News & Update

Mark Zuckerberg สุดเจ๋ง! สร้างโดรนยักษ์ Aquila ส่งสัญญาณเนทผ่านแสงเลเซอร์

ข่าวความคืบหน้าของโครงการ Aquila ที่เฟสบุ๊คจับมือกับเครือข่าย Internet.org โดยมี Mark Zuckerberg เป็นผู้ริเริ่มความคิดสร้างโดรนยักษ์ส่งสันญาณเนตผ่านเลเซอร์

เช้านี้หากใครที่ติดตามข่าวคราวจาก Facebook ของ CEO หนุ่มไฟแรงอย่าง Mark  Zukerberg ก็คงจะเห็นข่าวใหม่ที่เค้าโพสลงในเพจส่วนตัวของเค้าเกี่ยวกับความคืบหน้าของ Aquilaโครงการที่เฟสบุ๊คร่วมมือกับเครือข่าย Internet.org เพื่อสร้างโดรนขนาดยักษ์ส่งสันญาณอินเตอร์เน็ตไร้สายผ่านลำแสงเลเซอร์ ซึ่งมาร์คเค้าก็ได้บอกมาว่างานนี้ตั้งใจจะทำให้คนกว่าพันล้านทั่วโลกคนสามารถเข้าใช้งานอินเตอร์เนทได้แม้อยู่ในชุมชนห่างไกล

Mark Zuckerberg

Mark Zuckerberg aquila-720x482

จากการเปิดเผยของ Mark Zukerberg ระบุว่าจุดเด่นของโดรน Aquila นั่นก็คือ ปีกของตัวเครื่องที่มีแผงโซล่าร์เซลความยาวเทียบเท่ากับปีกของ เครื่องบินโบอิ้ง 737 ที่ยาวประมาณ 47.6 เมตรนั่นเอง ถึงแม้จะมีปีกที่ยาวแต่น้ำหนักของเจ้าโดรนยักษ์ตัวนี้นั้นก็ยังเบากว่ารถยนต์ซะอีก

ซึ่งเหตุผลที่ต้องทำให้เจ้าโดรนตัวนี้มีน้ำหนักเบามากๆ นั้น มาร์คเค้าให้เหตุผลว่า โดรนยักษ์ตัวนี้จะต้องถูกทดสอบการส่งสันญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงลงมายังภาคพื้นดินโดยทำการบินอยู่ในอากาศนานเป็นระยะเวลาถึง 3 เดือนติดต่อกัน โดยอาศัยเชื้อเพลิงพลังงานแสงอาทิตย์จากแผงโซล่าร์เซลบนปีกทั้งสองข้าง

การเปิดตัวโดรน Aquila ครั้งนี้อาจดูไม่น่าแปลกใจสักเท่าไหร่ เพราะในปีที่ผ่านมา ก็มีข่าวว่าเฟซบุ๊กได้ว่าจ้างทีมงานใหม่ 5 คน จากบริษัทสตาร์ทอัป Ascenta ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาโดรนโดยเฉพาะ และเป็นทีมงานที่เคยทำงานให้กับบริษัทการบินอย่าง Boeing , Honeywell และ Harris Corporation

connecting the world

นอกจากนี้ยังเคยมีประสบการณ์ในการพัฒนาโดรนที่บินด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ได้ยาวนานที่สุดอีกด้วยซึ่งก็ประจวบเหมาะกับช่วงที่สตาร์ทอัปรายนี้ กำลังมองหาพาร์ตเนอร์มาช่วยผลักดันโปรเจกต์ของพวกเขาพอดี ขณะที่กูเกิ้ล (Google) ซึ่งมีความพยายามไม่ต่างจากเฟซบุ๊กก็มีโปรเจกต์ “Loon” บอลลูนขนาดยักษ์สำหรับให้บริการสัญญาณไวไฟแก่ชุมชนในพื้นที่ห่างไกลเช่นกัน

Map

ในส่วนของการเริ่มทดสอบประสิทธิภาพการบินของ Aquila นั้น มาร์คเค้าได้แจ้งว่าจะเริ่มทดสอบกันในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ถ้าหากเป็นการใช้งานในเชิงพาณิชย์อย่างจริงจังนั้น คาดว่าต้องใช้เวลาอีกหลายปี ซึ่งผมคาดว่าแนวโน้มความสำเร็จในครั้งนี้น่าจะใช้เวลาไม่นานเกินรอยังไงผมเองก็จะคอยติดตามข่าวมาอัพเดทให้ได้อ่านกันเรื่อยๆ นะครับ

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

เรื่องยอดนิยม

To Top