News & Update

ASUS ROG Phone 5 เปิดตัวแล้ว แรงสมกับการรอคอยและคาดหวัง

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าถ้าให้ไล่รายชื่อมือถือเกมมิ่งมา ASUS ROG Phone จะต้องติดโผด้วยอย่างแน่นอน และรุ่นล่าสุดอย่าง ROG Phone 5 ก็ทรงพลังอย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว

ASUS ROG Phone 5 (2)

สำหรับปีนี้เราจะได้เห็นทั้งหมดด้วยกันสามรุ่นหลัก ได้แก่ ROG Phone 5, ROG Phone 5 Pro และรุ่น ROG Phone 5 Ultimate  ที่อัดสเปคทุกอย่างระดับสูงสุด

สำหรับหน้าตานั้น ROG Phone ยังดูคล้ายกับรุ่นก่อนหน้า ด้านหลังตัวเครื่องได้รับการอัพเดทไฟแบบ RGB ให้รองรับการทำ Gradient Effect และปรับโหมดไฟอัตโนมัติได้ 8 แบบ (เฉพาะรุ่น Pro และ Ultimate) โดยความลับของไฟด้านหลังนี้ใช้หน้าจอแบบ Rear Matrix PMOLED และใช้ชื่อโก้หรูว่า ROG Vision ทำให้สามารถแสดงข้อมูลได้ ไม่ว่าจะเป็นใครโทรเข้ามา กำลังชาร์จอยู่ เข้าโหมดต่างๆ รวมไปถึงระหว่างโหลดเกมส์ ส่วน ROG Phone 5 จะใช้จอแบบ Dot Matrix เท่านั้น

หน้าจอของ ROG Phone 5 ทั้งหมดเป็นหน้าจอ 6.78 นิ้ว (AMOLED) รองรับรีเฟรชเรทที่ 144Hz (สามารถปรับได้ที่ 144, 120, 60Hz) ส่วน Touch Sampling Rate อยู่ที่ 300Hz ต่อวินาที กลายเป็นมือถือที่มี Latency จากการสัมผัสต่ำที่สุดในตอนนี้ไปโดยปริยาย

หน้าจอจะมีขอบจอบางลง 25% สว่างขึ้น 23% มีค่าสีที่ค่อนข้างแม่นยำ รองรับ HDR10+ และมีตัวอ่านลายนิ้วมือใต้หน้าจอที่จะมีปัญญาประดิษฐ์คอยเรียนรู้ลายนิ้วมือของเรา ทำให้ยิ่งใช้ก็ยิ่งอ่านได้แม่น และลำโพงที่คราวนี้สมมาตรกันทั้งด้านบนและด้านล่างหน้าจอแล้ว

สำหรับสเปคของ ROG Phone 5 นั้นแรงสมกับเป็นมือถือเกมมิ่ง คือใช้ Snapdagon 888 ที่โอเวอร์คล็อกมาแล้ว ทำให้ภาพรวมมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้าราวๆ 35% ส่วนระบบระบายความร้อนนั้นกระจายความร้อนได้ดีกว่าเดิมเนื่องจากออกแบบระบบภายในใหม่

หน่วยความจำนั้น ROG Phone 5 มีรุ่นสูงสุดที่ 18GB ส่วนรุ่นปกติและ Pro มีตัวเลือก 8 และ 16GB ให้ใช้

สำหรับการเล่นเกมส์นั้น ROG Phone 5 มีเทคโนโลยีเฉพาะตัวอย่าง AirTrigger และ Ultrasonic Button บนตัวบอดี้ ทำหน้าที่เหมือนปุ่ม L/R บนจอยคอนโทรลเลอร์ โดยทาง ASUS โฆษณาว่าสามารถสร้าง TouchPoint เฉพาะตัวได้ 14 แบบ และรุ่น Ultimate Edition จะมีพื้นที่สัมผัสเพิ่มอีกสองจุดด้านหลังตัวเครื่องด้วย

สำหรับโหมดเกมมิ่งจะใช้ชื่อว่า X-Mode และมี Game Genie ให้ผู้ที่ต้องการเค้นประสิทธิภาพออกมาให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการปิดระบบ Notification และสิ่งระบกวนออกทั้งหมด ตัวเครื่องจะเปิดโหมดให้เปลี่ยนวอลเปเปอร์ ไอคอนจะมีสีแดงล้อมรอบ และไฟด้านหลังจะเริ่มกระพริบเป็นสัญญาณว่าเข้าโหมดเกมมิ่งแล้ว

สำหรับกล้องหลังนั้นไม่ได้ดีถึงขนาดติดเบอร์ต้นๆ ของวงการมือถือ แต่ก็ไม่ขี้เหร่นัก โดยกล้องหลังมีทั้งหมดสามตัว 64 (Main) + 13 (UltraWide) + 5 (Macro) ส่วนกล้องหน้าจะมีความละเอียด 24 Megapixel

สำหรับระบบเสียงนั้นด้านหน้าจอจะมีลำโพงคู่ขนานกันเป็นสเตอริโอ แต่ถ้าใครไม่ชอบก็สามารถเสียบสายหูฟังเข้าพอร์ต 3.5มม ได้ และรองรับการเล่น Hi-Res Audio เนื่องจากมี Pro DAC ในตัว และมีการจูน Preset ให้โดย Dirac ไม่ว่าจะเป็นโหมดดูหนัง เล่นเกมส์ ฟังเพลง ฯลฯ

แบตเตอรีภายในจะมีด้วยกันทั้งหมดสองก้อน ก้อนละ 3000 mAh ทำให้สามารถจ่ายไฟเข้าได้ที่ 65W และชาร์จเต็ม 6,000 mAh ได้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ตัวเครื่องมีพอร์ต USB สองตำแหน่ง คือด้านล่างตัวเครื่องและด้านข้าง ทำให้กรณีที่ต้องการเล่นในแนวนอนก็สามารถเสียบชาร์จด้านข้างตัวเครื่องได้ นอกจากนี้พอร์ตนี้ยังต่อออก HDMI ได้อีกด้วย

สำหรับระบบระบายความร้อนนั้นสามารถลดอุณหภูมิได้ 7 องศาระหว่างการชาร์จไฟที่ 30W และ 3 องศาในการชาร์จไฟ 65W (ตัวเลขเทียบกับ ROG Phone 3)

อุปกรณ์เสริมที่เปิดตัวมาด้วยกันก็คือ AeroActive Cooler 5 ที่โฆษณาเอาไว้ว่าลดอุณหภูมิซีพียูได้ 10 องศา และบนบอดี้ตัวเครื่องได้ 15 องศา โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างพัดลมระบายความร้อน และระบบระบายความร้อนภายในที่ออกแบบใหม่ เนื่องจากแผงวงจรแทบทั้งหมดถูกย้ายไปรวมกันที่กลางตัวเครื่อง นอกจากนี้ผู้ใช้งานยังเลือกความเร็วของพัดลมที่ทำงานได้ด้วย

นอกจากนี้ก็ยังมีจอยเสียบภายนอก และขาตั้งมือถือ (ที่ดูไปแล้วเหมือนการแปลงร่างของ Nintendo Switch ไม่น้อย) และสามารถใช้ร่วมกับ AeroActive Cooler ได้ด้วย

สำหรับ Game Genie Keymapping จะทำให้เราสามารถใช้จอยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นของ XBOX, PlayStation มาใช้กับมือถือได้ นอกจากนี้ยังมี ROG Gaming clip ที่จะหนีบมือถือกับคอนโทรลเลอร์ ทำให้ใช้ได้ถนัดมือมากขึ้นอีกด้วย

สุดท้ายคือ ROG Lightning Armor Case 3 ที่จะปกป้องตัวเครื่อง แต่ไม่บังไฟด้านหลัง โดยเมื่อเสียบแล้วพอร์ต Pogo จะเชื่อมต่อ และมือถือจะรู้ว่าใส่เคสดังกล่าว ทำให้สามารถปรับธีมด้านหลังตัวเครื่องให้แสดงผลได้อย่างถูกต้อง

สำหรับราคามีการซอยย่อยค่อนข้างมากดังนี้ครับ

ASUS ROG Phone 5

  • RAM 8GB / Storage 128GB – €799 (ราคาราวๆ 29,250 บาท)
  • RAM 12GB / Storage 256GB – €899 (ราคาราวๆ 32,900 บาท)
  • RAM 16GB / Storage 256GB – €999 (ราคาราวๆ 36,550 บาท)

ASUS ROG Phone 5 Pro

  • RAM 16GB / Storage 512GB – €1,199 (ราคาราวๆ 43,850 บาท)

ASUS ROG Phone 5 Ultimate

  • RAM 18GB / Storage 512GB – €1,299 (ราคาราวๆ 47,500 บาท)

ในสหรัฐอเมริกาจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่ไตรมาสที่สองนี้เป็นต้นไป ส่วนประเทศอื่นๆ ต้องรอการคอนเฟิร์มจาก ASUS อีกทีว่าจะเริ่มวางจำหน่ายเมื่อไหร่ครับ

ที่มา – Phone Arena, GSM Arena

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top