News & Update

ASUS เปิดตัว Zenfone 8 แล้ว

ASUS เปิดตัวมือถือซีรีส์ Zenfone รุ่นล่าสุดแล้ว โดยรอบนี้ใช้ชื่อซีรีส์ว่า Zenfone 8 มีด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ Zenfone 8 และ Zenfone 8 Flip

ข่าวดีก็คือ Zenfone 8 ทั้งสองรุ่นใช้ Snapdragon 888 (ไม่มีรุ่นเล็กสเปครองอีกต่อไป) บอดี้อาจจะจัดว่าเล็กสำหรับยุคนี้ โดยมีหน้าจอขนาด 5.9 นิ้ว และความละเอียด 1080P เท่านั้น สำหรับ Zenfone 8 เสปคมีดังนี้

  • หน้าจอ: 5.9 นิ้ว (1080P, AMOLED 120Hz)
  • หน่วยประมวลผล: Snapdragon 888
  • หน่วยความจำ: 6 / 8 / 16GB
  • พื้นที่เก็บข้อมูล: 128 / 256 GB
  • กล้องหลัง: 64 (Main) + 12 (Ultrawide) Megapixel
  • กล้องหน้า: 12 Megapixel
  • แบตเตอรี: 4,000 mAh
  • พอร์ต: USB Type C จ่ายไฟได้ 30W
  • ระบบปฏิบัติการ: Android 11 (ครอบด้วย ZenUI 8)
  • ตัวเครื่องกันน้ำและฝุ่นตามมาตรฐาน IP68 และมีพอร์ตหูฟัง 3.5 มม

Zenfone 8 (2)

ตัวเครื่องจะเริ่มวางจำหน่ายในสหรัฐเดือนกรกฏาคมปีนี้ ราคาอยู่ที่ 599 ดอลลาร์สหรัฐ​ (ราวๆ 18,800 บาท) ส่วนประเทศอื่นๆ ยังไม่มีข้อมูลครับ

นอกจากนี้ยังมีอีกรุ่นคือ Zenfone 8 Flip ที่เหมือนกับ Zenfone 7 Pro แทบทุกประการ แต่เปลี่ยนหน่วยประมวลผลเป็น Snapdragon 888 เท่านั้น สเปคโดยรวมมีดังนี้ครับ

  • หน้าจอ: 6.67 นิ้ว (1080P AMOLED 90Hz)
  • หน่วยประมวลผล: Snapdragon 888
  • หน่วยความจำ: 8GB
  • พื้นที่เก็บข้อมูล: 128 / 256 GB
  • กล้องหลัง: 64 (Main) + 8 (Tele) + 12 (Ultrawide) Megapixel
  • กล้องหน้า: 12 Megapixel
  • แบตเตอรี: 5,000 mAh
  • พอร์ต: USB Type C จ่ายไฟได้ 30W
  • ระบบปฏิบัติการ: Android 11 (ครอบด้วย ZenUI 8)

สำหรับภาพถ่ายที่ได้จาก Zenfone 8 Flip ไม่น่าจะแตกต่างจาก Zenfone 7 Pro มากนัก เนื่องจากเซนเซอร์กล้องที่ใช้เหมือนเดิมทุกประการ ถ้าหากจะมีความแตกต่างก็น่าจะเป็นเพราะซอฟท์แวร์ที่ดีกว่าเดิมครับ ตัวเครื่องมีการเปลี่ยนแปลงจากรุ่น Zenfone 7 Pro เล็กน้อย ได้แก่การย้ายตัวอ่านลายนิ้วมือ จากเดิมที่อยู่ที่ด้านข้างตัวเครื่อง มาเป็นอยู่ใต้หน้าจอ และข้อต่อพลิกกล้องน่าจะทนทานกว่าเดิม 50% น่าเสียดายที่แม้จะเป็นรุ่นแพงกว่า แต่หน้าจอกลับเป็น AMOLED 90Hz แทนที่จะเป็น 120Hz ทาง ASUS ระบุว่าจะจำหน่ายในยุโรปด้วยราคา €799 ยูโร (ราวๆ 30,500 บาท)

ทาง ASUS สัญญาว่าทั้งสองรุ่นจะได้รับอัพเดท Major Update สองครั้ง (อัพเดทสุดท้ายจะเป็น Android 13)

ที่มา – 9to5Google, GSMarena

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top