News & Update

Android 11 Developer Preview มาแล้ว ใช้งานได้บน Pixel 2 ขึ้นไปเท่านั้น

Google ประกาศเปิดทดสอบ Android 11 Developer Preview 1 อย่างเป็นทางการวันนี้ โดยมีการปรับปรุงหลายอย่างจาก Android 10 ที่ปล่อยให้อัพเดทกันในปีที่แล้ว

Google ประกาศเปิดทดสอบ Android 11 Developer Preview 1 อย่างเป็นทางการวันนี้ โดยมีการปรับปรุงหลายอย่างจาก Android 10 ที่ปล่อยให้อัพเดทกันในปีที่แล้ว

Android 11 release timeline

ก่อนจะลงไปถึงรายละเอียดว่ามีการเปลี่ยนแปลงอะไรที่เห็นได้ชัดเจนบ้าง ขออนุญาตพูดถึงกำหนดปล่อยอัพเดทรุ่นทดสอบ เบต้า และตัวจริงเสียก่อน โดยปีนี้ยังคงมีกำหนดปล่อยอัพเดทคล้ายๆ กับที่ผ่านมา คือช่วงแรกจะเป็น Developer Preview ที่ออกอัพเดทรายเดือน (ซึ่งส่วนใหญ่ทุกเดือนก็จะเลทไปเรื่อยๆ) แต่ความแตกต่างคือแทนที่จะออก DP คู่ขนานกับ Beta ไปด้วยกัน

ปีนี้จะเป็น Developer Preview 1, 2, 3 ตั้งแต่กุมภาพันธ์จนถึงเมษายน จากนั้นในเดือนพฤษภาคมจะเริ่มทดสอบ Beta Release (คาดว่าน่าจะประกาศในงาน Google I/O 2020) โดยใน Beta ที่สองจะ Freeze Code ไม่มีการแก้ไขฟีเจอร์แล้ว เน้นการแก้ไขบั๊กในระบบให้เรียบร้อย แล้วปล่อยตัวจริงในไตรมาสที่สาม (ที่ผ่านมาเกือบทุกครั้งปล่อยตัวจริงในเดือนสิงหาคม ทำให้คาดว่าปีนี้ก็คงจะเหมือนเดิม)

Pixel 3

สำหรับมือถือที่เข้าร่วมทดสอบAndroid 11 Developer Preview 1 ในตอนนี้มีเพียงมือถือตระกูล Pixel เท่านั้น ได้แก่

  • Pixel 2
  • Pixel 2 XL
  • Pixel 3
  • Pixel 3 XL
  • Pixel 3a
  • Pixel 3a XL
  • Pixel 4
  • Pixel 4 XL

เนื่องจาก Developer Preview 1 นั้นยังค่อนข้างใหม่ และมี Known Issue (หรือบั๊ก) เต็มไปหมด จึงไม่แนะนำให้บุคคลทั่วไปทำการติดตั้งและใช้งานครับ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการติดตั้งโดยไม่ได้ตั้งใจ Google จึงไม่ปล่อย OTA สำหรับติดตั้งออกมาครับ ผู้ที่สนใจต้องทำการแฟลชระบบปฏิบัติการจาก OS Image ด้วยตัวเองเท่านั้น ซึ่งมีความยุ่งยากในระดับหนึ่ง

Android 11 Project Mainline

ตอน Android 10 ทาง Google ได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ที่ชื่อว่า Project Mainline โดยมันจะทำหน้าที่แยกโมดูลของระบบปฏิบัติการออกจากกัน ทำให้สามารถอัพเดทส่วนใดส่วนหนึ่งได้โดยไม่ต้องรอแพทช์อัพเดทชุดใหญ่

ในเวอร์ชันที่แล้ว Project Mainline แยกระบบปฏิบัติการออกเป็น 8 โมดูล เป็นโมดูลเฉพาะตัวจำพวกความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย ตัวถอดรหัสวิดิโอ เน็ทเวิร์ค และตัวควบคุมสิทธิการเข้าถึง แต่ใน แอนดรอยด์ 11 นี้ทาง Google เพิ่มเข้ามาอีก 12 อย่างด้วยกัน โดยตอนนี้ยังไม่ระบุว่าทั้งหมดมีอะไรบ้าง แต่จะไม่เป็นฟีเจอร์ระบบเบื้องหลังเหมือนในอดีตอีกต่อไป บางส่วนจะเป็นโมดูลที่เกี่ยวกับผู้ใช้งาน และนักพัฒนาซอฟท์แวร์ ซึ่งจะสามารถอัพเดทได้ผ่าน Google Play Store เช่นเดิม

Android 11 Permission manager

การจัดการสิทธิการเข้าถึงของแอพเริ่มมีความคล้ายกับ iOS มากขึ้น (คืออนุญาตให้ใช้งานได้เฉพาะตอนที่เปิดแอพ หรือตลอดเวลา หรือไม่ให้เลยก็ได้ และเลือกได้ว่าจะให้แจ้งเตือนทุกครั้งที่มีการใช้สิทธิ์ได้ด้วย)

Android 11 Bubble Notification

สำหรับฟีเจอร์ Buble ที่พัฒนามาจนเกือบพร้อม แต่ไม่ได้ใช้จริงในเวอร์ชัน แอนดรอยด์ 10 ก็กลับมาอีกครั้ง คราวนี้รองรับการใช้งานมากขึ้นกว่าเดิม และน่าจะเปิดใช้งานจริงๆ แล้ว

Android 11 Dev compatability

สำหรับการปรับแต่งอื่นๆ ก็เช่นการปรับให้นักพัฒนาสามารถใช้งานหน้าจอโค้งแบบ Waterfall ได้ประโยชน์มากขึ้น, API ใหม่จำนวนมาก รวมไปถึงตัวปรับทดสอบแอพที่เลือกได้ว่าจะลองเปิด ปิด API ใดแล้วแอพพังบ้าง ทำให้สามารถกำหนดแอพให้ใช้ SDK เวอร์ชันล่าสุดและเวอร์ชันเก่าร่วมกันได้

คาดว่าเราจะได้ยินข่าวฟีเจอร์ แอนดรอยด์ 11 ที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอีกสักพักล่ะครับ เชื่อว่าปีนี้น่าจะเก็บฟีเจอร์ที่ปีที่แล้วทำไม่เสร็จ หรืออิมพลีเมนต์ไม่เรียบร้อย และเพิ่มความสเถียรเป็นหลักมากกว่าใส่ฟีเจอร์ใหม่ๆ สำหรับฟากผู้ใช้งาน

ที่มา – Android Police (1), (2),(3), The Verge

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top