Gadget

รีวิว Plantronics BackBeat GO 810 โดดเด่นด้วยระบบตัดเสียงรบกวน

Plantronids BackBeat GO 810 ชุดหูฟังแบบครอบหูสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว มีระบบตัดเสียงรบกวนจากภายนอก ปรับเสียงเบสหนักเบาได้จากแอพฯ 6,290 บาท รับประกันสูงสุด 2 ปี

พัฒนาอย่างต่อเนื่องให้ดีขึ้นเรื่อยๆ กับชุดหูฟังคุณภาพสูงจาก Plantronics กับซีรี่ย์ BackBeat GO จนมาถึงรุ่น BackBeat GO 810 กับจุดเด่นที่ใกล้กับรุ่นใหญ่ในราคาที่ไม่แพงจนเกินไปนัก

BackBeat เป็นซีรีย์ของชุดหูฟังบลูทูธจาก Plantronics ที่เน้นผู้ใช้งานที่เคลื่อนที่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความสะดวกในการพกพา หรือใช้ฟังเพลงขณะออกกำลังกาย แต่สำหรับ Plantronics BackBeat GO 810 เป็นรุ่นที่มีฟีเจอร์เหนือกว่ารุ่นก่อนอย่าง BackBeat FIT 505 แต่ตัดฟีเจอร์บางอย่างจากตัวท็อปอย่าง BackBeat PRO ที่มีราคาค่อนข้างสูง ออกมาเป็น BackBeat GO 810 รุ่นใหม่ที่จะมารีวิวกัน

BackBeat Go 810

แกะกล่อง Plantronics BackBeat GO 810

เมื่อแกะกล่องจะพบกับถุงผ้าที่ห่อหุ้มชุดหูฟังบลูทูธ และสามารถใช้ถุงผ้านี้เก็บชุดหูฟังแล้วใส่กระเป๋าพกพาไปได้ทุกที่ มีสาย Micro USB สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ สายสัญญาณแจ็คขนาด 3.5 มม. ยาว 1 เมตรสำหรับเสียบกับเครื่องเสียง หรือเครื่องเล่นเพลงอื่นๆ เพื่อฟังเพลงกับอุปกรณ์ที่ไม่มีบลูทูธได้ด้วย นอกจากนี้ก็จะมีคู่มือการใช้งาน และใบรับประกัน

วัสดุที่ใช้ และความสบายในการสวมหูฟัง

ชุดหูฟังรุ่นนี้เป็นแบ On Ear หรือแบบสวมทับหู สามารถปรับระดับความยาวของหูฟังได้ข้างละ 11 ระดับ ตัวผู้เขียนเองเป็นคนหัวโตจึงต้องปรับระดับความยาวจนสุด เมื่อสวมใส่ก็ไม่เป็นปัญหา ทำให้ชุดหูฟังสามารถครอบหูได้พอดี ที่ก้านปรับระดับความยาวนี้ใช้วัสดุเป็นโลหะ จึงไม่ต้องกังวลเรื่องความแข็งแรง

ส่วนบริเวณขอบของหูฟังทำจากเมโมรี่โฟม (Memory Foam) หุ้มด้วยหนัง ตัวเมโมรี่โฟมมีคุณสมบัตินุ่ม ไม่ยุบตัว และคืนสภาพเดิมเมื่อถอดออก  ซึ่งวัสดุนี้ส่วนมากจะนำไปใช้กับชุดเครื่องนอนอย่างหมอน หรือเบาะรองนอน มีความนุ่มสบายไม่แข็งจนเกินไป หากใช้งานในช่วงแรกๆ อาจจะรู้สึกอุ่นๆ ที่ใบหู เหมือนกับรุ่นอื่นๆ แต่ใช้งานไปสักพักจะรู้สึกชินไปเอง

ส่วนที่คาดหัวจะเป็นพลาสติกแข็ง ซึ่งส่วนนี้ไม่ได้สัมผัสกับศรีษะแต่อย่างใด แต่บริเวณตรงกลางส่วนที่คาดหัวจะมีฟองน้ำหุ้มด้วยผ้ารองรับ มีความรู้สึกนุ่ม เมื่อคาดแล้วไม่รู้สึกเจ็บหัวแต่อย่างใด

ระบบตัดเสียงรบกวน Dual Mode Active Noise Cancelling

จุดเด่นของชุดหูฟังไร้สาย Plantronics BackBeat GO 810 ที่เด่นกว่า BackBeat FIT 505 รุ่นก่อนคือมีระบบตัดเสียงรบกวนที่ยกมาจากรุ่น Pro มาไว้ในรุ่นนี้ มีให้เลือกตัดเสียงรบกวนได้ 2 ระดับ คือระดับ Low เหมาะกับสถานที่ที่มีเสียงดังอย่างเช่นร้านอาหาร และระดับ High เหมาะที่จะใช้ตัดเสียงรบกวนอย่างเช่นบนเครื่องบิน หรือบนรถไฟ

จากการทดสอบใช้งานหากใช้ตัดเสียงระดับ Low ระบบตัดเสียงรบกวนจะตัดช่วงเสียงกลางอย่างเช่นเสียงคนพูด หรือเสียงรบกวนอื่นๆ ที่ได้ยินในชีวิตประจำวน แต่หากปรับไปที่ระดับ High ระบบจะติดเสียงรบกวนทั้งเสียงกลาง และเสียงต่ำ อย่างเช่นเสียงเครื่องยนต์ เสียงคอมเพรสเซอร์แอร์ เป็นต้น 

ข้อสังเกตจากการทดสอบระบบตัดเสียงรบกวนไม่ใช่ว่าจะเงียบไปเลยซะทีเดียว แต่ยังคงได้ยินเสียงจากรอบข้างอยู่เล็กน้อย และระบบตัดเสียงรบกวนยังทำให้คุณภาพเสียงลดลงรู้สึกสังเกตได้ ซึ่งหากปิดระบบตัดเสียงรบกวนก็จะทำให้เสียงมาเต็มกว่าทั้งเสียงกลางและเสียงเบส ซึ่งการปรับระบบ ANC ก็แล้วแต่ความเหมาะสมและความชอบของแต่ละคน ส่วนการปรับตั้งค่าจะต้องปรับผ่านแอพฯ เท่านั้น ซึ่งจะกล่าวในหัวข้อต่อไป

ควบคุมโหมดการทำงาน และการตั้งค่าต่างๆ ผ่านแอพฯ BackBeat

นอกจากการสั่งงานจากปุ่มที่อยู่ด้านข้างบริเวณชุดหูฟังทั้งสองข้างแล้ว ยังมีแอพฯ ควบคุม และสั่งงานการใช้งานในโหมดต่างๆ ผ่านแอพฯ ชื่อ BackBeat เมื่อเชื่อมต่อการใช้งานครั้งแรกแนะนำให้อัพเดท Firmware ใหม่ก่อนเลย ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก จากนั้นก็สามารถเลือกการทำงาน การตั้งค่าหลักๆ ก็มีให้เลือกปรับ EQ มีให้เลือก 2 แบบคือ Bright ที่จะให้เสียงใสกลางๆ เบสไม่หนักจนเกินไป แต่หากเลือก Balanced เสียงเบสจะหนักกว่า เหมาะกับผู้ใช้ที่ชอบเสียงเบสเต็มๆ และมีให้เลือกระบบตัดเสียงรบกวน ซึ่งสามารถตั้งเวลาให้ปิดระบบตัดเสียงรบกวนได้ ส่วนการตั้งค่าอื่นๆ ก็มีให้เลือกเสียงพูดภาษาต่างๆ ซึ่งก็มีเสียงพูดภาษาไทยเป็นเสียงผู้หญิงมาให้ด้วย มีให้เลือกระบบเสียง HD Voice และสามารถดูระดับแบตเตอรี่ของหูฟังได้

Plantronics BackBeat GO 810 เหมาะกับใคร

จากการทดสอบใช้งานมาสักระยะพบว่ามันสามารถนำไปใช้งานได้ในทุกสถานะการณ์ หรือจะนำไปใช้ในทุกสถานที่เลยก็ว่าได้ เพราะชุดหูฟังค่อนข้างพกสะดวก แต่จะเหมาะกับคนที่สะพายกระเป๋าเป้อยู่แล้ว หากไม่ได้พกกระเป๋าก็อาจจะพกไม่สะดวก

ชุดหูฟัง Plantronics BackBeat Go 810 เหมาะกับคนที่ชอบฟังเพลง ดูหนังบนมือถือ แท็บเล็ต โน้ตบุ๊ค เพราะพลังเสียงของรุ่นนี้มาแบบเต็มๆ ข้อดีของชุดหูฟังแบบนี้สามารถใช้ Driver หรือลำโพงขนาดใหญ่ ให้เสียงที่ทุ้มกว่าชุดหูฟังแบบ In ear และใช้งานได้ยาวนานกว่าหลายเท่า สามารถฟังเพลงได้นานต่อเนื่องถึง 22 ชั่วโมง หรือหากแบตหมดแล้วก็สามารถนำแจ็ค 3.5 มม. มาเสียบฟังเพลงต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องพึ่งพาแบตเตอรี่ หรือเสียบชาร์จแค่ 10 นาทีก็สามารถฟังต่อได้นานถึง 3 ชั่วโมงเพราะมีระบบ Fast Charge สำหรับราคาจำหน่ายอยู่ที่ 6,290 บาท มีให้เลือก 3 สี ถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณภาพเสียง และยังรับประกันเพิ่มเป็น 2 ปีเมื่อลงทะเบียนออนไลน์ด้วย

สี Graphite Black, Navy Blue และ Bone White

จุดเด่นที่น่าสนใจ

  • Bluetooth 5.0, BLE, HSP 1.2, HFP 1.7, A2DP 1.3, AVRCP 1.5
  • มีระบบตัดเสียงรบกวน 2 ระดับ
  • ใช้งานได้ไกลถึง 50 เมตร (ตามสเป็ค)
  • Speaker Driver ขนาด 40 มม.
  • น้ำหนัก 189 กรัม
  • ใช้งานต่อเนื่องได้ 22 ชั่วโมง
  • Fast Charge 10 นาที ใช้งานได้นาน 3 ชม.
  • มีระบบเสียง 17 ภาษา รวมทั้งภาษาไทยด้วย
  • มีให้เลือก 3 สี Graphite Black, Navy Blue และ Bone White
  • รับประกันเพิ่มเป็น 2 ปีเมื่อลงทะเบียนที่ http://www.systems2000.co.th/warranty/

ขอขอบคุณบริษัท Systems 2000 ตัวแทนนำเข้าอย่างเป็นทางการของ Plantronics ที่เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ในการทดสอบ

ภาพมุมต่างๆ ของ Plantronics BackBeat GO810

ปุ่มควบคุมการเล่นเพลง และปุ่มปรับระดับเสียงอยู่ด้านข้างหูฟังด้านซ้าย

สวิตซ์เปิด/ปิดเครื่อง มีไฟบอกสถานะ และปุ่มปรับ EQ Preset อยู่ที่หูฟังด้านขวา

ช่องเสียบสายชาร์จแบตเตอรี่แบบ Micro USB และช่องเสียบสายสัญญาณเสียงขนาด 3.5 มม.

หูฟังด้านขวาปล่อยโล่ง มีเพียงโลโก้แบรนด์ PLT (Plantronics)

 

 

บริเวณที่คาดศรีษะบุด้วยเมโมรี่โฟม ให้สัมผัสนุ่มนวล ไม่เจ็บหัว

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top