลกเงินคริปโตโดยไม่ต้องทำผ่าน Exchange อย่างไรก็ตามระยะแรกนี้จะรองรับเพียง ETH (Etherium), BTC (Bitcoin) และ SRN (Sirin Labs Token) เท่านั้น ใครที่ถือเหรียญอื่นๆ รอมูลค่าเติบโตคงต้องรอไปก่อน เพราะระบบยังไม่รองรับในตอนนี้

ที่มา – Phone Arena

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top