News & Update

Social Distancing คืออะไร ทำไมต้องเว้นระยะห่าง ในสถานการณ์ COVID-19

ทำไมต้องเว้นระยะห่าง ในสถานการณ์ COVID-19

Social Distancing การดูแลตัวเองและคนรอบข้าง ให้มีระยะห่างระหว่างบุคคล ไม่ใกล้ชิด ไม่รวมกลุ่มกัน ไม่ร่วมกิจกรรมหรืองานที่มีคนจำนวนมาก เพื่อช่วยสกัดการระบาดของ COVID-19 ซึ่งในประเทศจีนใช้ข้อปฏิบัตินี้ ทำให้ลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสลงได้มาแล้ว

COVID-19 หรือไวรัสโคโรนา ยังระบาดหนักในหลายประเทศ มียอดผู้ติดเชื้อ 156,398 ราย อัตราเสียชีวิต 3.7% และในไทยจำนวนผู้ป่วยยังเพิ่มขึ้น และ ณ วันที่ 17 มี.ค. 63 มีจำนวนสะสม 177 รายแล้ว เมื่อยังไม่มียาหรือวัคซีนฆ่าเจ้าไวรัสนี้ ทุกคนต้องดูแลตัวเอง และ ระยะห่างระหว่างบุคคล Social Distancing เป็นหนึ่งในวิธีที่ลดการแพร่ระบาดได้

A commuter wears a face mask while riding the subway, Tuesday, March 10, 2020, in New York. For most people, the new coronavirus causes only mild or moderate symptoms, such as fever and cough. For some, especially older adults and people with existing health problems, it can cause more severe illness, including pneumonia. The vast majority of people recover from the new virus. (AP Photo/Mary Altaffer)

ห่างกันสักพัก ห่างกันสักพัก เว้นที่ว่างระหว่างเรา นี่ไม่ได้คุณมาร้องเพลงแต่อย่างใด แต่สิ่งนี้คือข้อควรปฏิบัติ เพื่อช่วยกันสกัด COVID-19 ตามหลักปฏิบัติ การมีระยะห่างระหว่างบุคคลและสังคม หรือคำฮิตในช่วงนี้ Social Distancing

Social Distancing ระยะห่างระหว่างบุคคล

ในการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส สังคมมีมาตรการรับมือ 2 แบบ คือ มาตรการด้านเภสัชกรรม เช่น วัคซีนและยาต่อต้านไวรัส และมาตรการไม่ใช่เภสัชกรรม “ระยะห่างทางสังคม” จึงเป็นมาตรการไม่ใช่เภสัชกรรมที่ดีที่สุดมาตรการหนึ่ง ที่สามารถนำมาใช้กับประชากรในวงกว้าง และเป็นเครื่องมือเดียวที่จะช่วยชะลอการแพร่ระบาดของโรค

การหลีกเลี่ยงที่จะติดต่อและสัมผัสกับคนอื่น ทำให้ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและกระจายเชื่อไปยังคนอื่น ทำให้ช่วยลดภาระการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ มาตรการระยะห่างทางสังคมจึงเป็นมาตรการป้องกันที่ได้ผลดีที่สุด ก่อนที่การระบาดจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ก็เป็นมาตรการที่จะส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจ เพราะการยกเลิกกิจกรรมหรืองานทางสังคมต่าง ๆ หมายถึงการขาดรายได้

โดยมีคำแนะนำ Social Distancing จากทั้งองค์การอนามัยโลกและหน่วยงานสาธารณสุขของแต่ละประเทศ ปฏิบัติได้ตามนี้

  1. ระยะห่างระหว่างบุคคลที่ปลอดภัยคือ 6 ฟุต หรือ 2 เมตร เพราะเป็นระยะปลอดภัยที่ฝอยละอองน้ำลายไม่กระเด็นถึงคู่สนทนา ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องคุยกันแบบใกล้ ๆ ก็ต้องใช้หน้ากากอนามัย มีแอลกอฮอล์เจลติดตัวไว้เลย
    Social Distancing

    ระยะห่างที่ปลอดภัย

  2. งดการสังสรรค์ ชุมนุม รวมกลุ่มกันทำกิจกรรมต่าง ๆ กับคนจำนวนมาก เกิน 50 คนขึ้นไป เช่น งานปาร์ตี้, ชุมนุม, คอนเสิร์ต, ทำพิธีกรรมทางศาสนา มหกรรมต่าง ๆ, งานแต่งงาน
  3. ไม่สัมผัสกันในระยะใกล้ เช่น จับมือ, กอด, หอมแก้ม, ทักทายแบบฝรั่ง
  4. ไม่เดินทางไปในที่สาธารณะที่มีคนอยู่รวมกันจำนวนมาก เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์
    เว้นที่นั่งในการประชุม

    เว้นที่นั่งในการประชุม

  5. ลดการประชุมกันในห้องมีเก้าอี้จำนวนมากเรียงติดกัน ถ้าต้องประชุมควรเว้นระยะห่างตามที่กำหนด หรือแนะนำให้ใช้การประชุมทางไกลผ่านอินเตอร์เน็ตหรือช่องทางออนไลน์อื่น ๆ เพื่อลดความเสี่ยง
  6. หลีกเลี่ยงการนั่งรับประทานอาหารในร้านที่มีคนจำนวน แนะนำให้สั่งกลับบ้าน ถ้าต้องรับประทานที่ร้าน ควรเว้นที่นั่งให้ห่างจากบุคคลอื่น หรือทำอาหารรับทานเองที่บ้าน เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการดูแลตัวเองและป้องกันเชื้อจากบุคคลภายนอกครอบครัว

    work from home

  7. ในสถานประกอบการหรือบางบริษัทลดการเข้างานในออฟฟิศ โดยให้ทำงานที่บ้าน work from home และติดต่อทำงานผ่านระบบออนไลน์ เช่นเดียวกับสถานศึกษา แนะนำให้มีการเรียนการสอนแบบออนไลน์แทน
ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้ เพื่อให้เราผ่านวิกฤตินี้ไปได้ ทุกคนต้องดูแลตัวเองปฏิบัติตามข้อแนะนำ งดการพบปะสังสรรค์ การไปในพื้นที่เสี่ยง เมื่อสถานการณ์คลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติค่อยหาเวลาสังสรรค์ พูดคุยกันใหม่ได้

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top