News & Update

Apple เปิดตัว “AirPods Pro” ดีไซน์ใหม่หมด พร้อมเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวน

Apple AirPods Pro

Apple เปิดตัว AirPods Pro รุ่นใหม่ พร้อมเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนแบบแอ็คทีฟเพื่อเสียงที่เต็มอิ่มสมจริง โดยเตรียมวางจำหน่ายในไทย เร็ว ๆ นี้

วันนี้ Apple ประกาศเปิดตัว AirPods Pro หูฟังรุ่นใหม่อันน่าทึ่งในตระกูล AirPods ที่มาพร้อมเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนแบบแอ็คทีฟและเสียงที่เต็มอิ่มสมจริง ในดีไซน์อินเอียร์น้ำหนักเบาแบบใหม่หมด

AirPods Pro มาในดีไซน์ใหม่หมด

Apple_AirPods-Pro_New-Design_102819

อีกระดับของหูฟังแบบอินเอียร์น้ำหนักเบาที่เหนือชั้นยิ่งขึ้น ด้วยการออกแบบทางวิศวกรรมเพื่อความสบายและกระชับ โดยหูฟังแต่ละข้างมาพร้อมจุกหูฟังซิลิโคนอันอ่อนนุ่มและยืดหยุ่น 3 ขนาดที่เข้ากับส่วนโค้งของหูแต่ละคนเป็นอย่างดี จึงใส่พอดีสบายหูและแนบสนิท ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญของเสียงที่เต็มอิ่ม และเพื่อความสบายสูงสุด AirPods Pro ยังใช้ระบบช่องระบายอากาศอันล้ำสมัยที่จะปรับแรงดันให้เท่ากันเพื่อลดความอึดอัดที่มักเกิดขึ้นในดีไซน์ของหูฟังแบบอินเอียร์อื่นๆ นอกจากนี้ AirPods Pro ยังทนเหงื่อและน้ำอีกด้วย จึงเหมาะสำหรับไลฟ์สไตล์แบบแอ็คทีฟ

 

เทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนแบบแอ็คทีฟ

เทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนแบบแอ็คทีฟใน AirPods Pro ใช้ไมโครโฟนสองตัวร่วมกับซอฟต์แวร์อันล้ำสมัยเพื่อปรับการทำงานให้เข้ากับหูแต่ละคนและความกระชับของหูฟังอย่างต่อเนื่อง โดยวิธีนี้สามารถขจัดเสียงรบกวนรอบๆ และมอบประสบการณ์การตัดเสียงรบกวนอันเหนือชั้นที่ปรับเข้ากับหูแต่ละคนอย่างพอเหมาะพอดี และช่วยให้ผู้ใช้โฟกัสกับสิ่งที่กำลังฟังอยู่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเพลงโปรดหรือการคุยโทรศัพท์

Apple_AirPods-Pro_Lifestyle_102819

ไมโครโฟนตัวแรกหันออกและตรวจจับเสียงภายนอกเพื่อวิเคราะห์เสียงรบกวนรอบตัว จากนั้น AirPods Pro จะสร้างสัญญาณต้านเสียบรบกวนที่เท่ากันเพื่อตัดเสียงรบกวนรอบๆ ออกก่อนที่เสียงนั้นจะถึงหูผู้ฟัง ส่วนไมโครโฟนตัวที่สองที่หันเข้าจะคอยฟังเสียงในหูเพื่อให้ AirPods Pro สามารถตัดเสียงรบกวนที่เหลือที่ไมโครโฟนตรวจพบได้ โดยในขณะตัดเสียงรบกวนนั้นจะมีการปรับสัญญาณเสียงอย่างต่อเนื่องถึง 200 ครั้งต่อวินาทีเลยทีเดียว

 

เสียงที่เต็มอิ่มสมจริง

Apple_AirPods-Pro_Expanded_102819

AirPods Pro โดดดเด่นด้วยคุณภาพเสียงที่เหนือชั้น พร้อมด้วย EQ แบบปรับได้เองที่จะปรับความถี่เสียงต่ำและเสียงกลางของเพลงให้เข้ากับรูปทรงภายในหูของแต่ละคนโดยอัตโนมัติ เพื่อมอบประสบการณ์การฟังที่เต็มอิ่มและสมจริง นอกจากนี้ยังมีตัวขยายสัญญาณแบบเฉพาะที่มีช่วงไดนามิกสูง จึงถ่ายทอดเสียงได้ใสและคมชัดเหลือเชื่อ ทั้งยังช่วยให้แบตเตอรี่ใช้งานได้นานขึ้นด้วย ขณะเดียวกันก็ยังเป็นขุมพลังขับเคลื่อนไดรเวอร์แบบ High-excursion ความผิดเพี้ยนต่ำที่ออกแบบมาเพื่อปรับแต่งคุณภาพเสียงให้ลงตัวพร้อมกับตัดเสียงรบกวนรอบข้าง และไดรเวอร์นี้ยังให้เสียงเบสที่หนักแน่นสม่ำเสมอซึ่งลงลึกถึงระดับ 20Hz พร้อมเสียงกลางและเสียงสูงที่ครบทุกรายละเอียด

 

โหมดฟังเสียงภายนอก

โหมดฟังเสียงภายนอกช่วยให้ผู้ใช้ฟังเพลงโดยที่ยังคงได้ยินเสียงที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัวไม่ว่าจะเป็นเสียงของรถขณะที่วิ่งออกกำลังกาย หรือเสียงประกาศที่สำคัญเกี่ยวกับรถไฟขณะเดินทางไปทำงานในตอนเช้า นั่นเป็นเพราะโหมดฟังเสียงภายนอกใช้ระบบช่องระบายอากาศสำหรับปรับแรงดันให้เท่ากันควบคู่กับซอฟต์แวร์อันล้ำสมัยเพื่อให้การตัดเสียงรบกวนแบบแอ็คทีฟทำงานอยู่ในระดับที่เหมาะสม จึงมั่นใจได้ว่าเสียงของผู้ใช้จะเป็นธรรมชาติในขณะที่เสียงเพลงยังคงเล่นต่อไปอย่างลงตัว

Apple_AirPods-Pro_iPhone11-Pro_102819

การสลับระหว่างการตัดเสียงรบกวนแบบแอ็คทีฟและโหมดฟังเสียงภายนอกนั้นง่ายนิดเดียว และสามารถทำได้โดยตรงบน AirPods Pro โดยใช้เซ็นเซอร์แรงกดใหม่สุดล้ำบนก้าน นอกจากนี้เซ็นเซอร์แรงกดยังทำให้การเล่น หยุดพัก หรือข้ามแทร็ค รวมถึงการตอบหรือรับสายโทรศัพท์กลายเป็นเรื่องง่ายอีกด้วย และผู้ใช้ยังสามารถกดแถบเลื่อนปรับระดับเสียงในศูนย์ควบคุมบน iPhone และ iPad เพื่อควบคุมการตั้งค่า หรือแตะไอคอน AirPlay บน Apple Watch ขณะที่เพลงกำลังเล่นอยู่ก็ได้

 

ประสิทธิภาพและระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่

Apple_AirPods-Pro_SiP-Design_102819

ขนาดและประสิทธิภาพของ AirPods Pro เป็นจริงได้เพราะดีไซน์แบบ System in Package (SiP) ที่ปฏิวัติวงการ และมีชิพ H1 ที่ออกแบบโดย Apple เป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งชิพ H1 นั้นประกอบด้วยคอร์ระบบเสียงถึง 10 คอร์ที่ขับเคลื่อนทุกอย่างตั้งแต่เสียงจนถึง Siri และความหน่วงในการประมวลผลเสียงที่ต่ำสุดขีดของชิพ H1 ก็ทำให้การตัดเสียงรบกวนเป็นไปแบบเรียลไทม์ สามารถถ่ายทอดเสียงคุณภาพสูงด้วยเทคโนโลยีที่ปรับการทำงานด้วยตัวเอง และตอบสนองต่อ “หวัดดี Siri” แบบแฮนด์ฟรีพร้อมกันได้ และรุ่นนี้นั้นมาพร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานนานสูงสุด 5 ชั่วโมง โดยในโหมดตัดเสียงรบกวนแบบแอ็คทีฟนั้นสามารถใช้ฟังได้นานสูงสุด 4.5 ชั่วโมง และสนทนาได้นานสูงสุด 3.5 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และเมื่อชาร์จเพิ่มในเคสชาร์จแบบไร้สาย จะสามารถใช้ฟังได้นานกว่า 24 ชั่วโมง หรือสนทนาได้นานกว่า 18 ชั่วโมง ส่วนการชาร์จนั้นก็ง่ายมาก เพียงแค่วางเคส AirPods ลงบนแผ่นรองชาร์จที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Qi หรือใช้พอร์ต Lightning ขณะเดินทางก็ได้

 

คุณสมบัติอื่นๆ

  • การทดสอบการใส่หูฟัง ช่วยให้มั่นใจว่าผู้ใช้จะได้สัมผัสกับประสบการณ์การฟังที่ดีที่สุดจาก AirPods Pro โดยการทดสอบความแนบสนิทกับหูและระบุขนาดของจุกหูฟังที่เหมาะที่สุด โดยหลังจากที่ใส่ AirPods Pro ในหูแต่ละข้างแล้ว อัลกอริทึมอันล้ำสมัยจะทำงานร่วมกับไมโครโฟนใน AirPods แต่ละข้างเพื่อวัดระดับเสียงในหู แล้วเปรียบเทียบกับเสียงที่ออกมาจากไดรเวอร์ลำโพง จากนั้นในไม่กี่วินาที อัลกอริทึมก็จะบอกได้ว่าจุกหูฟังนั้นเป็นขนาดที่เหมาะสมและกระชับพอดีหรือไม่ หรือควรปรับขนาดเพื่อให้แนบสนิทยิ่งขึ้น
  • Siri ที่เรียกใช้งานได้ด้วยเสียง ใช้ชิพ H1 เพื่อให้สามารถเรียกใช้งาน “หวัดดี Siri” แบบแฮนด์ฟรีได้ ไม่ว่าจะเล่นเพลง เพิ่มระดับเสียง โทรออก หรือเรียกดูเส้นทาง
  • คุณสมบัติ “การแชร์เสียง” ทำให้การฟังเพลงเดียวกันหรือดูภาพยนตร์เรื่องเดียวกันกับเพื่อนกลายเป็นเรื่องง่าย เพียงแค่นำ AirPods คู่ที่สองมาอยู่ใกล้ๆ iPhone หรือ iPad3
  • คุณสมบัติ “การอ่านข้อความ” เพิ่มความสะดวกสบายโดยการอ่านข้อความให้ฟังโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับ และ Siri ยังรู้ด้วยว่าเมื่อไหร่ที่ไม่ควรรบกวน เช่น ขณะคุยโทรศัพท์หรือแชร์สื่อด้วยคุณสมบัติ “การแชร์เสียง”

 

ราคาและการวางจำหน่าย

Apple_AirPods-Pro_New-Design-case-and-airpods-pro_102819

  • AirPods Pro จะวางจำหน่ายในราคา 9,490 บาท และเปิดให้สั่งซื้อที่แล้ววันนี้ที่ apple.com และในแอพ Apple Store ในสหรัฐฯ และอีกกว่า 25 ประเทศและภูมิภาค โดยจะวางจำหน่ายหน้าร้าน Apple Store ในกลุ่มประเทศแรกช่วงปลายสัปดาห์นี้เป็นต้นไป (ไม่มีประเทศไทย)
  • AirPods Pro ต้องใช้กับอุปกรณ์แอปเปิลที่ใช้ iOS 13.2 หรือใหม่กว่า, iPadOS 13.2 หรือใหม่กว่า, watchOS 6.1 หรือใหม่กว่า, tvOS 13.2 หรือใหม่กว่า หรือ macOS Catalina 10.15.1 หรือใหม่กว่า
  • และสามารถสั่งซื้อแบบสลักข้อความส่วนตัวเพิ่มได้ฟรีบนที่ apple.com และแอพ Apple Store

 

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในบ้านเรานั้น คงต้องรอทาง Apple ประเทศไทยประกาศอีกทีครับ ซึ่งถ้าหากทางเว็บไซต์เรามีข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติมของเรื่องนี้แล้ว จะรีบมาอัพเดตให้ทราบแน่นอน

ที่มา : Apple

 

To Top

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณและสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • GA

    Google Analytic

Save